ตั้งแต่สองปีก่อน (2023) มีดีลใหญ่ ๆ เกิดขึ้นกับ “ไลน์แมน-วงใน” (LINE MAN Wongnai) เทคสตาร์ตอัพไทยรุ่นแรก ๆ ที่ปัจจุบันไปไกลกว่าคำว่า “สตาร์ตอัพ” มากแล้วถึง 2 ดีล ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อกิจการของ FoodStory ผู้พัฒนาระบบ POS (Point of Sale) สำหรับร้านอาหาร และการเข้าซื้อกิจการ Rabbit LINE Pay จากผู้ถือหุ้นเดิมมาบริหารเองทั้งหมด พร้อมเปลี่ยนชื่อบริการใหม่เป็น LINE Pay
ล่าสุดในปีนี้ 2025 ก็มีอีก 1 ดีลเกิดขึ้น นั่นคือการเข้าซื้อกิจการ “จีรา คลาวด์” (JERA Cloud) ผู้พัฒนาระบบ POS สำหรับธุรกิจความงาม และสุขภาพ เพื่อขยายพอร์ต POS มายังกลุ่มคลินิกความงาม คลินิกทันตกรรม ร้านเสริมสวย และสปา ของจีรา คลาวด์ ที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วกว่า 1,700 สาขาทั่วประเทศ (ณ ส.ค. 2025) เช่น Aura Bangkok Clinic 20 สาขา และคลินิกทันตกรรม Teeth Talk 19 สาขา เป็นต้น
เป็นการเติมเต็ม “อีโคซิสเต็ม” ของไลน์แมน-วงใน และเปิดโอกาสในการขยายธุรกิจสู่น่านน้ำใหม่ ๆ นอกจากกลุ่ม “ร้านอาหาร” ที่เป็นความถนัดเดิม
รุกคืบ M&A สยายปีกธุรกิจ
“ยอด ชินสุภัคกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ฉายภาพเส้นทางธุรกิจตลอด 15 ปี ของ “ไลน์แมน-วงใน” ว่าเริ่มจากการก่อตั้งแพลตฟอร์มรีวิวร้านอาหาร “วงใน” (Wongnai) ในปี 2010 กระทั่งในปี 2016 ได้เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์กับ “ไลน์แมน” นำดาต้าของ “วงใน” ไปต่อยอดในบริการฟู้ดดีลิเวอรี่
และในปี 2020 “ไลน์แมน” กับ “วงใน” ได้ควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน มีการระดมทุนซีรีส์ A จาก BRV Capital Management มูลค่ากว่า 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,300 ล้านบาท) พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจไปเรื่อย ๆ จนในปี 2022 มีการระดมทุนซีรีส์ B มูลค่า 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9,700 ล้านบาท)
จากนั้นในปี 2023 ได้เข้าซื้อกิจการ FoodStory และ LINE Pay เข้ามาเสริมอีโคซิสเต็ม และเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ ๆ เชื่อมระบบ POS กับเพย์เมนต์เข้าด้วยกัน และล่าสุดตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ “จีรา คลาวด์” เพื่อขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรม “บิวตี้”
“ธุรกิจบางอย่าง ถ้าเข้าไปทำเองตั้งแต่ต้นจะใช้เวลานานมาก และมีโอกาสสำเร็จน้อยด้วย การเข้าซื้อกิจการจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมมากกว่า บริษัทเราเติบโตมาจากดีล M&A หลายครั้ง และยังมองหาโอกาสในการทำดีล M&A อยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเข้า IPO ซึ่งตามแผนที่วางไว้จะพยายามยื่นไฟลิ่งให้ได้ในปีนี้”
โฟกัส 3 ธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักของไลน์แมน-วงใน มี 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ 1.On-Demand Services คือแอปพลิเคชั่น LINE MAN ที่มีบริการทั้งฟู้ดดีลิเวอรี่, มาร์ต (Mart), เมสเซนเจอร์ (Messenger) และการเรียกรถรับส่ง (Ride) ปัจจุบันมีผู้ใช้ต่อเดือน 10 ล้านคน และมีจำนวนไรเดอร์ในระบบมากกว่า 1 แสนคน
2.Payment & Financial Products ผ่าน LINE Pay เป็นระบบเพย์เมนต์ และอีวอลเลตที่มีผู้ใช้ลงทะเบียนกว่า 9 ล้านคน และ 3.Merchant Digital Solutions ระบบจัดการร้านค้า และ POS ที่มีผู้ใช้มากกว่า 5 หมื่นร้าน รวมถึงโซลูชั่นของจีรา คลาวด์ ก็จะเข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจนี้ด้วย
สำหรับแนวทางการขยายธุรกิจในกลุ่ม Merchant Digital Solutions จะมองไปที่ 3 แกนหลัก คือ 1.Customer Expansion เข้าถึงกลุ่มร้านค้าที่หลากหลาย ทั้งร้านเล็ก และร้านใหญ่ 2.Product Expansion ให้บริการโซลูชั่นอื่น ๆ นอกเหนือจาก POS เช่น Mobile Ordering สั่งอาหารผ่าน QR Code รวมถึงระบบ CRM ต่าง ๆ และ 3.Industry Expansion ขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการใช้ POS เช่น บิวตี้ สุขภาพ การศึกษา และกวดวิชา เป็นต้น
“ปัจจุบันรายได้เกิน 80% มาจาก On-Demand Services แต่หลังทำงานร่วมกับ FoodStory มา 2 ปี กลุ่ม Merchant Digital Solutions มีอัตรากำไร ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเห็นแนวโน้มที่ร้านใช้ โชลูชั่นเพิ่มเติมจาก POS มากขึ้น เช่น Mobile Ordering จากฐานลูกค้ามากกว่า 5 หมื่นร้าน มีประมาณ 1 หมื่นร้านที่ใช้โซลูชั่นเหล่านี้ไปแล้ว”

เปิดเหตุผลซื้อ “JERA Cloud”
“ยอด” เล่าถึงเหตุผลที่ตัดสินใจซื้อกิจการ “จีรา คลาวด์” ว่า ตลาดความงามมีมูลค่าอยู่ที่ 7.6 หมื่นล้านบาท โตเฉลี่ย 12% ต่อปี ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ตลาดที่ยังโตดับเบิลดิจิต ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ต่างจากตลาดร้านอาหาร ที่ปัจจุบันมีมูลค่าราว 6.4 หมื่นล้านบาท แต่โตได้ปีละ 1-2% เท่านั้น
ร้านที่ใช้บริการ “จีรา คลาวด์” มียอดขายรวมอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท เท่ากับ 1 ใน 3 ของตลาดความงามรันผ่านระบบของจีรา คลาวด์ อีกทั้งจำนวนสาขาของคลินิกความงามยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2023-2025 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30% จึงถือว่าจีรา คลาวด์ เป็นผู้เล่นหลักในตลาดนี้
“การเข้าซื้อกิจการรอบนี้ ไลน์แมน-วงใน จะเข้าไปถือหุ้นในจีรา คลาวด์ 100% เพื่อให้การ Synergy และเชื่อมอีโคซิสเต็มกับธุรกิจเดิมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการซื้อกิจการของจีรา คลาวด์ ไม่ได้มีผลทางธุรกิจอย่างเดียว แต่มีเรื่องของ คน เข้ามาเกี่ยวข้อง และเราเชื่อว่าทีมนี้คือทีมที่ศีลเสมอกันกับเรา”
จากการสำรวจข้อมูลบน Creden Data เพิ่มเติมพบว่า รายได้ของบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชั่น “จีรา คลาวด์” ตั้งแต่ปี 2022-2024 เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2022 มีรายได้ 25 ล้านบาท กำไร 5 ล้านบาท ปี 2023 รายได้ 29 ล้านบาท กำไร 1.4 ล้านบาท และปี 2024 รายได้ 51 ล้านบาท กำไร 7 ล้านบาท
แผนงานหลังควบรวม
ด้าน “เอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions, LINE MAN Wongnai พูดถึงแผนการทำงานหลังควบรวมกิจการว่า ในระยะแรก โฟกัส 1.การลงทุนด้านการขายและการตลาดเพิ่มเติม เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง รวมถึงรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และ 2.การอัพเกรดเทคโนโลยีผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างทีมจีรา คลาวด์ และไลน์แมน-วงใน
แผนระยะถัดไปจะมองเรื่องการเชื่อมต่อโซลูชั่นเข้ากับระบบเพย์เมนต์ของ LINE Pay และการต่อยอดเป็นบริการใหม่ ๆ เช่น การขายคูปอง หรือโวเชอร์คลินิกความงามบนแอป LINE MAN เป็นต้น
JERA Cloud คือใคร
“บัณฑิต ฐานะโสภณ” ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชั่น “จีรา คลาวด์” เล่าถึงเส้นทางธุรกิจที่ผ่านมาว่า ก่อตั้งในปี 2017 จากเพนพอยต์ของหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ที่ภรรยาทำธุรกิจคลินิกความงาม แต่หาระบบ POS ที่ตรงความต้องการไม่ได้ และตนมีความรู้ด้านซอฟต์แวร์จึงพัฒนาระบบให้ ก่อนที่จะขายระบบให้กับคลินิกอื่น ๆ ด้วย
“ช่วงแรกเราเดินเท้าไปขายเองหมด บางครั้งนั่งรอคุณหมออยู่ 2 ชั่วโมง แต่ขายไม่ได้ก็มี เรานำฟีดแบ็กที่ได้จากการพูดคุยแต่ละครั้งมาพัฒนาระบบ ทำให้ในปีแรกได้ลูกค้ารวมแล้ว 80 คลินิก”
จากนั้นจึงขยายไปในกลุ่มคลินิกทันตกรรม จนในปี 2019 มีลูกค้าใช้บริการกว่า 300 คลินิก กระทั่งวิกฤตโควิดต้องปรับโหมดสู่การ “เอาตัวให้รอด” เพราะคลินิกต่าง ๆ ให้บริการไม่ได้ หลายแห่งทยอยยกเลิกสัญญา
“เราพยายามยื้อลูกค้าไว้ด้วยการไม่เก็บค่าบริการ และเริ่มพัฒนาเรื่องระบบ CRM เข้ามา เพื่อให้ตอบโจทย์เรื่องการรักษาฐานลูกค้า และการทำนัดต่อเนื่อง รวมถึงหารายได้ทางอื่นมาจ่ายเงินเดือนให้ทีมแทน โชคดีที่หลังโควิดคลี่คลาย ธุรกิจคลินิกฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว เพราะคนกล้าใช้เงินกับการดูแลตนเอง จึงผ่านช่วงนั้นมาได้ และเติบโตต่อเนื่อง”
โซลูชั่น POS ของจีรา คลาวด์ มีให้เลือก 3 แพ็กเกจ ตามขนาดธุรกิจ ได้แก่ 1.Value 20,000 บาทต่อปี 2.Elegance 30,000 บาทต่อปี และ 3.Premium 45,000 บาทต่อปี มีสัดส่วนที่ใช้แพ็กเกจ Value 10% Elegance 50% และ Premium 40%
“การเป็นส่วนหนึ่งของไลน์แมน-วงใน จะช่วยให้การส่งมอบโซลูชั่นดีขึ้น และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น สอดรับกับตลาดความงามที่ยังเติบโตต่อเนื่อง จากการใช้บริการของกลุ่ม Gen Z ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ”