เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดิวาน่าผนึกไชน่าแอร์ไลน์ จับลูกค้าสหรัฐ-แคนาดา
Business ดิวาน่าผนึกไชน่าแอร์ไลน์ จับลูกค้าสหรัฐ-แคนาดา
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
ดูทั้งหมด

‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’

05 ก.ย. 2569 | 08:09น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก 
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาสร้างความกังวลให้กับทั่วโลกอีกรอบ เมื่อสหรัฐอเมริกาใช้ปฏิบัติการทางทหารถล่ม “อิหร่าน” ครั้งใหม่ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ตามมาด้วยระลอกใหญ่ในวันที่ 1 กันยายน ถือเป็นการถล่มครั้งแรกนับจากปลายเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้ราคานํ้ามันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นทันที โดยเฉพาะนํ้ามันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคา “อ้างอิง” ของทั่วโลก ปรับขึ้นเกิน 2% ไปอยู่ระดับเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันที่ 2 กันยายน 

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อมากขึ้น และแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อผลตอบแทน (ยีลด์) พันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก ไม่เพียงเฉพาะต่อยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเท่านั้น โดยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐขยับขึ้น 0.03% ไปอยู่ที่ 4.7880% “สูงที่สุด” ในรอบ 20 เดือน พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 0.06% ไปแตะระดับ 3% เป็นครั้งแรกนับจากปี 1996 ส่วนพันธบัตรอายุ 2 ปี ขึ้นไปสูงที่สุดในรอบ 31 ปี ที่ระดับ 1.81%

ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลสหราชอาณาจักรสูงขึ้นมากกว่า 0.09% ไปอยู่ที่ 5.2341%, สูงที่สุดนับจากปี 2008 ในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลก หรือวิกฤต “แฮมเบอร์เกอร์” ส่วนพันธบัตร 30 ปีก็พุ่งขึ้น 0.09% เช่นกัน แตะ 5.8856% สูงที่สุดนับจากเดือนมีนาคม 1998 

ส่วนยีลด์พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี ซึ่งปกติแล้วเป็นเครื่องชี้วัดต้นทุนการกู้ยืมใน “ยูโรโซน” ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน 0.03% ไปอยู่ที่ 3.3546% ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ ส่วนพันธบัตร 2 ปีก็ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 2.9496% สูงที่สุดนับจากปี 2024  ขณะที่ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีของฝรั่งเศสก็ทำสถิติสูงสุดนับจากปี 2024 เช่นกัน

“สกอตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่กังวลที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐสูงขึ้น โดยอ้างว่าตลาดพันธบัตรสหรัฐยังคงเป็นตลาดที่มี “ผลงานดีที่สุด” ในโลก โดยอ้างถึงการที่ล่าสุดบริษัทจัดอันดับฟิทช์เรทติ้งส์ ยังคงจัดอันดับให้อยู่ในระดับ AA+

สตีฟ อิงแลนเดอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลากยาวมา 6 เดือน บวกกับการที่ศาลสูงสุดของสหรัฐมีคำพิพากษาว่าการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยความฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเกินขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี ทำให้รายได้จากภาษีของรัฐบาลสหรัฐ “หายไป” ประมาณ 40% เพิ่มแรงกดดันต่อผลตอบแทนพันธบัตร

อิงแลนเดอร์กล่าวว่า ผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกตกอยู่ภายใต้แรงกดดันที่ทำให้ต้องอยู่ใน “ขาขึ้น” เพราะไม่ใช่แค่สหรัฐอเมริกาประเทศเดียวที่มีปัญหาขาดดุล ส่วนคำกล่าวของรัฐมนตรีคลังสหรัฐ ที่อ้างว่าตลาดพันธบัตรสหรัฐมีผลงานดีที่สุดนั้น อันที่จริงคำว่าทำผลงานดีที่สุดเป็นคนละอย่างกับ “ทำผลงานได้ดี” ตอนนี้หลายประเทศมีปัญหาขาดดุล ดังนั้นจึงมองไม่เห็นเหตุผลอะไรที่จะดีใจ

อุลริเกะ ฮอฟมันน์-เบอร์คาร์ดิ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนประจำทวีปอเมริกาของยูบีเอส ชี้ว่า ในระยะสั้นความ “ผันผวน” ของผลตอบแทนพันธบัตรจะยังคงอยู่ต่อไป เพราะมีหลายปัญหากดดัน ทั้งการไม่เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังคงสูง นอกจากนี้ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับท่าทีด้านนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ความกังวลเรื่องงบประมาณรัฐบาล ความกังวลเรื่องที่ภาคเอกชนออก “หุ้นกู้” มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อระดมทุนไปลงทุนปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

สำหรับกรณีของสหรัฐอเมริกา ปัญหาหนี้สาธารณะสูงจนทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก การขาดดุลงบประมาณอย่างเรื้อรัง ล่าสุดไปแตะ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ประกอบกับราคาพลังงานสูงซึ่งผลักดันเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับสูงอย่างยาวนาน ทำให้นักลงทุนขาดความมั่นใจที่จะลงทุนใน “สินทรัพย์สหรัฐ” เห็นได้จากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐในปีนี้ (2026) โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว ที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในวันที่ 19 สิงหาคม กระทรวงการคลังสหรัฐต้องออกมาสร้างความมั่นใจด้วยการประกาศ “ซื้อคืน” พันธบัตรอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี ด้วยวงเงิน 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อธุรกรรม ระยะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน-4 พฤศจิกายน ปีนี้ (2026) เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดพันธบัตร 

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวได้ผลเพียงระยะสั้นมาก ผลตอบแทนลดลงมา 0.02-0.09% แต่วันถัดไปก็ดีดกลับมาเช่นเดิม เนื่องจากนักลงทุนมองว่า “ปัญหาพื้นฐาน” คือเรื่องหนี้สาธารณะและการขาดดุลยังไม่เปลี่ยนแปลง ประกอบกับวงเงินซื้อคืนถือว่ามีขนาด “เศษเสี้ยว” เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดพันธบัตรทั้งหมด

ทั้งนี้ผลตอบแทนพันธบัตรจะเคลื่อนไหวตรงข้ามกับราคาพันธบัตร กล่าวคือเมื่อผลตอบแทนสูง ราคาพันธบัตรจะลดลง

ปัญหาด้านงบประมาณและการคลังของสหรัฐที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ที่ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า ราคาพันธบัตรตกต่ำลง ทำให้ล่าสุดเกิดคำว่า Debasement Trade ขึ้นในแวดวงวอลล์สตรีต โดย Debasement Trade หมายถึงสภาวะที่นักลงทุน “โยกย้าย” การลงทุนจากดอลลาร์ หรือสกุลเงินหลักไปเป็นสินทรัพย์อื่นอย่างทองคำหรือบิตคอยน์ เพื่อป้องกันความเสี่ยง

นักวิเคราะห์จากดอยช์แบงก์ชี้ว่า “ทองคำ” เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่จะได้ประโยชน์จาก Debasement Trade คาดว่าราคาทองคำจะไปแตะ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เช่นเดียวกับเรย์ ดาลิโอ มหาเศรษฐีนักลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองคำและบิตคอยน์ และแนะนำว่าพอร์ตการลงทุน “ต้นแบบ” ที่ดีควรมีทองคำในพอร์ต 15%

ในระยะ 2-3 วันทำการ นับจากกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศซื้อคืนพันธบัตร ราคาทองคำขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้ามากกว่า 3% สู่ระดับเกือบ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันที่ 25 สิงหาคม 

อย่างไรก็ตามราคาทองคำร่วงลงอีกครั้งหลังจาก “เควิน วอร์ช” ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟด ที่เรียกว่าการประชุม “แจ็กสัน โฮล” เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม เพราะตลาดตีความว่าวอร์ชส่งสัญญาณพร้อมจะ “ขึ้นดอกเบี้ย” เนื่องจากมีตอนหนึ่งพูดว่าให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมาย 2%

แต่นักวิเคราะห์บางคนก็เชื่อว่า ตราบใดที่ดอลลาร์ยังอ่อนค่าจากปัญหาดังกล่าวของรัฐบาลสหรัฐ ในที่สุดราคาทองคำก็จะปรับขึ้นอยู่ดี