เชียงใหม่เปิดโมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
เชียงใหม่เปิดโมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ดันแนวคิด “ตลาดนำการผลิต” พลิกบทบาทสู่ศูนย์กลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชมภูสามัคคี จำกัด พร้อมด้วยภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา เปิดงาน “มหกรรมสหกรณ์สร้างอาชีพ เชื่อมตลาด สร้างรายได้อย่างยั่งยืน” ณ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชมภูสามัคคี จำกัด ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประกาศความพร้อมในการผลักดันต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และแก้ปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัด สหกรณ์จังหวัด พาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด และ นางสาวพันทอง ว่องไว ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชมภูสามัคคี จำกัด ตลอดจนผู้บริหารหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเครือข่ายสหกรณ์เข้าร่วมงาน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ คือการยกระดับบทบาทของสหกรณ์จากการเป็นเพียงผู้ให้บริการด้านการออมและสินเชื่อ สู่การเป็น “ศูนย์กลางในการสร้างอาชีพ เชื่อมโยงตลาด และพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก” ผ่านแนวคิด “ตลาดนำการผลิต (Market-Led Agriculture)” โดยเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้รับซื้อ ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานสนับสนุน ให้ร่วมวางแผนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ผลผลิตตรงกับความต้องการของตลาด เพิ่มมูลค่า ลดความเสี่ยงด้านราคา และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร
นางสาวพันทอง ว่องไว ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชมภูสามัคคี จำกัด กล่าวว่า ปัญหาสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่แค่การเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่คือการขาดอาชีพที่มั่นคง ขาดตลาดรองรับ ทำให้สมาชิกต้องเผชิญภาวะหนี้สิน หากสหกรณ์ทำหน้าที่เพียงปล่อยสินเชื่อโดยที่สมาชิกไม่มีรายได้ที่มั่นคง ปัญหาก็จะไม่ถูกแก้ไข สหกรณ์ยุคใหม่จึงต้องทำหน้าที่มากกว่าสถาบันการเงิน โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และตลาด เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้สมาชิก
โดยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชมภูสามัคคีมีเป้าหมายพัฒนา “โมเดลสหกรณ์สร้างอาชีพ” ให้เป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนและสหกรณ์ประเภทอื่นทั่วประเทศ โดยให้สหกรณ์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวมสมาชิก เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน การแปรรูป และตลาด เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง ลดปัญหาหนี้สิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกอย่างยั่งยืน
“เป้าหมายของเรา ไม่ใช่เพียงให้สมาชิกกู้เงินได้ แต่ต้องทำให้สมาชิกมีอาชีพ มีตลาด มีรายได้ และมีอนาคตที่มั่นคง เพราะเมื่อสมาชิกเข้มแข็ง สหกรณ์ก็เข้มแข็ง และเมื่อสหกรณ์เข้มแข็ง ชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศก็จะเติบโตไปพร้อมกัน”

งานครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบความร่วมมือระหว่าง สหกรณ์ ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษาและผู้ประกอบการ เพื่อเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้รับซื้อโดยตรง สนับสนุนการรวมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ การรวบรวมผลผลิต การแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ด้านนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่มีจุดแข็งทั้งด้านทรัพยากร องค์ความรู้ งานวิจัย และเครือข่ายสหกรณ์ที่เข้มแข็ง ซึ่งเอื้อต่อการเป็นต้นแบบเศรษฐกิจการเกษตรสมัยใหม่ การพัฒนาเกษตรกรรมวันนี้ต้องเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นแค่การผลิต ไปสู่การเข้าใจความต้องการของตลาด เชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้รับซื้อโดยตรง ส่งเสริมการแปรรูป และสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ครบวงจร เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานคือ เวทีเสวนา “อนาคตพืชเศรษฐกิจไทย จากแปลงปลูกสู่ตลาด ด้วยระบบตลาดนำการผลิต”ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมผู้ประกอบการและผู้รับซื้อพืชเศรษฐกิจรายสำคัญของประเทศ ทั้งด้านกาแฟ โกโก้ ลำไย ข้าว พีชปาล์ม และสมุนไพร มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงในการสร้างตลาด การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้ตรงกับความต้องการของตลาดและแข่งขันได้ในระยะยาว


นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการและบูธผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ พร้อมเปิดพื้นที่จับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างเกษตรกรแปลงใหญ่ ภาคอุตสาหกรรม และนักลงทุน เพื่อให้เกิดระบบสนับสนุนที่ครบวงจร
โมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชมภูสามัคคี จำกัด ในครั้งนี้ จะถูกใช้เป็นต้นแบบสำคัญที่จังหวัดเชียงใหม่เตรียมผลักดันและขยายผลสำเร็จ ไปยังสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนและสหกรณ์ประเภทอื่นๆ ทั่วประเทศในอนาคต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้ “สมาชิกเข้มแข็ง สหกรณ์เข้มแข็ง ชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

