จังหวัดอุตรดิตถ์ประชุมเร่งด่วนรับมือสถานการณ์พายุบัวลอย ผู้ว่าฯสั่งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ด้านอุทยานฯภูสอยดาวประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมชั่วคราว
รายงานข่าวจากจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อเวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสวางคบุรี ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานการประชุมเร่งด่วนเพื่อรับมือสถานการณ์พายุ “บัวลอย” โดยเมื่อเวลา 02.00 น.ที่ผ่านมา เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอน้ำปาด อำเภอทองแสนขัน และอำเภอท่าปลา ทั้งนี้ นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมด้วย
นางสาวชาครียา เศรษฐเสรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ รายงานว่า ขณะนี้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ : Emergency Operation Center (EOC) ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งสื่อสารเพื่อประสานความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยเฉพาะการจัดหาเรือเข้าพื้นที่เพื่ออพยพประชาชนไปยังจุดปลอดภัย พร้อมจัดเตรียมอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมประสานกรมทางหลวงในการซ่อมแซมเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเส้นทางหลัก อาทิ ถนน 117 ก่อนถึงอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่, ผักขวง-บ่อทอง-หนองกวาง, ถนนสิริกิติ์-น้ำปาด ที่ประสบปัญหา พร้อมแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ไม่สามารถสัญจรได้เพื่อความปลอดภัย และเร่งให้เจ้าหน้าที่ เหล่ากาชาด และหน่วยจิตอาสา จัดหาอาหาร และอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า พายุบัวลอยเริ่มอ่อนกำลังลง และคาดว่าสถานการณ์น้ำจะคลี่คลายภายใน 10-12 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด 
สำหรับเส้นทางจราจรที่ อ.ทองแสนขัน ถนนสายผักขวง-บ่อทอง และบ่อทอง-หนองกวาง รถเล็กสัญจรไม่ได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูง
ต่อมาเวลา 11.00 น. ได้รายงานว่าบนถนนสาย 1045 กม.48+900 มีดินสไลด์ ช่วง กม.51+225 เสาไฟฟ้าล้มทับทาง 5 ต้น ทั้ง 2 จุดอยู่ระหว่างดำเนินการ รถยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ คาดว่าการจราจรจะผ่านได้ช่วงเย็นวันนี้
ส่วนที่ถนนสาย 117 ช่วง กม.302+446 และถนนสาย 1045 กม.60+300 ได้เกิดน้ำท่วมผิวจราจร ปัจจุบันน้ำลดสู่สภาวะปกติ การจราจรผ่านได้แล้ว
ขณะที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ขอประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบริเวณลานสนเป็นการชั่วคราว เพื่อเป็นการเฝ้าระวังสถานการณ์พายุโซนร้อน “บัวลอย” ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนกำลังแรง “บัวลอย” ส่งผลให้มีฝนตกหนักในพื้นที่เกิดลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังบนเส้นทางสัญจรหลายจุด และมีเสาไฟฟ้าหักล้มระหว่างทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
ทำให้การเดินทางอาจไม่สะดวกและมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย รวมทั้งได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการนักท่องเที่ยวที่ 3 (ลานสน) ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน และพบดินสไลด์ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
