FOMO ทองคำ ทองคำเป็นของต้องมี ให้ผลตอบแทน 54% เป้าหมายราคา 4,300 ดอลลาร์
คอลัมน์ : สถานีลงทุน ผู้เขียน : ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
FOMO (Fear Of Missing Out) ปรากฏขึ้นในตลาดทองคำ เกิดกลัวตกเทรนด์ กลัวตกรถ ทองคำเป็นของที่ต้องมี ทำให้มีแรงซื้อหลั่งไหลเข้ามาในทองคำจากนักลงทุนทุกกลุ่ม ทั้งนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนรายใหญ่ นักลงทุนสถาบัน กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และธนาคารกลาง
5 ที่สุดของทองคำในปีนี้ (ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2568)
1) ราคาทองโลกปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ถึง 44 ครั้ง
2) ราคาทองโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4,058 ดอลลาร์ ผลตอบแทน 54% สูงที่สุดในรอบ 46 ปี
3) 8 สัปดาห์ ราคาทองโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่องราว 700 ดอลลาร์
4) ราคาทองไทยทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 62,350 บาท ผลตอบแทน 47%
5) ราคาทองไทยปรับเปลี่ยนถึง 37 ครั้งในวันที่ 23 เมษายน
ETF ทองคำเป็นพระเอกของปีนี้
เม็ดเงิน Fund Flow ที่เริ่มไหลกลับเข้ามา ETF ทองคำในปีนี้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำให้พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ไหลออกติดต่อกันมา 4 ปี Fund Flow ไหลเข้า ETF ทองคำในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ 618.8 ตัน สิ้นเดือนกันยายน ETF ทองคำถือครองทองที่ 3,838 ตัน ต่ำกว่าเพียง 2% เมื่อเทียบกับถือครองทองสูงสุด 3,929 ตัน ในปี 2563 ที่เกิดวิกฤตโควิด-19 สำหรับในไตรมาส 4 คาดมีเม็ดเงินไหลเข้า ETF ทองคำต่อเนื่องอีก ทำให้ ETF ทองคำมีแนวโน้มที่จะถือครองทองคำใกล้ 4 พันตัน
และปีนี้ ETF ทองคำอาจถือทองคำมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งการลงทุนใน ETF ทองคำส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ ตรงนี้สะท้อนมุมมองความเชื่อมั่นต่อทองคำมากขึ้น เราเห็นได้ว่าบรรดาผู้จัดการกองทุนต่างให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยปกติกองทุนรวมจัดทองคำเป็นสินทรัพย์ทางเลือก มีในพอร์ตการลงทุนไม่ถึง 5%
Ray Dalio นักลงทุนและผู้จัดการกองทุนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Bridgewater Associates แนะนำเพิ่มทองคำเป็นสัดส่วน 10-15% ของพอร์ต ส่วนไมค์ วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของมอร์แกน สแตนลีย์ แนะนำให้นักลงทุนมีทองคำสัดส่วน 20% ของพอร์ต แนะนำสร้างพอร์ตการลงทุนแบบ 60/20/20 หุ้น 60% ทองคำและพันธบัตรรัฐบาลมีสัดส่วนเท่ากัน 20%
Fund Flow ไหลเข้า ETF ทองคำปีนี้ เป้าหมายราคาทองคำ 4,300 ดอลลาร์
ฮั่วเซ่งเฮงปรับเพิ่มเป้าหมายของราคาทองคำที่ 4,300 ดอลลาร์ จากเดิม 3,930 ดอลลาร์ ราคาทองไทยคาดอยู่ในช่วง 65,000-66,000 บาท (สมมติฐานเงินบาท 32-32.50 บาท)
ราคาทองคำด้านเทคนิคมีรูปแบบธงสามเหลี่ยมขาขึ้น ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ราคาทองคำเป็นขาขึ้น ปรับขึ้นถึง 900 ดอลลาร์ ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมราคาเคลื่อนไหวในกรอบธงสามเหลี่ยม ในที่สุดปลายเดือนสิงหาคมราคาทองคำปรับขึ้นทะลุกรอบสามเหลี่ยมด้านบนที่ 3,400 ดอลลาร์ขึ้นมาได้
ดังนั้น ในช่วง 4 เดือนหลังของปีนี้คาดว่าเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดขึ้นอีก 900 ดอลลาร์ เป้าหมายราคาทองคำที่ 4,300 ดอลลาร์ในสิ้นปี 2568 หรือไตรมาส 1 ของ 2569