เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘แต้ว-ณฐพร’ ยื่นหนังสือคัดค้าน CG ตัดต่อหลุด ‘โมโน’ สั่งตัดฉากร้อน-เลื่อนฉาย ‘นาคี 3’
News ‘แต้ว-ณฐพร’ ยื่นหนังสือคัดค้าน CG ตัดต่อหลุด ‘โมโน’ สั่งตัดฉากร้อน-เลื่อนฉาย ‘นาคี 3’
กระทรวงแรงงาน ชงมาตรฐานกองถ่าย คุมเวลาทำงาน-แก้ปัญหาค้างค่าจ้าง
HR กระทรวงแรงงาน ชงมาตรฐานกองถ่าย คุมเวลาทำงาน-แก้ปัญหาค้างค่าจ้าง
ต๋อย ไตรภพ เปิดแผนใหม่ “บอร์นฯ” พลิกจากทีวีสู่โลกออนไลน์ ยันไม่เลิกกิจการ
Business ต๋อย ไตรภพ เปิดแผนใหม่ “บอร์นฯ” พลิกจากทีวีสู่โลกออนไลน์ ยันไม่เลิกกิจการ
RWS ทุ่ม 100 ล้านพลิกโฉม ‘ราชดำเนิน’ ดึงซุปตาร์โลก-ปักหมุดผู้ชม 1 ล้านคนปี’71
Sport RWS ทุ่ม 100 ล้านพลิกโฉม ‘ราชดำเนิน’ ดึงซุปตาร์โลก-ปักหมุดผู้ชม 1 ล้านคนปี’71
‘ปลา IBERRY’ ไปต่อแบรนด์ที่ 24 ‘เบญจมิน’ ร้านอาหารไทยรสมือ ‘เชฟเบนซ์-อัครเดช’
Business ‘ปลา IBERRY’ ไปต่อแบรนด์ที่ 24 ‘เบญจมิน’ ร้านอาหารไทยรสมือ ‘เชฟเบนซ์-อัครเดช’
CREDIT กำไร Q3/69 นิวโฮ 1,239 ล้าน โต 22% สินเชื่อเพิ่ม 13.8% คุมเอ็นพีแอลเหลือ 4%
Finance CREDIT กำไร Q3/69 นิวโฮ 1,239 ล้าน โต 22% สินเชื่อเพิ่ม 13.8% คุมเอ็นพีแอลเหลือ 4%
ส่องกำไร 6 แบงก์ใหญ่ โตฝ่าดอกเบี้ยต่ำ รุกธุรกิจ Wealth
Finance ส่องกำไร 6 แบงก์ใหญ่ โตฝ่าดอกเบี้ยต่ำ รุกธุรกิจ Wealth
ฉางอาน เผยส่งรถใหม่ 12 รุ่น ลุยตลาด ภายใน 3 ปี
Automotive ฉางอาน เผยส่งรถใหม่ 12 รุ่น ลุยตลาด ภายใน 3 ปี
พูนพงษ์ วางเกมรับค่าครองชีพระยะยาว จับตาต้นทุนพลังงาน-ขนส่งกดดันราคาสินค้า
Economic พูนพงษ์ วางเกมรับค่าครองชีพระยะยาว จับตาต้นทุนพลังงาน-ขนส่งกดดันราคาสินค้า
KTB โชว์กำไร Q3/2569 โต 12,582 ล้าน 9 เดือนทรงตัว ตั้งสำรองลด 14%
Finance KTB โชว์กำไร Q3/2569 โต 12,582 ล้าน 9 เดือนทรงตัว ตั้งสำรองลด 14%
ดูทั้งหมด

กฎหมายแอลกอฮอล์ใหม่

12 พ.ย. 2568 | 10:43น.
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สอบถามถึง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา มีข้อร้องเรียนถึงการบังคับใช้ จึงสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสร้างความเข้าใจกับสังคม

เนื้อหาสาระของ พ.ร.บ.ไม่ได้ระบุห้ามจำหน่ายสุรา แต่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีแนบท้าย เป็นประกาศ ลงนามเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2568 ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาอื่น นอกจาก 11.00 น. ถึง 14.00 น. และ 17.00 น. ถึง 24.00 น. ยกเว้นขายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ, ในสถานบริการตามที่กำหนดเวลาเปิดปิดของสถานบริการ, ขายในโรงแรม

ส่งผลให้ร้านอาหารไม่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือนั่งดื่มในเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. และ 17.00 น. ถึง 24.00 น. คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะนัดประชุมได้ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ และจะมีแนวทางที่ชัดเจนถึงทางออกของเรื่องดังกล่าวภายในวันที่ 4 ธ.ค.นี้

ภาคธุรกิจรวมถึงสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการห้ามขายและห้ามดื่มนอกเวลาขาย ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. และหลัง 00.00 น. ถึง 11.00 น.ของวันรุ่งขึ้น โดยชี้ว่า ท้าทายนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายและส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล มาตรการดังกล่าวเริ่มต้นจากประกาศคณะปฏิวัติเมื่อปี 2515 และใช้มาตลอด โดยไม่มีการประเมินผลกระทบ

ทั้งนี้ มีรายงานการศึกษาของบางหน่วยงานชี้ว่า มาตรการนี้ไม่บรรลุเป้าหมายด้านสาธารณสุข การบริโภคสุราไม่ลดลง การดื่มหนักยังคงเดิม การห้ามช่วงบ่ายเป็นเพียงการผลักดันการซื้อขายไปสู่ช่องทางนอกระบบ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษี และผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายเสียโอกาสทางธุรกิจ การปลดล็อกจะช่วยดึงกิจกรรมเศรษฐกิจกลับเข้าระบบ และช่วยให้หน่วยงานรัฐมุ่งเน้นใช้ทรัพยากรไปแก้ปัญหาที่แท้จริง เช่น การขายให้เยาวชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจและสังคม ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวเห็นว่า เป็นระเบียบที่ล้าสมัย การปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล

การห้ามจำหน่ายสุราในเวลา 14.00-17.00 น. และ 00.00-11.00 น. เกิดขึ้นในรัฐบาลจากรัฐประหารเมื่อปี 2515 และยังระบุในประกาศสำนักนายกฯ สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2558 และในประกาศสำนักนายกฯ สมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เมื่อปี 2568 ดังกล่าว บัดนี้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับล่าสุด เพิ่มการห้ามดื่มในเวลาห้ามขาย ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1 หมื่นบาท ทำให้ภาคธุรกิจเห็นว่าเป็นการซ้ำเติมสถานบริการและธุรกิจท่องเที่ยว ให้ย่ำแย่หนักยิ่งขึ้น ที่ผ่านมามีเสียงเรียกร้องแก้กฎหมายยกเลิกข้อจำกัดห้ามจำหน่ายที่หยุมหยิมเกินไป แต่แก้ไขแล้ว กลับมีมาตรการที่รุนแรงมากขึ้น