เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พร้อมแจง ‘ฝ่ายค้าย’ ชี้ข้อกล่าวหาเลื่อนลอย ยันเป็นนั่งร้านประเทศ-ไม่อุ้ม ภท.
Politics พร้อมแจง ‘ฝ่ายค้าย’ ชี้ข้อกล่าวหาเลื่อนลอย ยันเป็นนั่งร้านประเทศ-ไม่อุ้ม ภท.
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณขายออก 67,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณขายออก 67,100 บาท
เสวนาเปิดม่านประชุม IMF-World Bank ชี้ AI ไม่ใช่เครื่องยนต์วิเศษรักษาโรค “หนี้สาธารณะท่วมหัวประชาชน”
World เสวนาเปิดม่านประชุม IMF-World Bank ชี้ AI ไม่ใช่เครื่องยนต์วิเศษรักษาโรค “หนี้สาธารณะท่วมหัวประชาชน”
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความเสี่ยงด้านอุปทานที่กลับมาอีกครั้งในตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความเสี่ยงด้านอุปทานที่กลับมาอีกครั้งในตะวันออกกลาง
ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.66 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.66 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘กรุงศรี ออโต้’ ผุดบริการตรวจสภาพรถอีวี สร้างมาตรฐานตลาดรถมือสอง
EV ‘กรุงศรี ออโต้’ ผุดบริการตรวจสภาพรถอีวี สร้างมาตรฐานตลาดรถมือสอง
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ต.ค. 69) ปรับลง 1.87% อยู่ที่ 81,659 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ต.ค. 69) ปรับลง 1.87% อยู่ที่ 81,659 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
KB J เตรียมออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้าน ดอกเบี้ย 2.85–2.95% ชูเครดิต A-
Finance KB J เตรียมออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้าน ดอกเบี้ย 2.85–2.95% ชูเครดิต A-
ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
Business ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
ดูทั้งหมด

ชัตดาวน์สหรัฐใกล้สิ้นสุด สว.เดโมแครตสายกลางไฟเขียวงบประมาณ

10 พ.ย. 2568 | 10:30น.
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเวลา 10 พ.ย.2025 เวลา 10.30 น. และอัพเดตเวลา 16.35 น.

การชัตดาวน์ของหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐใกล้จะสิ้นสุดลง เนื่องจากสามารถตกลงกับสมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครตจนเห็นพ้องที่จะให้งบประมาณ 

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ปิดทำการหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนของสหรัฐ หรือชัตดาวน์ ว่า กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาสายกลางพรรคเดโมแครตเห็นพ้องที่จะสนับสนุนข้อตกลงในการเปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลกลางอีกครั้ง และให้เงินทุนแก่กระทรวงและหน่วยงานบางแห่งในปีหน้า

เมื่อเย็นของวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลาท้องถิ่น วุฒิสภาสหรัฐลงมติขั้นต้น 60 ต่อ 40 เสียง อนุมัติมาตรการขั้นตอนเพื่อผลักดันร่างกฎหมายยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาล โดยกลุ่มสมาชิกสว.พรรคเดโมแครตสายกลางตัดสินใจโหวตแยกทางกับแกนนำพรรคเพื่อสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว

วุฒิสภาได้เลื่อนการประชุมไปจนถึงวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน เวลาท้องถิ่น และยังไม่ได้กำหนดวันลงมติรอบสุดท้าย และสภาผู้แทนราษฎรยังต้องอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณเพื่อยุติชัตดาวน์นี้ ก่อนส่งไปให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลงนาม

การชัตดาวน์ในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำสถิติยาวนานที่สุด 40 วัน ในประวัติศาสตร์สหรัฐในขณะนี้ ทำลายสถิติในวาระแรกของทรัมป์ ซึ่งปิดทำการที่ 35 วัน ในปี 2018 และ 2019

ภายใต้ข้อตกลงนี้ รัฐสภาจะอนุมัติเงินทุนเต็มปีสำหรับกระทรวงเกษตร กระทรวงกิจการทหารผ่านศึก และรัฐสภาเอง ขณะที่ให้เงินทุนแก่หน่วยงานอื่น ๆ จนถึงวันที่ 30 มกราคมปี 2026

ข้อตกลงนี้จะให้เงินแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ถูกพักงานกลับมารับเงินที่ถูกระงับไว้จากรัฐบาลกลาง โดยรับกับมลรัฐและหน่วยงานท้องถิ่น และเรียกตัวพนักงานของหน่วยงานที่ถูกเลิกจ้างในช่วงชัตดาวน์กลับมาทำงาน

แหล่งข่าวระบุว่าพรรคเดโมแครตได้รับคำมั่นสัญญาจากพรรครีพับลิกันที่จะลงคะแนนเสียงร่างกฎหมายต่ออายุเครดิตภาษีพระราชบัญญัติการดูแลสุขภาพราคาประหยัดหรือโอบามาแคร์ ภายในกลางเดือนธันวาคมนี้ คำสัญญาดังกล่าว ซึ่งจอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ได้เสนอไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ไม่ใช่สมาชิกพรรคเดโมแครตทุกคนจะพอใจ

ความเคลื่อนไหวในชั้นวุฒิสภาข้างต้นถือเป็นสัญญาณใกล้สิ้นสุดชัตดาวน์ อย่างไรก็ดี ในชั้นสภาผู้แทนราษฎร การผ่านร่างกฎหมายยังไม่แน่นอน เนื่องจากสมาชิกพรรคเดโมแครตได้ออกมาคัดค้านข้อตกลงใด ๆ ที่ไม่รวมการขยายระยะเวลาเงินอุดหนุนโอบามาแคร์ที่กำลังจะหมดอายุ ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ครอบคลุม ทางด้านสมาชิกพรรครีพับลิกันต้องการร่างกฎหมายที่จะให้เงินแก่หน่วยงานรัฐบาลทั้งหมดจนถึงวันที่ 30 กันยายนปี 2026

ผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.8 แสนล้านบาท) ต่อสัปดาห์ และสำนักงานงบประมาณรัฐสภาประเมินว่าการปิดหน่วยงานรัฐจะทำให้อัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงในแต่ละไตรมาสลดลง 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงต่ำสุดในรอบสามปีเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปิดหน่วยงานรัฐ ราคาสินค้า และตลาดแรงงาน

ส่งผลให้ข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของรัฐบาลถูกระงับชั่วคราว ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีข้อมูลไม่เพียงพอในการจัดการกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงอย่างต่อเนื่อง และอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น ซึ่งเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดระบุว่าเหมือนการขับรถท่ามกลางม่านหมอก

นายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสหรัฐเตือนว่า การเดินทางทางอากาศของสหรัฐอาจหยุดชะงักลงอย่างมากในช่วงวันหยุดขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) หากบางหน่วยงานของรัฐบาลยังคงปิดทำการต่อไป

สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAO) สั่งให้สายการบินลดเที่ยวบินลง 10% ภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน เนื่องจากขาดแคลนเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ ซึ่งต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างจนกว่ารัฐบาลจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง

ด้านเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจอาวุโสของทำเนียบขาวระบุว่า การหยุดชะงักงันของการจราจรทางอากาศในช่วงวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งชาวอเมริกันเดินทางกลับภูมิลำเนาไปเยี่ยมเยียนครอบครัว และรวมถึงการจับจ่ายในวันแบล็กฟรายเดย์ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยกล่าวว่าอาจส่งผลให้ไตรมาสที่สี่ติดลบ