Skip to content

“ยา-เอไอ-ไฟฟ้า” เทรนด์ Deep Tech ความยั่งยืน จาก 2 สตาร์ตอัพรางวัล LKYGBPC

07 ต.ค. 2568 | 13:26น.
“ยา-เอไอ-ไฟฟ้า” เทรนด์ Deep Tech ความยั่งยืน จาก 2 สตาร์ตอัพรางวัล LKYGBPC

2 รางวัลนวัตกรรม Deep Tech ด้านความยั่งยืน จากเวทีประกวดแผนธุรกิจระดับ ลี กวน ยู (Lee Kuan Yew Global Business Plan Competition) ครั้งที่ 12 

นางสาวเชอร์ลี วอง หัวหน้าคณะกรรมการตัดสินและประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาการแข่งขัน Lee Kuan Yew Global Business Plan Competition (LKYGBPC) ครั้งที่ 12 มหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (SMU) กล่าวว่า การแข่งขันนี้จัดขึ้นทุกสองปี เปิดโอกาสให้สตาร์ตอัพได้นำเสนอผลงาน สร้างการรับรู้ ระดมทุน และได้รับคำติชมจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโมเดลนวัตกรรมและผู้ประกอบการ

“LKYGBPC ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยพลังของแนวคิดที่กล้าหาญและผู้ก่อตั้งที่กล้าแสดงออกซึ่งกำลังสร้างอนาคตที่ดีกว่า การมีผู้เข้าร่วมแข่งขันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและนวัตกรรมที่โดดเด่นในปีนี้ ตั้งแต่เทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศไปจนถึงวัสดุที่ยั่งยืน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายเร่งด่วนที่สุดของมนุษยชาติ”

สตาร์ตอัพผู้ชนะเลิศทั้งสองทีมสามารถชนะคู่แข่งที่แข็งแกร่งมากจาก 60 ทีมผู้เข้ารอบสุดท้ายระดับโลก โดยผู้ชนะรางวัล Chancellor’s Cup for Beta Innovation ได้รับรางวัลมูลค่า 237,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือเกือบ 6 ล้านบาท) และผู้ชนะรางวัล Chancellor’s Cup for Infinity Impact ได้รับ 287,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 7,187,500 บาท) นอกจากนี้ ทั้งสองทีมยังได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงการให้คำปรึกษาจากนักลงทุนร่วมทุน (VCs) และผู้บริหารระดับสูงที่มีชื่อเสียงอีกด้วย 

ChemT Biotechnology สตาร์ตอัพด้านไบโอเทคจากสิงคโปร์ และ Zhejiang Polar Code Technology สตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีพลังงานจากจีน ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศการแข่งขันแผนธุรกิจระดับโลก ลี กวน ยู (LKYGBPC) ครั้งที่ 12 เมื่อวานนี้ (2 ตุลาคม) จัดโดยสถาบันนวัตกรรมและผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU IIE) ระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2568 LKYGBPC เป็นหนึ่งในการแข่งขันสตาร์ตอัพ Deep Tech ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียที่จัดโดยมหาวิทยาลัย โดยรุ่นนี้ได้สร้างสถิติใหม่ด้านจำนวนผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก 

ChemT Biotechnology ซึ่งผู้ก่อตั้งสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด คว้ารางวัล Chancellor’s Cup for Beta Innovation ส่วน Zhejiang Polar Code Technology ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศจีน โดยผู้ก่อตั้งสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทียนจินและมหาวิทยาลัยโทเลโด คว้ารางวัล Chancellor’s Cup for Infinity Impact

การแข่งขันแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ ‘Beta’ สำหรับสตาร์ตอัพที่ยังไม่มีรายได้ และ ‘Infinity’ สำหรับสตาร์ตอัพระยะเริ่มต้นที่มีรายได้แล้วจนถึงระดับ Series A ความสำเร็จของ ChemT Biotechnology เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 23 ปีของการแข่งขัน ที่สตาร์ตอัพสิงคโปร์-สหรัฐ คว้ารางวัลสูงสุดในประเภทใดประเภทหนึ่ง

“ซัน เจีย” ผู้ร่วมก่อตั้ง ChemT Biotechnology กล่าวว่า สิ่งจุดประกายให้ตัดสินใจเปลี่ยนไอเดียให้เป็นธุรกิจ คือตอนที่ทำงานในบริษัทยาของบริษัทใหญ่ ได้ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะที่นักทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบมาเกือบ 20 ปี AI แก้ปัญหาได้ภายในหนึ่งปี นั่นคือช่วงเวลาที่รู้สึกว่า นี่คือเวลาที่เหมาะสม เรารู้สึกตื่นเต้นที่เราพร้อมที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอย่างพื้นฐาน และทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาสมัยใหม่ได้มากขึ้น

“การชนะการแข่งขันครั้งนี้เป็นการยอมรับที่ยอดเยี่ยมสำหรับสตาร์ตอัพของเรา เรารู้สึกตื่นเต้นมากและจะมุ่งเน้นไปที่การขยายธุรกิจเป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งรวมถึงการอัพเกรดผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับการผลิตแอนติบอดี และขยายแพลตฟอร์ม virtual cell AI ของเราให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้น”

ด้าน “หวัง ซู” ผู้ร่วมก่อตั้ง Zhejiang Polar Code Technology สตาร์ตอัพระยะเริ่มต้นถึงระดับ Series A ที่มีรายได้แล้ว จากมหาวิทยาลัยเทียนจินและมหาวิทยาลัยโทเลโด กล่าวว่า “มีการวางแผนที่จะย้ายสำนักงานใหญ่มาที่สิงคโปร์ จะส่งเสริมโซลูชั่นในระดับโลก สิ่งที่ทำคือการนำเสนอวิธีที่จะทำให้การใช้พลังงานทดแทนในระดับสูงเป็นไปได้

Zhejiang Polar Code Technology นำเสนอโครงข่ายไมโคร-กริดอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเครือข่ายพลังงานที่มีพลังงานทดแทนสูง

นอกจากนี้ยังมีสตาร์ตอัพที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยอีก 15 ทีมที่ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะในหมวดต่าง ๆ รวมถึง MicroMelt Ltd และ SynMetabio ที่ชนะรางวัล Indorama Ventures Future of Sustainable Materials Award; Photoncore, Dunia Innovations และ Luxtelligence ที่ชนะรางวัล Zhang Fan Global AI Initiative Award ในอันดับที่หนึ่ง สอง และสาม ตามลำดับ และ QarboTech ที่ได้รับรางวัล Wavemaker Sustainability Investment Prize และ YIT Global Exploration Prize (กรุณาดู Annex)

การบุกเบิกการประเมินสตาร์ตอัพด้วย AI-DueAI

ในปีนี้ LKYGBPC ได้เปิดตัวโครงการ DueAI™ Challenge ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นกลางในการคัดกรองสตาร์ตอัพ แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI นี้พัฒนาโดย ดร.เซ่ เทียม หลิน (Dr. Sze TIam Lin) ที่ปรึกษาอาวุโสด้านใบอนุญาตที่ SMU IIE สะท้อนถึงแนวโน้มระดับโลกในวงการทุนร่วมลงทุน ช่วยให้การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนโดยใช้ข้อมูล พร้อมทั้งเสริมพลังการตัดสินใจของมนุษย์ (human judgement)

ในการกล่าวปิดงาน LKYGBPC ครั้งที่ 12 นายเฮง สวีเกียต (Mr. Heng Swee Keat) ประธานมูลนิธิวิจัยแห่งชาติ (NRF) ได้เน้นย้ำว่า LKYGBPC ครั้งที่ 12 เป็นการรำลึกถึงมรดกของนายลี กวน ยู ผู้มีจิตวิสัยกว้างไกลซึ่งยังคงเป็นแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เขาได้ชูความสำเร็จของการแข่งขันในฐานะแรงดึงดูดระดับโลกด้านนวัตกรรมและการเรียนรู้ โดยมีผู้สมัครเข้าร่วม 1,500 รายจากกว่า 1,200 มหาวิทยาลัยใน 91 ประเทศ ซึ่งเสริมสร้างสถานะของสิงคโปร์ในฐานะประตูสู่ระบบนิเวศของเอเชียในระดับสากล

นายเฮงกล่าวชื่นชม SMU ในฐานะ “แหล่งรวมของนวัตกรรม” และมี “บทบาทสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการในหมู่นักศึกษา” โดยระบุว่า LKYGBPC ซึ่งร่วมสร้างขึ้นกับผู้นำนักศึกษา เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นและเป็นเวทีสำคัญที่จำเป็นในการรวมตัวกัน

ศาสตราจารย์ลิลี่ คอง (Lily Kong) ประธานมหาวิทยาลัย SMU เห็นด้วยกับความคิดของนายเฮง ยอมรับบทบาทของนักศึกษากว่า 100 คนที่ส่วนร่วมในการจัดการแข่งขันกับ SMU “สิ่งที่เริ่มต้นจากการค้นหาสตาร์ตอัพและการจัดโรดโชว์ระดับนานาชาติ ได้เติบโตไปสู่การสนับสนุนที่ปรึกษาและกรรมการรวมทั้งการเป็นเพื่อนคู่คิดให้กับผู้ก่อตั้งรุ่นใหม่ พร้อมสร้างมิตรภาพและความร่วมมือไปพร้อมกัน” เธอกล่าว “การนำเสนอธุรกิจโดยนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศของเรา สะท้อนให้เห็นว่า SMU มีส่วนช่วยสิงคโปร์ในฐานะแพลตฟอร์มระดับชาติในการส่งเสริม เชื่อมต่อสตาร์ตอัพ Deep Tech ระดับโลกกับนักศึกษาของเรา เปิดโอกาสตรงสู่การฝึกงาน โอกาสในการทำงาน และประสบการณ์จริง”

มหาวิทยาลัยยังอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการเป็นพันธมิตรและรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของความรู้ภายในระบบนิเวศ การสนทนาหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน (CSO Conversations ครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับศูนย์การเงินสีเขียวสิงคโปร์และสถาบันเมืองของ SMU ได้รับการสนับสนุนจาก Climate Impact X, DBS และ Google จัดขึ้นในช่วงสัปดาห์รอบชิงชนะเลิศของ LKYGBPC ซึ่งรวบรวมบริษัทชั้นนำ 30 แห่ง ผู้นำด้านความยั่งยืน ผู้กำหนดนโยบายที่มีวิสัยทัศน์ไกลโพ้น และนักนวัตกรรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการสนทนาที่ตรงไปตรงมาและเสริมสร้างความสอดคล้องข้ามภาคส่วน

มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ยังอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการร่วมมือและรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเพิ่มการไหลของความรู้ภายในระบบนิเวศ โดยกิจกรรม Chief Sustainability Officer (CSO) Conversations ครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเงินที่ยั่งยืน (Singapore Green Finance Centre) และ SMU Urban Institute โดยได้รับการสนับสนุนจาก Climate Impact X, DBS และ Google ได้จัดขึ้นในช่วงสัปดาห์การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ LKYGBPC ที่รวบรวมบริษัทชั้นนำ 30 แห่ง ผู้นำด้านความยั่งยืน ผู้กำหนดนโยบายที่มีวิสัยทัศน์ รวมถึงนักนวัตกรรมรุ่นใหม่ เพื่อผลักดันการสนทนาอย่างเปิดเผยและเสริมความสอดคล้องระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ