มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
มิตซูบิชิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น อวดโฉมรถยนต์รถเอสยูวี “มิตซูบิชิ ปาเจโร” เจเนอเรชั่น 5 สู่สายตาชาวโลกเรียบร้อยแล้ว ภายใต้กลยุทธ์สำคัญเพื่อให้ “ปาเจโร” ฟื้นบทบาทของมิตซูบิชิในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
บนเวทีเปิดตัวรถคันนี้ “เคสุเกะ คิชิอุระ” ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (COO) ปาเจโรรุ่นใหม่จะเป็นรถยนต์เรือธงที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนทิศทางแบรนด์มิตซูบิชิ

เป้าหมาย 10,000 คันในปีแรก
COO มิตซูบิชิประกาศเดินหน้าเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยสิ่งสำคัญที่มิตซูบิชิต้องการทำ คือ การยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าและคุณค่าขององค์กร ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น
“เราจะยกระดับความเป็นมิตซูบิชิ มอเตอร์สให้ชัดเจนและโดดเด่นยิ่งขึ้น รถมิตซูบิชิ ปาเจโร ใหม่คือผลงานรุ่นแรกที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวของเราให้เป็นจริง และคือรถยนต์ที่จะนำพาแบรนด์มิตซูบิชิก้าวสู่อนาคต”
เบื้องต้นมิตซูบิชิตั้งเป้ายอดขายปาเจโรไว้ที่ 10,000 คันภายในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2570

ไทยเปิดตัว-ขายที่แรกของโลก
มิตซูบิชิ ปาเจโร เปิดตัวและทำตลาดในประเทศไทยเป็นแห่งแรกในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จากนั้นมิตซูบิชิมีแผนจะแนะนำรถรุ่นนี้ไปยังตลาดออสเตรเลีย และญี่ปุ่น
ก่อนที่ปีงบประมาณ 2570 ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 เมษายน 2570-31 มีนาคม 2571 จะขยายไปยังตลาดแอฟริกา, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง รวมกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
ถือเป็นครั้งแรกที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ตัดสินใจมอบหมายให้ฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย คือ โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นฐานการผลิตรถยนต์ปาเจโร
นั่นหมายความว่าประเทศไทยกลายเป็นตลาดแรก เป็นฐานการผลิตส่งออกรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร
คืนชีพรถระดับตำนาน
ก่อนหน้านี้มิตซูบิชิตัดสินใจยุติการผลิตปาเจโรสำหรับตลาดญี่ปุ่นไปเมื่อ 2562 และหยุดผลิตสำหรับตลาดต่างประเทศไปในปี 2564 และได้ตัดสินใจปิดโรงงานในญี่ปุ่นฐานผลิตสำคัญของรถรุ่นนี้ไป
สำหรับมิตซูบิชิ ปาเจโร ถือเป็นรถยนต์เอสยูวีระดับตำนานของมิตซูบิชิ โดยเปิดตัวทำตลาดครั้งแรกเมื่อปี 2525 จากเจเนอเรชั่นที่ 1-4 รถยนต์รุ่นนี้มียอดผลิตสะสมกว่า 3.29 ล้านคัน ครองใจผู้ใช้งานสายออฟโรด และความสะดวกสบายในเมืองมาอย่างยาวนาน
จากการกำหนดยุทธศาสตร์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์รุ่นนี้ เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ปิกอัพขนาด 1 ตันของมิตซูบิชิอยู่แล้ว
ลุ้นอนุพันธ์ปาเจโร ขนาดกลาง-เล็ก
ก่อนหน้านี้มิตซูบิชิยังได้ลงทุน และวางใจให้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ XEV นั่นหมายความว่ามิตซูบิชิให้ความสำคัญและต้องการตอกย้ำความสำคัญของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญที่สุดของบริษัทนอกประเทศญี่ปุ่น
โดยมีการคาดว่าหลังจากการเปิดตัวมิตซูบิชิ ปาเจโร เอสยูวีขนาดใหญ่ครั้งนี้แล้ว อนาคตมีความเป็นไปได้ว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จะเตรียมขยาย “อนุพันธ์” ของรถคันนี้
เฉกเช่นเดียวกับการขยายอนุพันธ์รถปิกอัพไทรทัน จนประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา
ไม่ได้มีเครื่องยนต์เดียว
และด้วยสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการเข้ามาทำตลาดของค่ายรถยนต์ ส่งผลให้ค่ายรถยนต์ต่างต้องปรับตัวและพยายามหาวิธีการ “ทวงคืน” ตลาด
ทั้งนี้เชื่อว่าโอกาสที่จะได้เห็นอนุพันธ์ของปาเจโร ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ออกมาในอนาคตก็ไม่น่าใช่เรื่องเกินความคาดหมาย
รวมทั้งการขยายตลาดนอกจากรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว เราอาจจะได้เห็นมิตซูบิชิ ปาเจโร พลังงาน XEV ที่มีความเป็นไปได้ทั้งไฮบริด ปลั๊ก-อิน ไฮบริด หรืออีวี ก็ถือว่ายังมีโอกาส
และหากเป็นไปตามแผนงานระยะกลาง-ระยะยาว ของมิตซูบิชิ ในระยะยาวมิตซูบิชิยังมีแผนพัฒนาปาเจโรขนาดเล็กด้วย
สุดท้ายเมื่อค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม
นาทีนี้คำถามสำคัญคือ ประเทศไทย รัฐบาลไทย จะมีนโยบายแนวทางรักษาการเป็นฐานผลิตยานยนต์คุณภาพของโลกเอาไว้ได้อย่างไร ต้องติดตาม