บวรศักดิ์เผยรัฐบาลเตรียมออกร่างระเบียบสำนักนายกฯ ป้องกัน-ขจัดความมัวหมองบ่อนทำลายศาสนา ตั้งคณะกรรมการ คพช.ดูแลพระสงฆ์ทั่วประเทศ-รับเรื่องพระฝ่าฝืนพระธรรมวินัย
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แถลงข่าวเรื่องกฎหมายสำคัญว่า ได้เดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช เพื่อขอพระสังฆราชานุมัติดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาว่าจะพิทักษ์คุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ เพื่อป้องกันการบ่อนทำลาย
ซึ่งเมื่อกราบทูลแล้ว สมเด็จพระสังฆราชทรงเห็นชอบด้วย จากนั้นจึงมีการปรึกษากับผู้ใหญ่ ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ และคณะ เพื่อยกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนาขึ้น และนำร่างระเบียบดังกล่าวเสนอต่อมหาเถรสมาคม
จากนั้นได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติร่างระเบียบดังกล่าว และส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมาย และร่างพระราชบัญญัติพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาในครั้งสุดท้าย และจะนำเสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนามได้
โดยร่างระเบียบนี้จะเป็นก้าวแรกที่รัฐบาลทำนโยบายที่แถลงไว้กับรัฐสภา เพราะวันนี้มีเหตุประพฤติผิดธรรมวินัยที่เป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นปฐมปราชิกและด้วยเหตุอื่น ๆ ระเบียบนี้จะขจัดความมัวหมองจากพระส่วนน้อยที่ประพฤติธรรมวินัยทำให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที
“วันนี้เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของพุทธจักร ที่มีสมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประมุขและมหาสมาคมอาณาจักรคือรัฐบาลจะยื่นมือเข้าไปช่วย แต่ว่าเราจะไม่ทำอะไรตามอำเภอใจของอาณาจักร ต้องเป็นพระสังฆราชานุมัติและความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมทั้งสิ้น”
นายบวรศักดิ์ระบุว่า ในร่างระเบียบดังกล่าวจะให้มีคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) จะมีประธานที่นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งด้วยพระสังฆราชานุมัติและความเห็นชอบของมหาเถรมาคม และจะมีกรรมการโดยตำแหน่งคือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เลขาฯกฤษฎีกา เลขาฯ ปปง. เลขาฯ ปปท. และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจะมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านพระพุทธศาสนาและด้านอื่น ๆ ไม่เกิน 9 คน และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาเป็นกรรมการและเลขานุการ
โดยกรรมการชุดนี้จะมีการเสนอมาตรการและกลไกการคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้เป็นไปตามกฎหมาย พระธรรมวินัย มติ ครม. กฎข้อบังคับ และประกาศของมหาเถรสมาคม
และจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนา 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร เพื่อไปดำเนินการในชั้นจังหวัด ให้คำแนะนำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลคณะสงฆ์ เพื่อให้เป็นไปตามจารีตประเพณีของไทย และคณะกรรมชุดดังกล่าวยังมีอำนาจรับเรื่องร้องเรียนพระที่ฝ่าฝืนพระธรรมวินัยอีกด้วย