มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
“ซาบีดา” ลงพื้นที่เชียงใหม่ ตรวจความพร้อมโค้งสุดท้ายรับ ICOMOS มั่นใจเกินร้อย จี้ปรับกลยุทธ์ป้ายสื่อสาร ย้ำมรดกโลกต้องเน้น “คุณค่าและความยั่งยืน” ไม่ใช่พัฒนาแบบก้าวกระโดด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าและความพร้อมในการเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” (Monuments, Sites and Cultural Landscape of Chiang Mai, Capital of Lanna) และตรวจเยี่ยมพื้นที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก อาทิ ประตูท่าแพ ประตูช้างเผือก ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนดอก แจ่งศรีภูมิ แจ่งหัวลิน แจ่งก๊ะต๊ำ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และวัดเชียงมั่น เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการลงพื้นที่ตรวจประเมินทางเทคนิค (Technical Evaluation Mission) ของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ระหว่างวันที่ 3-8 สิงหาคม 2569 นี้
นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า จากการตรวจเยี่ยมหมุดหมายสำคัญในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ในวันนี้ พบว่าพื้นที่มีการบริหารจัดการที่ดีมาก ทั้งการเก็บขยะและการปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ทั้งทางจังหวัด ภาคประชาชน และสภาเมืองเชียงใหม่ ทำให้ในภาพรวมไม่มีข้อกังวลใดๆ โดยการเดินทางมาครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมตั้งใจมาทำหน้าที่เป็นผู้คอยอำนวยความสะดวก หากพื้นที่ติดขัดปัญหาในเรื่องใดที่กระทรวงฯ จะสามารถช่วยประสานงานต่อหรือเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและน่าพอใจสูงสุด ก็พร้อมที่จะผลักดันทันทีเพื่อให้พร้อมรับคณะผู้เชี่ยวชาญที่จะมาถึง
อย่างไรก็ตาม รมว.วัฒนธรรม ได้ชี้ถึงประเด็นสำคัญที่ท้องถิ่นสะท้อนและจำเป็นต้องเร่งดำเนินการในลักษณะเร่งด่วน (Fast-track) คือ เรื่องของ “ป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ” ในพื้นที่ ซึ่งต้องการให้ปรับปรุงให้มีความสวยงามและมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับการเล่าเรื่องราวของจังหวัดเชียงใหม่และอาณาจักรล้านนา โดยเรื่องนี้ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้สำนักงานจังหวัด ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว เพื่อร่วมกันดูแลและปรับปรุงให้สื่อประชาสัมพันธ์ที่ติดตั้งอยู่ในเมือง สามารถบอกเล่าเรื่องราวของเมืองได้อย่างต่อเนื่องและเป็นเนื้อเดียวกันเมื่อมองเข้ามา

สำหรับมิติเรื่อง “Living Heritage” หรือมรดกโลกที่มีชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการประเมินนั้น นางสาวซาบีดา ระบุว่า ความเข้าใจของประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุดในการแพร่หลายข้อมูลข่าวสารเรื่องมรดกโลก ขณะนี้ทั้งสภาเมืองเชียงใหม่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงคนเชียงใหม่เอง ได้พยายามช่วยกันขับเคลื่อนและแชร์สื่อประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการเดินหน้าให้องค์ความรู้แก่เด็กและเยาวชนตามโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกัน และไม่ใช่แค่คนในพื้นที่เท่านั้น แต่ส่วนกลางก็ต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย เพราะมรดกโลกเชียงใหม่ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย ไม่ใช่แค่ของจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น
“เราต้องสื่อประชาสัมพันธ์อย่างมีกลยุทธ์ ให้คนเข้าใจง่าย ให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของมรดกทางวัฒนธรรม เป็นเจ้าของมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งนี้ด้วยเหมือนกัน พอเขาเกิดความภาคภูมิใจ การที่เราได้เล่าถึงคุณค่า เมื่อเราตระหนักถึงคุณค่า แน่นอนว่าต่อไปก็จะเป็นการยกระดับในเรื่องของการอนุรักษ์ และสิ่งที่จะตามมาก็คือมูลค่าก็จะตามมาเองค่ะ” นางสาวซาบีดา กล่าว
นางสาวซาบีดา กล่าวต่อว่า สำหรับความมั่นใจในการผลักดันเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก ยืนยันว่า มีความมั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีบุคคลสำคัญอีกหลายท่านที่อยู่เบื้องหลังการทำงานและพยายามขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างไม่ย่อท้อมาตลอดระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่เชียงใหม่ได้รับการขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เมื่อปี 2558 จนถึงวันนี้ทุกอย่างได้รับความร่วมมือและประสานงานกันอย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเจ้าอาวาสวัดทั้ง 7 แหล่งในพื้นที่ รวมถึงภาคประชาชน จึงไม่มีข้อกังวลใดๆ แต่หากมีจุดใดติดขัดหลังจากนี้ก็จะช่วยกันแก้ไข และจะรอรับฟังข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS อีกครั้งเพื่อนำมาปรับใช้ไม่ให้เกิดปัญหาในการขึ้นทะเบียน
นอกจากนี้ นางสาวซาบีดา ยังได้ขยายความถึงวิสัยทัศน์เชิงนโยบายที่ไม่ต้องการให้เชียงใหม่พัฒนาแบบก้าวกระโดด แต่เน้นย้ำสร้างความยั่งยืนว่า
“บางทีเมื่อเราเข้าใจถึงคุณค่า เรารู้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องอนุรักษ์ แล้วเราก็มองถึงความยั่งยืน เราไม่ได้อยากให้เมืองเติบโตเร็วเพื่อเป็นเฉพาะแค่เมืองเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ว่าเราต้องใช้วัฒนธรรมนำ ใช้วัฒนธรรมในการเล่าเรื่องเพื่อให้เขาเห็นคุณค่า ซึ่งคนรุ่นใหม่พอเขาเข้าใจและเห็นคุณค่า เขาก็จะสามารถสืบสานต่อไปในอนาคตได้”

รมว.วัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาหากไม่มีการเตรียมขึ้นทะเบียนมรดกโลก หลายแหล่งโบราณสถานอาจจะไม่ถูกพูดถึง และประวัติศาสตร์ข้อมูลต่างๆ ก็อาจจะไม่ได้รับการบูรณาการขึ้นมา แต่กระบวนการมรดกโลกทำให้เกิดกลไกในการเตรียมข้อมูล ซึ่งทำให้เราได้กลับมาเหลียวดูประวัติศาสตร์และเรื่องราวความเป็นมาที่แท้จริง เช่น วัดเชียงมั่น ที่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเป็นวัดแรกของจังหวัดเชียงใหม่ หรือการที่เชียงใหม่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 730 ปี สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะเล่าเรื่องได้ดีที่สุด และหากนักท่องเที่ยวสัมผัสได้ถึงคุณค่านี้ พวกเขาจะกลับมาเยือนอีกแน่นอน โดยไม่ใช่แค่มาแล้วก็ไป แต่เชียงใหม่จะเป็นเมืองที่อยู่ในความทรงจำ
“อย่างตัวดิฉันเอง มาจังหวัดเชียงใหม่บ่อยมาก ปีหนึ่งมาหลายครั้ง แต่ที่ผ่านมาเรายังไม่เคยได้เรียนรู้ในเรื่องของข้อมูลหรือองค์ความรู้ต่างๆ เหล่านี้เพราะมาไม่ถึง มันทำให้การมาเที่ยวเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง คือไม่ได้รู้สึกว่าซึมซับในวัฒนธรรม ไม่ได้มาด้วยความรู้สึกภูมิใจ แต่มาแค่เสพไวบ์ (Vibe) ของความเป็นเชียงใหม่โดยไม่มีความรู้อะไรกลับไปเลย แต่สิ่งเหล่านี้พอเรามีความรู้ มีการเล่าเรื่องที่ดี แน่นอนว่าจะเกิดทั้งความประทับใจ ความภาคภูมิใจ และสามารถเป็นสะพานเชื่อมโยงไปสู่สิ่งอื่นๆ ได้อีกมากมายหลังจากนี้” นางสาวซาบีดา กล่าว
สำหรับพื้นที่ที่เสนอขึ้นทะเบียนประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มกำแพงเมือง คูเมือง และแจ่งเมือง ประกอบด้วย กำแพงเมือง จำนวน 5 ประตู ได้แก่ ประตูช้างเผือก ประตูท่าแพ ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนปรุง และประตูสวนดอก แจ่งเมือง จำนวน 4 แจ่ง ได้แก่ แจ่งศรีภูมิ แจ่งก๊ะต๊ำ แจ่งกู่เฮือง และแจ่งหัวลิน พร้อมโบราณสถานสำคัญ ได้แก่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ และวัดสวนดอก 2. กลุ่มวัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม และวัดพระธาตุดอยสุเทพ และ 3. กลุ่มวัดเจ็ดยอด ซึ่งทั้งหมดสะท้อนพัฒนาการด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม ผังเมือง และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนาได้อย่างโดดเด่น
นางสาวซาบีดา กล่าวเสริมว่า ภายหลังการตรวจประเมินภาคสนาม ICOMOS จะดำเนินการประชุมหารือและซักถามข้อมูลเพิ่มเติมกับฝ่ายไทย รวมทั้งพิจารณาข้อมูลสนับสนุนต่าง ๆ ก่อนจัดทำรายงานเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการมรดกโลก โดยประเทศไทยจะต้องตอบข้อซักถามและจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมตามกรอบเวลาที่กำหนด ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมสมัยสามัญประจำปี 2570 ราวช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2570
“กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและให้คำแนะนำจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน และทุกภาคส่วน ในการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานของอนุสัญญามรดกโลกตามภารกิจ” นางสาวซาบีดา กล่าว
นางสาวซาบีดา กล่าวในตอนท้ายว่า อย่างไรก็ตาม การผลักดันเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา สู่การเป็นแหล่งมรดกโลก ไม่ใช่เพียงการเสนอขึ้นทะเบียนโบราณสถาน แต่เป็นการยืนยันคุณค่าของอารยธรรมล้านนาที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ต่อยอดการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน และยกระดับประเทศไทยบนเวทีวัฒนธรรมโลก
