เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กินเจหาดใหญ่เงินสะพัด แม่ค้าปลื้มยอดขายดี แม้ต้นทุนพุ่ง
Uncategorized กินเจหาดใหญ่เงินสะพัด แม่ค้าปลื้มยอดขายดี แม้ต้นทุนพุ่ง
YAMAHA R15M ลาย Monster Black มีแค่ 100 คัน ราคา 138,700 บาท
Automotive YAMAHA R15M ลาย Monster Black มีแค่ 100 คัน ราคา 138,700 บาท
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
โรงแรมกระบี่จี้โอดต่อใบอนุญาตล่าช้า คู่ค้าทยอยยกเลิกจองห้องพัก
เศรษฐกิจภูมิภาค โรงแรมกระบี่จี้โอดต่อใบอนุญาตล่าช้า คู่ค้าทยอยยกเลิกจองห้องพัก
‘ทายาทฟู้ดแลนด์’ แจงปิดสาขาเพชรบุรีตัดใหม่ หมดสัญญาเช่า ปีหน้าลุยเปิดคลองสามวา
Business ‘ทายาทฟู้ดแลนด์’ แจงปิดสาขาเพชรบุรีตัดใหม่ หมดสัญญาเช่า ปีหน้าลุยเปิดคลองสามวา
Microsoft เปิดตัวโครงการ ‘ปั้นคน’ เสิร์ฟตลาดแรงงานยุค AI หนุนเป้าหมาย ‘ไทย’ เข้าร่วม OECD
Tech Microsoft เปิดตัวโครงการ ‘ปั้นคน’ เสิร์ฟตลาดแรงงานยุค AI หนุนเป้าหมาย ‘ไทย’ เข้าร่วม OECD
‘เลขาฯ OECD’ ชี้ไทยมาถูกทาง การขอร่วมเป็นสมาชิก ‘อนุทิน’ มั่นใจทันเป้าปี 71
Politics ‘เลขาฯ OECD’ ชี้ไทยมาถูกทาง การขอร่วมเป็นสมาชิก ‘อนุทิน’ มั่นใจทันเป้าปี 71
ExMBA – MBA DPU เปิดประสบการณ์เรียนรู้การเงินเชิงกลยุทธ์
Uncategorized ExMBA – MBA DPU เปิดประสบการณ์เรียนรู้การเงินเชิงกลยุทธ์
นายกฯ เปิดเวที IMF – World Bank ปลุกทุกชาติร่วมรับมือการเปลี่ยนแปลง เชื่อมภูมิภาค
Politics นายกฯ เปิดเวที IMF – World Bank ปลุกทุกชาติร่วมรับมือการเปลี่ยนแปลง เชื่อมภูมิภาค
SC เร่งเกม ESG อสังหาฯดัน Green Mark รับมาตรฐานสากล
Real Estate SC เร่งเกม ESG อสังหาฯดัน Green Mark รับมาตรฐานสากล
ดูทั้งหมด

อนุทิน คุย ‘ฮุน มาเนต’ ชี้ต้องการเห็นถอนอาวุธอย่างจริงใจ-เข้มปราบสแกมเมอร์

28 ต.ค. 2568 | 13:29น.

อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ย้ำ 4 ประเด็นสำคัญเพื่อสันติภาพ-ลดความตึงเครียดชายแดน ชี้ไทยต้องการเห็นถอนอาวุธหนักอย่างจริงจัง-ปฏิบัติอย่างจริงใจ เพิ่มความเข้มข้นปราบอาชญากรรมข้ามชาติ 

ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือทวิภาคีกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญการหารือ ว่านายกรัฐมนตรีขอบคุณนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่มีหนังสือแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การลงนามถ้อยแถลง (Joint Declaration) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นพื้นฐานสำหรับสองประเทศที่จะเดินหน้า แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจะต้องมีการปฏิบัติตามอย่างจริงจังและจริงใจ การหารือในวันนี้ จึงมุ่งเน้นความจำเป็นที่สองประเทศจะต้องร่วมมือกันเพื่อเดินหน้านำข้อตกลงไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรีย้ำความสำคัญใน 4 ประเด็นที่ได้ตกลงกัน เพื่อการลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน ได้แก่ (1) การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดนกลับสู่ที่ตั้งปกติ (2) การเก็บกู้ทุ่นระเบิด (3) การปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมเมอร์ และ (4) การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้ กระบวนการถอนอาวุธหนักได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ไทยต้องการเห็นคือ การเดินหน้าถอนอาวุธหนักอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนบริเวณชายแดน รวมถึงต้องการเพิ่มความเข้มข้นในการประสานงานเพื่อการปฏิบัติตามในเรื่องอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะการประสานงานประเด็นปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลงพื้นที่เก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปฏิบัติตามข้อตกลงเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแนวทางเพิ่มการสื่อสารทางการทูต โดยจะมอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายพบหารือกันโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องว่า ในช่วง 2-3 วันหลังจากการลงนามในถ้อยแถลง มีความสำคัญยิ่งสำหรับประเทศไทย ประชาชนและสื่อมวลชน ของทั้งสองประเทศที่จะติดตามความคืบหน้าของการปฏิบัติตามถ้อยแถลงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ดังนั้น จึงเป็นความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่ายที่ต้องแสดงให้เห็นถึงการเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการปฏิบัติตามที่ตกลงกันไว้ด้วยความจริงใจและด้วยความสุจริตใจ เพื่อสร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้แก่ประชาชนของเรา

จากนั้นนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า กัมพูชาและไทยได้หารือกัน เพื่อเร่งให้การดำเนินการตามปฏิญญาที่ได้ลงนาม 4 ข้อ เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยได้เริ่มถอนอาวุธหนักตั้งแต่วันแรกที่มีการลงนาม

พร้อมย้ำกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า “อย่าให้เป็นเพียงสัญลักษณ์ ต้องเร่งดำเนินการถอนอาวุธอย่างเป็นรูปธรรม และจริงจังด้วยความรวดเร็ว” ทั้งนี้เพื่อให้ไทยจะได้ส่งคืนตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ที่อยู่ในการควบคุมคืนกลับให้กัมพูชา

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงประเด็นการเก็บกู้วัตถุระเบิดว่า ได้ขอฝ่ายกัมพูชาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อจะได้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่ไทยจะเป็นผู้เก็บกู้เพราะอยู่ในเขตของไทย โดยมีผู้ร่วมสังเกตการณ์เป็นผู้แทนประเทศของกลุ่มอาเซียนรวมอยู่ด้วย

ส่วนการปราบปรามสแกมเมอร์นั้น นายกรัฐมนตรีเผยว่า ตำรวจไทยและตำรวจกัมพูชามีการประชุมร่วมกัน เพื่อหาวิธีการปราบปรามป้องกัน รวมทั้งจะร่วมมือกันในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกอย่าง ไม่เพียงแค่สแกมเมอร์ แต่ยังรวมไปถึงการหลอกลวงออนไลน์​ และการหลอกลวงคนไปกักกันหรือทำร้ายด้วย

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยจะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา เพื่อติดตามการดำเนินการตามข้อตกลง 4 ข้อ โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธาน ซึ่งเมื่อเช้านี้ (28 ต.ค.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้โทร.รายงานแล้ว ว่า ทุกอย่างได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนและเวลาที่ควรจะเป็นด้วยความเรียบร้อย จากการพูดคุยกัน ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ทำความเข้าใจว่าตรงไหนที่ยังเป็นข้อสงสัยขอให้กลับไปแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยเร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรีชี้แจงการสัมภาษณ์ที่พูดตกหล่น เรื่อง ไทยรุกล้ำกัมพูชา ว่าตก คำว่าพื้นที่อ้างสิทธิ์ ซึ่งเป็นคำอย่างเป็นทางการ ในพื้นที่ตรงนั้น มีคนไทยและมีคนกัมพูชาอาศัยอยู่ ดังนั้นการดำเนินการในเรื่องนี้ ต้องมีหลักความยุติธรรม รวมทั้งยังไม่มีการพูดถึงการเปิดด่านจนกว่าการดำเนินการทั้งหมดจะสิ้นสุดลง หาก 4 ข้อนั้นได้รับการปฏิบัติ และดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย ก็จะมาพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ต่อไป

“ต้องขอความกรุณาว่า การทำงานต้องมีหลาย ๆ เรื่อง และเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน ผู้สื่อข่าวถามอะไรที่ผมตอบได้ก็ตอบ ไม่มีอะไรที่ปิดบัง และอยากให้ทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่เป็นความจริงจะได้ไม่มีใครมาคาดเดา และพูดออกมาโดยใช้โซเชียลมีเดีย พยายามเปิดเผยกับประชาชนให้ได้มากที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย