น้ำท่วมกระทบเกษตร 43 จังหวัด พื้นที่เสียหาย 1.66 ล้านไร่ ‘ข้าว’ หนักสุด 1.33 ล้านไร่
น้ำท่วมภาคเกษตรขยายวง 43 จังหวัด พื้นที่คาดเสียหาย 1.66 ล้านไร่ “นาข้าว” รับผลกระทบหนักสุดกว่า 1.33 ล้านไร่ ตามด้วยพืชผัก-พืชไร่ 2.46 แสนไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้น 9.6 หมื่นไร่ ขณะ 24 จังหวัดประกาศเขตให้ความช่วยเหลือแล้ว กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งสำรวจความเสียหาย เตรียมฟื้นฟูดิน-แจกเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น ช่วยเกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพหลังน้ำลด
นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยระหว่างแถลงข่าว รายงานสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า จากการรวบรวมข้อมูลผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 พบว่ามีพื้นที่ภาคการเกษตรได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมรวม 43 จังหวัด เกษตรกรประมาณ 4,000 ราย และมีพื้นที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 1.66 ล้านไร่
ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 1.33 ล้านไร่ มากที่สุด รองลงมาเป็นพืชผักและพืชไร่ประมาณ 246,000 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้นประมาณ 96,000 ไร่ โดยขณะนี้มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือแล้ว 24 จังหวัด และคาดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) จะทยอยประกาศพื้นที่เพิ่มเติมตามสถานการณ์และผลการตรวจสอบความเสียหาย
สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร หรือที่เรียกว่า “สมุดทะเบียนเกษตรกร” และต้องมีความเสียหายเกิดขึ้นจริงตามผลการตรวจสอบ โดยการช่วยเหลือกลุ่มพืช ได้แก่ ข้าว พืชผัก พืชไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้น จะให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ไม่เกิน 30 ไร่ต่อราย
ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยสำนักงานเกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมพัฒนาที่ดินและกรมวิชาการเกษตร เพื่อฟื้นฟูสภาพดิน รวมถึงเตรียมสารชีวภัณฑ์และน้ำจุลินทรีย์สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย
ส่วนการฟื้นฟูอาชีพระยะสั้น จะเตรียมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น ทั้งพืชผักและพืชไร่ รวมถึงกิ่งพันธุ์ไม้ผลและไม้ยืนต้นที่สามารถให้ผลผลิตได้ในระยะสั้น เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้และกลับมาประกอบอาชีพได้เร็วขึ้นหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย