ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดจับตาเจรจายุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังตลาดจับตาการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนครั้งใหม่
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง ภายหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เผยว่าการพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำสหรัฐและรัสเซียเป็นไปได้ด้วยดี โดยผู้นำสหรัฐมีกำหนดพบปะกับผู้นำยูเครนในค่ำคืนนี้ ก่อนที่จะมีการพูดคุยระหว่างผู้นำสหรัฐและรัสเซีย ที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน
อย่างไรก็ดี ตลาดมีแนวโน้มกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบก่อนการเจรจาสันติภาพ หลังผู้นำสหรัฐกล่าวภายหลังการพูดคุยกับนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย ว่าอินดียพร้อมที่จะหยุดซื้อน้ำมันดิบของรัสเซีย เพื่อเป็นการกดดันในการตัดรายได้ซึ่งใช้ในการทำสงครามของรัสเซีย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีการคลังของสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐต้องการให้ญี่ปุ่นหยุดซื้อพลังงานจากรัสเซียเช่นเดียวกัน โดยตัวเลขล่าสุดบ่งชี้ว่าการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของญี่ปุ่นจากรัสเซียอยู่ที่ราว 9% ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 16 ต.ค. 68 อยู่ที่ 57.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.81 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 61.06 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.85
ตลาดจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด ภายหลังประธานาธิบดีสหรัฐเผยว่าได้อนุมัติปฏิบัติการของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) ในเวเนซุเอลา และกำลังพิจารณาการใช้ปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดิน การอนุมัติดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการโจมตีของสหรัฐอย่างต่อเนื่องต่อขบวนการค้ายาเสพติดเวเนซุเอลาในเดือน ก.ย.-ต.ค. 68 ที่ผ่านมา
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 10 ต.ค. 68 ปรับเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 423.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 1.2 ล้านบาร์เรล
