Skip to content

‘โรยัล คานิน’ กางแผนปี’69 อัดงบฯดิจิทัล 30% ลุย TikTok

21 พ.ย. 2568 | 15:22น.
‘โรยัล คานิน’ กางแผนปี’69 อัดงบฯดิจิทัล 30% ลุย TikTok

“โรยัล คานิน” ย้ำตลาดสัตว์เลี้ยง 5 หมื่นล้านบาทโตต่อเนื่อง 4-4.5% สวนกระแสเศรษฐกิจ ชี้กำลังซื้อผู้เลี้ยงยังแกร่ง “ยอมจ่าย” เพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง เผย 9 เดือนบริษัทโตดับเบิลดิจิต มั่นใจสิ้นปีโกยรายได้ 4,000 ล้านบาท พร้อมกางแผนปี 2569 อัดงบฯการตลาดเพิ่ม 30% เจาะลึก TikTok และครีเอเตอร์ ขยายพอร์ตสินค้า “อาหารแมว-อาหารสัตว์สูงวัย” รับเทรนด์ Pet Aging พร้อมลุยตลาดอาหารสูตรสัตวแพทย์เต็มสูบ

นายสัตวแพทย์จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยปี 2568 ว่ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 4-4.5% หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดรวมประมาณ 50,000 ล้านบาท ไม่รวมตลาดส่งออก โดยสัดส่วนตลาดในภาพรวมยังคงเป็นสุนัข 60% และแมว 40%

“แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจโดยรวมมีความกังวล แต่กำลังซื้อของผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงกลับไม่ได้รับผลกระทบ สะท้อนจากพฤติกรรมที่ผู้เลี้ยงยังคงยอมจ่ายเพื่อผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง โดยมองหาความคุ้มค่าในเชิงสุขภาพ มากกว่าการพิจารณาเรื่องราคาแพงหรือถูกเพียงอย่างเดียว”

สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่เติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ในช่วงต้นปีจะมีความกังวลอยู่บ้าง แต่บริษัทยังคงรักษาการเติบโตในระดับสองหลัก สวนทางกับเศรษฐกิจ โดยปัจจัยหลักมาจากการสื่อสารคีย์เวิร์ด “สุขภาพดี คุณค่าที่สุข” ที่เข้าถึงและโดนใจผู้เลี้ยงยุคใหม่

“สิ่งที่เราทำมาตลอดคือการถ่ายทอดองค์ความรู้ ว่าการเลี้ยงดูที่ถูกต้องจะส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยงอย่างไร หลายครั้งที่เจ้าของรัก แต่ไม่รู้วิธีเลี้ยงที่ถูกต้อง ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เราจึงเน้นย้ำว่าสุขภาพที่ดีดูอย่างไร ทั้งสุขภาพขน การขับถ่าย การไม่เจ็บป่วย ซึ่งผู้เลี้ยงในปัจจุบันมีความเข้าใจและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น ส่งผลให้เราได้ฐานลูกค้าใหม่เข้ามาจำนวนมาก ขณะที่ลูกค้าเดิมก็ไม่ได้หายไป”

ตั้งเป้าสิ้นปี’68 แตะ 4 พันล้าน

นายสัตวแพทย์จดลกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานนี้คาดว่าสิ้นปี 2568 บริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตได้ประมาณ 11% หรือคิดเป็นเป้าหมายรายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ผลักดันการเติบโตในปีนี้ คือการบุกตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ “Gen Z” ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนเกือบ 25% ของผู้เลี้ยงสุนัขและแมวในตลาดรวม โดยบริษัทได้ทุ่มงบประมาณและวางแผนสื่ออย่างรัดกุม เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้โดยเฉพาะ

“เราตั้งคำถามว่าจะเข้าถึง Gen Z อย่างไร คำตอบคือต้องใช้คนที่ Gen Z รู้จักและนิยม ที่ผ่านมาเราจึงได้เลือกใช้สกาย-นานิ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตั้งแต่ช่วงต้นปี และวางแผนสื่อดิจิทัลในทุกช่องทาง ซึ่งผลตอบรับที่ได้คืออัตราการมีส่วนร่วมโตแบบก้าวกระโดดหลาย 100% นอกจากนี้ การจัดงานอีเวนต์อย่าง Pet Expo เราก็เน้นจัดกิจกรรมที่ให้กลุ่ม Gen Z ได้เข้ามาร่วมสนุกกับศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบ ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาดีเกินกว่าที่เราวางไว้”

ขณะเดียวกัน การเติบโตของบริษัทยังได้แรงหนุนสำคัญจากพอร์ตโฟลิโออาหารแมว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนยอดขายถึง 60% ของบริษัท (สวนทางกับภาพรวมตลาดที่สุนัขมีสัดส่วน 60%) โดยในปีนี้เฉพาะกลุ่มอาหารแมวของโรยัล คานิน โตสูงถึง 15% จากปกติที่โตเฉลี่ย 8-9% ปัจจัยบวกมาจากเทรนด์การเลี้ยงแมวที่เพิ่มขึ้น

สอดคล้องกับสถิติลูกแมวเกิดใหม่ที่ยังโตในระดับ 5% สวนทางกับจำนวนลูกสุนัขเกิดใหม่ที่ชะลอตัวเหลือเพียง 2-3% (จากปกติ 4-5%) ประกอบกับการเปิดตัวสินค้าใหม่สำหรับแมว และความภักดีในแบรนด์ หรือที่เรียกว่า “แมวลอยัลตี้เพต” ซึ่งหมายถึงเจ้าของแมวหลายคนที่ลองเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่น แต่เมื่อแมวไม่กิน สุดท้ายก็ต้องกลับมาเลือกใช้โรยัล คานิน

อัดแน่นการตลาดดิจิทัล

นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทยังจะมุ่งเน้นการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางดิจิทัลให้ลึกซึ้งและกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเตรียมเพิ่มงบประมาณการตลาดดิจิทัลอีกประมาณ 30% จากปีก่อนหน้า เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ โดยเฉพาะในแพลตฟอร์ม TikTok รวมถึงการใช้ Affiliate และ Creator (KOLs) ให้มากขึ้น ส่วนการจัดงานอีเวนต์จะปรับกลยุทธ์ โดยเลือกเฉพาะงานใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Pet Expo เป็นหลัก

เทรนด์ Pet Aging รับสัตว์สูงวัย

ในด้านผลิตภัณฑ์ เทรนด์สำคัญที่บริษัทจะบุกหนักในปีหน้าคือ “Pet Aging Society” หรือสังคมสัตว์เลี้ยงสูงวัย เนื่องจากปัจจุบันประชากรสุนัขและแมวที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งถือว่าเข้าสู่ภาวะสูงวัย มีสัดส่วนมากถึง 25% ของทั้งหมด ซึ่งในปีนี้ได้มีการเริ่มเปิดตัวอาหารสำหรับน้องแมวสูงอายุ 7 ปีขึ้นไปบ้างแล้ว และปีหน้าจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้เข้ามาอีกเรื่อย ๆ หรือประมาณ 12 รายการ เพื่อตอบรับเทรนด์ดังกล่าว

และอีกกลุ่มที่จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากคืออาหารสำหรับคุณหมอ หรืออาหารประกอบการรักษาโรค เพราะเมื่อหมาแมวเข้าสู่ช่วงสูงวัยก็จะมีความต้องการอาหารเพื่อการรักษาโรคมากขึ้น ดังนั้น บริษัทจะมีผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เข้ามาให้คุณหมอเลือกใช้มากขึ้น โดยจะวางจำหน่ายเฉพาะในโรงพยาบาลสัตว์เท่านั้น

มองตลาดสัตว์เลี้ยงยังโตแรง

ท้ายที่สุด นายสัตวแพทย์จดลได้ประเมินภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงในปี 2569 ว่าน่าจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องที่ประมาณ 4-5% แม้ว่าตลาดจะถูกขยายจากการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ ๆ แต่สถานการณ์ปัจจุบันเริ่มนิ่ง และเห็นชัดเจนแล้วว่าใครจะอยู่ในจุดไหน และมีสัดส่วนเท่าใด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงมีศักยภาพสำหรับผู้เล่นที่สามารถตอบโจทย์ด้านสุขภาพและความต้องการที่แท้จริงของผู้เลี้ยงได้