เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
Biz Movement ‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
Biz Movement สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
Economic พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
Finance ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
News เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
กรุงศรี ฟินโนเวต ร่วมลงทุน Amity รอบ Series D ปูทางสู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์
Tech กรุงศรี ฟินโนเวต ร่วมลงทุน Amity รอบ Series D ปูทางสู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์
SC ขยับ Rosewood พระราม 4 เปิด Q1/70 ปักหมุดคอนโดฯภูเก็ตราคาเอื้อมถึง
50 ประชาชาติธุรกิจ SC ขยับ Rosewood พระราม 4 เปิด Q1/70 ปักหมุดคอนโดฯภูเก็ตราคาเอื้อมถึง
โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ขยายพอร์ตสู่กระบี่ เปิดตัวรีสอร์ตแห่งใหม่ใกล้ชายหาดอ่าวนาง
Business โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ขยายพอร์ตสู่กระบี่ เปิดตัวรีสอร์ตแห่งใหม่ใกล้ชายหาดอ่าวนาง
“หนุ่ม กรรชัย” ลุยสมรภูมิสัตว์เลี้ยง จับมือซีอีโอ “มอนสเตอร์ แล็บ” ปั้นแบรนด์เจาะตลาดไทย-ต่างประเทศ
Biz Movement “หนุ่ม กรรชัย” ลุยสมรภูมิสัตว์เลี้ยง จับมือซีอีโอ “มอนสเตอร์ แล็บ” ปั้นแบรนด์เจาะตลาดไทย-ต่างประเทศ
เจาะโค้งท้ายเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์ปรับคิว ‘รัฐสีแดง’-แย้มรับบท ‘มิสเตอร์วีโต้’
World เจาะโค้งท้ายเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์ปรับคิว ‘รัฐสีแดง’-แย้มรับบท ‘มิสเตอร์วีโต้’
ดูทั้งหมด

จุดเปลี่ยนใหม่ ‘ดุสิตธานี’ ยุติศึกสายเลือด-เติบโตก้าวกระโดด

17 ก.ย. 2568 | 18:15น.
Dusit Thani

ต้องยอมรับว่ากำลังถูกจับตามองจากวงการธุรกิจโรงแรมอย่างมากในเวลานี้สำหรับกลุ่ม “ดุสิตธานี”

ทั้งจากกรณีที่ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” อดีตซีอีโอกลุ่มโบกมือลาไปรับใช้ชาติในฐานะ (ว่าที่) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และจากกรณีที่บริษัท “ชนัตถ์และลูก” ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เสนอวาระถอดถอน “ชนินทธ์ โทณวณิก” รักษาการประธานกรรมการ ที่ประชุมบอร์ดได้มีมติแต่งตั้งให้ควบตำแหน่งซีอีโอกลุ่มอีกตำแหน่งออกจากตำแหน่ง “กรรมการ”

โดยประเด็นที่ร้อนแรงสุดคือ การเสนอถอด “ชนินทธ์ โทณวณิก” ออกจากตำแหน่ง “กรรมการ” ในการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 26 กันยายน 2568 นี้

ชนินทธ์ โทณวณิก
ชนินทธ์ โทณวณิก

เพราะนี่อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญสำหรับอนาคตของ “ดุสิตธานี” ก็เป็นได้

มั่นใจยุติ “ศึกสายเลือด”

อย่างไรก็ตาม “ชนินทธ์” ให้สัมภาษณ์ว่า “ศึกสายเลือด” ที่ผ่านมาจะจบลงด้วยดีก่อนวันประชุมบอร์ด 26 กันยายนนี้แน่นอน และหลังจากนี้ “ดุสิตธานี” ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากแผนงานเดิมที่ได้ถูกวางรากฐานไว้อย่างมั่นคงตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจอาหาร ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” มูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาทที่จะเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้

กราฟิก ดุสิตธานี

ย้ำที่ผ่านมาเป็นช่วงวางรากฐาน

และบอกด้วยว่าตัวเลข “ขาดทุนสะสม” กว่า 1,000 ล้านบาท และไม่ได้จ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่เกิดจากภาระดอกเบี้ยของโครงการใหญ่อย่าง “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” การลงทุนในโครงการต่าง ๆ ก่อนที่จะเกิดโควิด และความพยายามในการประคับประคองกิจการในช่วงโควิดเป็นเวลากว่า 3 ปี โดยไม่เพิ่มทุน และไม่ได้ผลักภาระให้ผู้ถือหุ้น (ทุนจดทะเบียน 850 ล้านบาท)

โดยยืนยันว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ “ความล้มเหลว” ทางธุรกิจ แต่เป็นการสร้าง “รากฐาน” ธุรกิจให้เติบโตต่อไปในอนาคต

จุดเปลี่ยนใหม่กำลังจะมาถึง

“ชนินทธ์” บอกว่า วันนี้บริษัทกำลังสร้างรายได้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าเมื่อ 10 ปีก่อนถึงกว่าเท่าตัว จากรายได้รวม 5,370 ล้านบาทปี 2559 เพิ่มเป็น 11,204 ล้านบาทในปี 2567 และกำลังจะเพิ่มขึ้นมากกว่านั้น และแน่นอนตัวเลขกำไรสุทธิก็กำลังจะพลิกเป็นบวกอย่างชัดเจน

พร้อมย้ำว่า “จุดเปลี่ยน” ที่กำลังจะมาถึงคือ การรับรู้รายได้จากการขายโครงการ “ดุสิต เรสซิเดนเซส” ที่ขายไปแล้ว 90% มูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการทยอยโอนอย่างมีนัยสำคัญในปี 2569 รวมถึงโรงแรมอีกกว่า 50 แห่งทั่วโลกที่อยู่ในแผนการขยายธุรกิจของดุสิตธานี

ย้ำขาดทุนแต่มีศักยภาพ

“ชนินทธ์” ย้ำอีกว่า ตัวเลขขาดทุนที่เห็นในบัญชีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากำลังจะกลายเป็นอดีตในไม่ช้านี้ เพราะในระหว่างการเดินทางที่ผ่านมาของ “ดุสิตธานี” ที่จะสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในช่วง 9-10 ปีที่ผ่านมานั้น มี “ศักยภาพ” ซ่อนอยู่อย่างมีนัยสำคัญ

จากที่มีเพียง 2 ธุรกิจหลักคือ โรงแรมและการศึกษา วันนี้ “ดุสิตธานี” ขยายไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องและพร้อมที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย โรงแรม การศึกษา พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาหาร และธุรกิจบริหารจัดการด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

จากโรงแรมและวิลล่าจำนวน 27 แห่ง เพิ่มเป็น 297 แห่ง โดยเป็นโรงแรม 57 แห่ง และวิลล่า 240 หลัง จากจุดหมายปลายทางใน 8 ประเทศทั่วโลกขยายสู่ 18 ประเทศทั่วโลก และจากแบรนด์โรงแรม 4 แบรนด์ เพิ่มเป็น 9 แบรนด์ ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า

Dusit Thani

ปลดล็อกคุณค่าระยะยาว

ขณะที่การลงทุนในโครงการ Dusit Central Park มูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะพลิกโฉมดุสิตธานีและปลดล็อกคุณค่าในระยะยาว ซึ่งสะท้อนความเป็นเลิศด้วยรางวัลในระดับสากลมากมาย

นอกจากนี้ ทีมบริหารของ “ดุสิตธานี” ยังดำเนินธุรกิจภายใต้ความเชื่อมั่นของนักลงทุน สะท้อนจากอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB-” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) จัดอันดับโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และด้วยการยอมรับในระดับโลก การันตีด้วยรางวัลจาก Michelin Key และ Travel+Leisure Southeast Asia Luxury Awards ฯลฯ

Dusit Thani

เติบโตก้าวกระโดด

ที่สำคัญ “ดุสิตธานี” ยืนหยัดในความเป็นเลิศ อุตสาหกรรมทั่วโลกต่างให้การยอมรับ ภายใต้หลักความยั่งยืนและธรรมาภิบาล ทั้งจากโครงการ Tree of Life ทั่วทั้งกลุ่ม การได้รับการรับรองการต่อต้านการคอร์รัปชั่นจาก CAC รวมถึงความเป็นเลิศด้านบรรษัทภิบาลด้วย CG Score ระดับ 5 ดาว และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2015 จำนวน 5 ใบรับรอง

ทุกก้าวล้วนเป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่มากกว่า “งบกำไรขาดทุน” คือ “คุณค่า” ที่ซ่อนอยู่มากมาย และ “กำไรที่แท้จริง” ของดุสิตธานีก็ไม่ได้อยู่แค่ในงบการเงิน แต่คือ “แบรนด์ ผู้คน และการลงทุนระยะยาว”

เรียกว่า เป็นจุดเปลี่ยนก้าวสำคัญสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตข้างหน้า พร้อมทั้งขับเคลื่อนการเติบโตด้วยความเชื่อมั่นและการยอมรับในระดับโลกต่อไป