เมืองอัลไซเมอร์
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม
เหตุเกิดเมื่อวันพุธที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ Siam Origin ร้านอาหารไทยพื้นบ้าน 4 ภาค
พิกัดอยู่ในรั้วมิวเซียมสยาม (Museum Siam) หรือกระทรวงพาณิชย์เก่า การเดินทางง่ายมาก นั่งรถไฟฟ้า MRT สถานีสนามไชย ชื่นชมกับสถานีสวยแล้วเดินขึ้นมาทางออก 1 เจอแน่นวล ร้านนี้มีกิมมิกอยู่ที่ตอนเซตลงทุนร้านอาหารอยากให้ภาพจำเป็นร้านอาหารไทยสุขภาพดี ที่สำคัญ กินดีแล้วอร่อยด้วย
งานนี้ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมวงสนทนาที่พบกันแบบธรรมะจัดสรร เพราะติดสอยห้อยตามคนอื่นไปเปิดโลกทัศน์หัวข้อเกี่ยวกับเมนูทรงโปรดสมเด็จพระพันปีหลวง ได้แก่ แกงหอง กับผัดเล่าปี่ เนื้อความโดยละเอียดหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่เซ็กชั่นดีไลฟ์ หน้า 18 ค่ะ
เจ้าของมีดีกรีเป็นอาจารย์หมอ “แพทย์หญิงปิยะนุช รักพาณิชย์” ผู้อำนวยการแพทย์สวนสุขภาพอรุณ ร่วมหุ้นกับ “คุณหมอสันต์ ใจยอดศิลป์” คุณหมอโรคหัวใจที่ปัจจุบันหันมาทำเรื่องส่งเสริมสุขภาพเป็นด้านหลัก Ker Person อีกรายก็ “คุณชูการ์-Sugar” และเดอะแก๊งรุ่นเดอะหลากวงการ
ในวัย 60 กะรัต “พี่หมอนุช” ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง ถามถึงสูตรดูแลสุขภาพ พยายามนอน 7 ชั่วโมง ตื่นเช้านั่งสมาธิวันละครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าไม่ได้จริง ๆ ต้องมีอย่างน้อย 10 นาที บ้าการออกกำลังกายแต่ไม่หักโหม ระบบขับถ่ายเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด เพราะท้องดี โรคต่าง ๆ ก็ไม่มี ตลอดชีวิตการเป็นหมอฟื้นฟูดูแลคนไข้สูงวัยมาเยอะ
“ผู้สูงอายุเท่าไหร่ไม่สำคัญ แต่ต้องช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องแข็งแรงพอ เพราะสิ่งนี้คือคุณภาพชีวิตที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ขอแค่อย่าติดเตียงเท่านั้นพอ”
ปรัชญาการใช้ชีวิต ทำอะไรให้ช้าลงอย่างมีสติ เพราะชีวิตที่ผ่านมาวิ่งเร็วตลอด คำถามแบบหยอด ๆ เป็นคุณหมอที่ทำธุรกิจร้านอาหารมา 20 ปี มีอะไรที่อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไข คำตอบคือไม่มีเลย เป็นคนที่ทำอะไรไปแล้วไม่ค่อยรู้สึกว่าอยากจะย้อนกลับไปแก้ไข มีแต่จะทำอะไรต่อไปมากกว่า
เรากำลัง Meet the Point เรื่องเมืองอัลไซเมอร์ “พี่หมอนุช” มีเรื่องที่อยากทำ แต่ยังไม่ตกผลึกกับเดอะแก๊งว่าจะทำดีไหมน้อ เพราะรู้ว่ายาก ก็คืออยากทำศูนย์ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์
คลิกไปดูข้อมูลสถิติองค์การอนามัยโลก (WHO-World Health Organization) พบว่าภาวะสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์ เป็นหนึ่งในเวอร์ชั่นโรคสมองเสื่อม) ถือเป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสำคัญในผู้สูงอายุ ณ ปี 2567 มีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมทั่วโลก 57 ล้านคน สัดส่วนเกิน 60% อาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง
ในทุกปีมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเกือบ 10 ล้านคน ประมาณการว่าภายในปี 2573 ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจะเพิ่มสูงถึง 75 ล้านคน หรือเพิ่มถึง 18 ล้านคน
วกกลับมาดูภาวะสมองเสื่อมในไทย พบผู้ป่วยเฉลี่ย 2-10% ในขณะที่สังคมสูงวัยของไทยตอนนี้ มีผู้สูงวัยหรืออายุเกิน 60 ปี จาก 77 จังหวัด ณ ปีที่แล้ว จำนวน 13.7 ล้านคน สัดส่วน 20.83% ของประชากรไทยทั้งประเทศ
ด้วยความที่เป็นหมอเฉพาะทางด้านฟื้นฟู ไม่มีเรื่องในอดีตที่อยากย้อนกลับไปแก้ไข แต่มี “ความฝัน” ที่อยากทำในอนาคต ศูนย์ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ที่มาที่ไปเรื่องนี้ตกสะเก็ดอยู่ในใจ ตอนไปดูงานที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นแห่งเดียวในโลกที่เป็นโรลโมเดลของคุณหมอนุช
หลักการและเหตุผล ศูนย์อัลไซเมอร์ เนเธอร์แลนด์ เขาออกแบบเป็นคอมมิวนิตี้ เป็นชุมชน เป็นเมือง ไม่มีการล็อกผู้ป่วยไว้กับเตียง ล็อกไว้ในห้องโรงพยาบาล แต่ปล่อยอิสระให้ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ แต่ทุกคนในนี้เป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์
ทั้งนี้ ปัจจุบันอัลไซเมอร์ 1.ป้องกันได้ แต่คนยังไม่ค่อยรู้ 2.เมื่อป่วยแล้วโดนล็อกอยู่ในบ้าน ในโรงพยาบาลอยู่ในห้อง คุณภาพชีวิตไม่ต้องพูดถึง
ที่โน่น วิธีการรับผู้ป่วยระดับรุนแรง คือไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เข้ามาไว้ในคอมมิวนิตี้ คนไข้ไม่ต้องโดนล็อกอยู่ในห้อง เปิดให้ใช้ชีวิตได้ปกติ มีร้านอาหาร มีที่แต่งผม มีโรงละคร เป็นเมืองของเขาโดยเฉพาะ
ในฐานะหมอ Rehab (หมอด้านการฟื้นฟู) ตอนดูงานเห็นคนเดินไปเดินมา บางคนดูออกว่าป่วยอัลไซเมอร์ บางคนดูไม่ออก แสดงว่าเขาได้รับการฟื้นฟูจนใช้ชีวิตปกติได้ ถึงแม้อาจไม่ปกติ 100% ยังมีอาการอะไรที่บกพร่องอยู่ แต่อย่างน้อยที่สุด ไม่ใช่คนไข้นอนติดเตียง
“เราเห็นคนเดินไปเดินมา มีบ่อน้ำ ถามว่าไม่กลัวคนไข้ตกน้ำเหรอ คำตอบคือยังไม่เคยมีใครตกน้ำ นี่คือคีย์เมสเซจว่าต้องปล่อยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิต อย่าไปกลัวมาก ถามว่าญาติไม่ห่วงเหรอ เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันตั้งแต่ต้น ต้องเลือกเอา ชีวิตที่เหลืออยู่จะนอนติดเตียง อยู่ในโรงพยาบาล มองเห็นแต่หน้าต่าง หรือจะเลือกให้ใช้ชีวิตแบบนี้ (ในเมืองอัลไซเมอร์) ที่นี่แอดวานซ์ถึงขนาดคนไข้ทำกับข้าวเองด้วยนะ แบ่งเป็นบ้านอาศัยหลังละ 7-8 คน มีเจ้าหน้าที่คอยประกบ ไปซื้ออาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตเอง ทำกับข้าวกินเอง”
จุดยากนอกจากใช้เงินลงทุนสูง เรื่องยากยิ่งกว่าคือบุคลากรที่จะเข้ามาซัพพอร์ตทำงานในโครงการนี้ บุคลากรที่จะมาเปลี่ยนแนว เพราะเป็นการเปลี่ยนแนวความคิดการแพทย์โดยสิ้นเชิง ในเมืองนอกยังไม่ค่อยมีแพร่หลาย เมืองไทยยิ่งไม่มีแม้แต่แห่งเดียว
อาจกล่าวได้ว่า เมืองอัลไซเมอร์ เนเธอร์แลนด์ เป็นฝันของคนเป็นหมอรีแฮบ “…ความฝันนี้จริง ๆ เราจะทำ (ลงทุน) เองก็ทำได้แหละ อยู่ที่จะทำหรือไม่ทำ เพราะเราไม่อยากปวดหัว (หัวเราะ)”
จะดีแค่ไหน ถ้าเมืองไทยมีเมืองอัลไซเมอร์เกิดขึ้นจริง บิ๊กแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ ยักษ์คอร์ปอเรตเมืองไทย ชักชวนกันมาลงขันกันสักตั้ง