เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณขายออก 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณขายออก 66,900 บาท
CEA ผนึก Netflix ดัน“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย”บนเวที ‘IMF–WorldBank 2026’ มูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์
Tech CEA ผนึก Netflix ดัน“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย”บนเวที ‘IMF–WorldBank 2026’ มูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์
‘นายกแป้น’ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ย้ำความปลอดภัยเป็นสำคัญ
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘นายกแป้น’ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ย้ำความปลอดภัยเป็นสำคัญ
ตรวจผลสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 5 ปี งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
Finance ตรวจผลสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 5 ปี งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
กินเจหาดใหญ่เงินสะพัด แม่ค้าปลื้มยอดขายดี แม้ต้นทุนพุ่ง
Uncategorized กินเจหาดใหญ่เงินสะพัด แม่ค้าปลื้มยอดขายดี แม้ต้นทุนพุ่ง
YAMAHA R15M ลาย Monster Black มีแค่ 100 คัน ราคา 138,700 บาท
Automotive YAMAHA R15M ลาย Monster Black มีแค่ 100 คัน ราคา 138,700 บาท
โรงแรมกระบี่โอดต่อใบอนุญาตล่าช้า คู่ค้าทยอยยกเลิกจองห้องพัก จี้รัฐเร่งเร็วขึ้น
เศรษฐกิจภูมิภาค โรงแรมกระบี่โอดต่อใบอนุญาตล่าช้า คู่ค้าทยอยยกเลิกจองห้องพัก จี้รัฐเร่งเร็วขึ้น
‘ทายาทฟู้ดแลนด์’ แจงปิดสาขาเพชรบุรีตัดใหม่ หมดสัญญาเช่า ปีหน้าลุยเปิดคลองสามวา
Business ‘ทายาทฟู้ดแลนด์’ แจงปิดสาขาเพชรบุรีตัดใหม่ หมดสัญญาเช่า ปีหน้าลุยเปิดคลองสามวา
Microsoft เปิดตัวโครงการ ‘ปั้นคน’ เสิร์ฟตลาดแรงงานยุค AI หนุนเป้าหมาย ‘ไทย’ เข้าร่วม OECD
Tech Microsoft เปิดตัวโครงการ ‘ปั้นคน’ เสิร์ฟตลาดแรงงานยุค AI หนุนเป้าหมาย ‘ไทย’ เข้าร่วม OECD
‘เลขาฯ OECD’ ชี้ไทยมาถูกทาง การขอร่วมเป็นสมาชิก ‘อนุทิน’ มั่นใจทันเป้าปี 71
Politics ‘เลขาฯ OECD’ ชี้ไทยมาถูกทาง การขอร่วมเป็นสมาชิก ‘อนุทิน’ มั่นใจทันเป้าปี 71
ดูทั้งหมด

บาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาการชัตดาวน์ของสหรัฐ

06 ต.ค. 2568 | 18:54น.
จับตาค่าเงินบาท

บาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาการชัตดาวน์ของสหรัฐ ซึ่งสร้างความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทำให้การเผยแพร่ข้อมูลสำคัญต้องล่าช้าออกไป

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (06/10) 32.41/42 อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (03/10) ที่ระดับ 32.38/39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเปิดตลาดเช้าวันนี้ (06/10) แข็งค่าขึ้นเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index เปิดตลาดปรับตัวขึ้น 98.00 จากการอ่อนค่าของค่าเงินเยน ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ(ชัตดาวน์) ซึ่งสร้างความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทำให้การเผยแพร่ข้อมูลสำคัญ เช่น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่มีกำหนดเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (03/10) ต้องล่าช้าออกไป

โดยล่าสุดเมื่อวันศุกร์ (03/10) วุฒิสมาชิกสหรัฐลงมติเป็นครั้งที่ 4 ปฏิเสธแผนแก้ไขงบประมาณชั่วคราว ทำให้หน่วยงานรัฐบาลกลางจะยังคงปิดทำการต่อไป ขณะที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ (03/10) มีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ลดลงเหลือ 50 จาก 52.0 ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นระดับกึ่งกลางระหว่างการขยายตัวและหดตัว และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 51.7

นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา ได้เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 3/2568 หลังจากเศรษฐกิจหดตัว 0.5% ในไตรมาส 1 และขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 2

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (06/10) คุณนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของไทยในเดือน ก.ย. 2568 อยู่ที่ 100.11 หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป ลดลง -0.72% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 โดยมีสาเหตุสำคัญจากราคาพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง) ที่ปรับลดลงตามนโยบายของภาครัฐ รวมทั้งราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ สินค้าสำคัญในกลุ่มอาหารสด ยังคงปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะไข่ไก่ ผัก-ผลไม้สด โดยคุณนันทพงษ์ กล่าวว่า แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป จะติดลบต่อเนื่องกัน 6 เดือน แต่ไม่ใช่การเข้าสู่ภาวะเงินฝืดแต่อย่างใด เพราะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมสินค้ากลุ่มพลังงาน และอาหารสด) ยังคงขยายตัวเป็นบวก

ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศยังคงมีอยู่ และการจ้างแรงงานไม่ได้ลดลง และแม้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศจะขยายตัวได้ต่ำกว่าคาด แต่ก็ยังมีการเติบโตได้ ดังนั้นจึงไม่ใช่สัญาณของภาวะเงินฝืดแต่อย่างใด ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.34-32.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดเมื่อระดับ 32.45/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (06/10) ที่ระดับ 1.1709/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (03/10) ที่ระดับ 1.1737/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันนี้ (06/10) คุณเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศส ได้ประกาศลาออกซึ่งป็นเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่เขาได้เข้ารับตำแหน่ง ส่งผลให้ประเทศตกอยู่ในความวุ่นวายทางการเมืองอีกครั้ง

โดยคุณเลอกอร์นู เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายในการรวมเสียงรัฐสภาที่แตกแยกเพื่อให้ผ่านงบประมาณปี 2569 หลังรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ไม่สามารถออกงบประมาณที่ระบุรายละเอียดการลดรายจ่ายและการปรับขึ้นภาษี ซึ่งคุณเลอกอร์นูนับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของฝรั่งเศส ในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี

โดยการลาออกของคุณเลอกอร์นูเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังากรแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เมื่อวันอาทิตย์ (05/10) ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งมีรัฐมนตรีที่คงเดิมอยู่หลายตำแหน่ง มีกำหนดประชุมครั้งแรกในวันนี้ (06/10)

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยในวันนี้ (06/10) สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) ได้เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกยูโรโซนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากลดลง 0.5% ในเดือน ก.ค.

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1653-1.1741 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1666/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (06/10) ที่ระดับ 149.78/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (03/10) ที่ระดับ 147.35/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (04/10) คุณซานาเอะ ทาคาอิจิ วัย 64 ปี ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในของญี่ปุ่น ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และเป็นการปูทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ

นักวิเคราะห์จากหลายสำนัก ซึ่งรวมถึงโนมูระ ซิเคียวริตีส์ (Nomura Securities) คาดการณ์ว่าการที่คุณทาคาอิจิมีจุดยืนสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น และการที่เธอสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลังนั้น อาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่น้อยลงของ BOJ จะส่งผลให้สกุลเงินเยนอ่อนค่าลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกในตลาดหุ้นญี่ปุ่น แต่แนวโน้มดอกเบี้ยขาลงจะสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร ส่วนหุ้นที่ต้องพึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศและหุ้นบริษัทขนาดเล็กคาดว่าจะได้รับแรงหนุนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนักลงทุนจะให้การตอบรับทุกสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย “อาเบะโนมิกซ์ (Abenomics)” ที่ริเริ่มโดยอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.06-150.43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 150.38/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือน ส.ค.ของญี่ปุ่น (07/10), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน ส.ค. ของเยอรมนี (07/10), ดัชนีราคาบ้านเดือน ก.ย.จากฮาลิแฟกซ์ของอังกฤษ (07/10), ดุลการค้าเดือน ส.ค.ของฝรั่งเศส (07/10), ดุลการค้าเดือน ส.ค.ของสหรัฐ (07/10), การคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือน ก.ย.ของสหรัฐ (07/10), ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ส.ค.ของญี่ปุ่น (08/10),

การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค.ของเยอรมนี (08/10), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (08/10), คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย. (09/10), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน ส.ค.ของเยอรนี (09/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (09/10), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน ส.ค. ของสหรัฐ (09/10), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (10/10) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคชั้นต้นเดือน ต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (10/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.5/-8.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.8/-3.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ