รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
อนุทิน รับฟังเสียงสะท้อนภาคเอกชน ปรับแผนโครงการ “แลนด์บริดจ์” โดยขอเร่งแก้ปัญหา ‘Missing Link’ เชื่อมระบบรางและถนน พร้อมอัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพรก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งสามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเวลา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ว่าโครงการดังกล่าวยังคงเป็นแนวทางนโยบายของรัฐบาล ที่จะศึกษาโครงการต่อไป
แต่สิ่งสำคัญตอนนี้คือต้องเร่งดำเนินการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานทางบกที่เป็นจุดที่ยังไม่เชื่อมต่อ (Missing Link) รวมทั้งระบบราง เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางอาเซียนและเป็นประเทศเดียวที่สามารถลิงก์กับประเทศอื่น ๆ ได้ทั้งทางบกและทางน้ำ
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะดำเนินการในฝั่งท่าเรือฝั่งตะวันตกก่อนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราเริ่มจากการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่จังหวัดระนองก่อน เพื่อให้เชื่อมโยงกับจังหวัดชุมพร และระบบโลจิสติกส์ทางบก เชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆได้
พร้อมระบุว่า ด้วยว่ากระทรวงคมนาคมกำลังดำเนินการศึกษาโครงการนี้อย่างต่อเนื่องแบบคู่ขนาน เพื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่าและเงื่อนเวลาการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวระหว่าง กิจกรรม “Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon” รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารภาคเอกชนไทย กว่า 150 ราย ตอนหนึ่งว่าขอให้เรามองไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ เราอยู่ตรงกลางของอาเซียน ขึ้นเหนือก็ได้ ลงใต้ก็ได้ ไปขวา ไปซ้ายได้หมดเราจะทำแลนด์บริจด์ บอกอย่าเพิ่งทำ จะเอาเงินที่ไหนไปทำ
วันก่อนประชุมกับประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานสภาหอการค้า ประธานสมาคมธนาคารไทย ท่านบอกยังไม่ต้องทำแลนด์บริจด์ก็ได้ ขอให้เชื่อมต่อเส้นทางตรงที่ยังขาดช่วงอยู่ ขอให้ต่อทางรถไฟไปตะวันตกและตะวันออกของไทยให้ครบ เพื่อไปเชื่อมกับทางรถไฟสายหลักจากเหนือมาใต้ แค่นี้ก็ไปปรับปรุงท่าเรือสองฝั่งภาคใต้ของไทยก็น่าเพียงพอต่อบริบทการลงทุนของประเทศ ในช่วง 5-10ปี
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลรับฟังและเป็นทางออก ถ้าทำแลนด์บริจด์ไปกว่าจะเริ่ม ต่อให้ไม่มีใครต่อต้านก็อีก 3-5 ปี ถ้าปรับปรุงท่าเรือ เชื่อมต่อทางรถไฟ ถนนที่ขาด เราสามารถทำได้เลย เป็นเรื่องปกติ นี่คือสิ่งที่รับฟังจากเอกชนมาว่าแค่นี้พอ ไปพูดคุยประเทศต่างๆ เขามองไทยมีสาธารณูปโภคพร้อม
ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำทุกอย่างไม่ใช่แค่อำนวยความสะดวกแต่เป็นลู่ทางให้ท่านได้ไปถึงจุดหมายที่ทำให้เงินลงทุน เป้าหมายการขยายกิจการของท่านไปสู่ระดับสูงสุดให้ได้ ให้เห็นว่าท่านไม่เป็นสองรองใครเลย