‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
“อิมแพ็ค เมืองทองธานี” ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่ 4,000 ไร่ ภายใต้โครงการ “เมืองทอง Next”รองรับการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่พึ่งพาโครงข่าย ทั้งอีสปอร์ต คอนเสิร์ต งานเทคโนโลยี รวมถึงการประชุมแบบ Hybrid ด้านทีเส็บเผยช่วยยกระดับเดสติเนชั่นสู่ Smart MICE Destination ต้นแบบในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ ชี้วันนี้เกมแข่งขันเวนิวเปลี่ยนจากวัด “ขนาด” สู่การขาย “ประสบการณ์”
นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับเอไอเอสยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้โครงการ “เมืองทอง Next” ผ่านเครือข่าย WiFi และระบบเชื่อมต่อที่รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องด้านการสื่อสาร ธุรกรรม และกิจกรรมดิจิทัลในการจัดคอนเสิร์ต งานแสดงสินค้า การประชุม และอีเวนต์ขนาดใหญ่

พร้อมต่อยอดบริการ 5G VIP Ultra และ Boost Mode บนเครือข่าย 5G SA เพิ่มความเร็วและเสถียรภาพในการใช้งาน และเพิ่มขีดความสามารถของอิมแพ็คในการรองรับงานที่ซับซ้อนและต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อคุณภาพสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกสถานที่ของผู้จัดงาน
ต่อยอด Event สู่ Smart City
นายพอลล์กล่าวว่า สำหรับระยะต่อไปเมืองทองธานี ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 4,000 ไร่ จะขยายการใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจากพื้นที่จัดงานไปสู่การใช้ชีวิตในเมือง ทั้ง Smart Living สำหรับบ้านและคอนโดมิเนียม การศึกษา Healthcare ความปลอดภัย Cloud AI และระบบขนส่ง
ประกอบกับการเดินทางที่สะดวกขึ้นทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวและนักลงทุนเข้าสู่พื้นที่ โดยผลจากการพัฒนาจะไม่ได้จำกัดอยู่ภายในเมืองทองธานี แต่เชื่อมโยงไปถึงปากเกร็ดและเศรษฐกิจนนทบุรีโดยรวม
“ภายในพื้นที่เมืองทองธานีมีทั้งพื้นที่จัดงาน ที่อยู่อาศัย สถานศึกษา ศูนย์การค้า และธุรกิจบริการ การมีพันธมิตรเข้ามาเสริมศักยภาพจะช่วยเพิ่มโอกาสดึงงานอีเวนต์เข้ามาจัดในประเทศไทย พร้อมกระจายการใช้จ่ายสู่โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจเอสเอ็มอีต่าง ๆ ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถใช้ AI ข้อมูล และเครื่องมือดิจิทัลมาวิเคราะห์ธุรกิจ บริหารกระแสเงินสด และต่อยอดยอดขายได้ดียิ่งขึ้น” นายพอลล์กล่าว
แข่งขาย “ประสบการณ์”
ด้าน ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ กล่าวว่า ในอดีตการแข่งขันของสถานที่จัดงาน หรือ Venue ต่าง ๆ มักแข่งขันจากขนาดพื้นที่ และจำนวนคนที่สามารถรองรับได้ แต่ปัจจุบันศักยภาพและการแข่งขันของสถานที่จัดงานไม่ได้อยู่ที่สิ่งอำนวยความสะดวก หรือ Facility เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับวิธีบริหารจัดการประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงานตั้งแต่ก่อนจัดงาน ระหว่าง จัดงาน และหลังจัดงาน
โครงการ “เมืองทอง Next” จึงช่วยยกระดับเดสติเนชั่นการจัดงานของอิมแพ็ค เมืองทองธานีสู่ Smart MICE Destination และสามารถเป็นต้นแบบในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ เพราะผลลัพธ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดงาน แต่ยังสร้างโอกาสดึงนักลงทุน การค้า และนักวิชาการเข้ามาในพื้นที่
ดร.ศุภวรรณกล่าวด้วยว่า อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือการออกแบบเส้นทางประสบการณ์ของผู้ร่วมงาน ซึ่งไม่ได้เข้ามาเฉพาะกิจกรรมภายในฮอลล์ แต่ยังใช้บริการทั้งก่อนและหลังงาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจึงช่วยเชื่อมผู้ร่วมงานสู่โรงแรม ศูนย์การค้า ร้านอาหาร และแหล่งกิจกรรมภายในเมืองทองธานี โดยผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการออกแบบประสบการณ์ของเมืองทองธานีและผู้จัดงาน
รับอีเวนต์ไฮบริด-งานระดับโลก
โดยโครงข่ายดิจิทัลจะถูกนำไปใช้ยกระดับการบริหารพื้นที่และการปฏิบัติการ หรือ Operation Excellence ให้ทำงานแบบเรียลไทม์ ทั้งการลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การติดตามความหนาแน่นของคน การบริหารการจราจรของรถภายในพื้นที่ ตลอดจนการจัดการพลังงานภายในอาคาร ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของพื้นที่และผู้จัดงานมองเห็นสถานการณ์และสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
ขณะเดียวกันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีเสถียรภาพจะเปิดโอกาสให้อิมแพ็คและประเทศไทยเสนอตัวรองรับอีเวนต์ที่พึ่งพาโครงข่ายเข้มข้น เช่น อีสปอร์ต คอนเสิร์ต งานเทคโนโลยี และการประชุมแบบ Hybrid ที่เชื่อมผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศ ซึ่งทีเส็บมองว่าจะเพิ่มตัวเลือกในการดึงงานระดับโลกเข้ามาจัดในไทยได้มากขึ้น