Skip to content

เด้งอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เซ่นเหตุถอนอายัด ‘ฝุ่นแดงซินเคอหยวน’

19 พ.ย. 2568 | 10:09น.
เด้งอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เซ่นเหตุถอนอายัด ‘ฝุ่นแดงซินเคอหยวน’

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งย้าย “อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง” ช่วยปฏิบัติราชการสำนักงานปลัด ปมถอนอายัดฝุ่นแดงซินเคอหยวน ด้านกรมโรงงานยกเลิกคำสั่งถอนอายัดแล้ว หลังสงสัยอาจมีการลักลอบขนฝุ่นแดงจากเตาหลอมออกนอกโรงงาน

รายงานข่าวระบุว่านายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกคำสั่งกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องให้ข้าราชการช่วยปฏิบัติราชการ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้นายวีระ นันทเศรษฐ์ อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง (ผู้อำนวยการระดับสูง) สำนักงานอุตสาหกรรม จังหวัดระยอง สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยปฏิบัติราชการทางกองตรวจราชการ สำนักงานปลัด กระทรวงอุตสาหกรรม

ณัฐพล รังสิตพล
ณัฐพล รังสิตพล

นอกจากนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองยกเลิกการถอนอายัด โดยให้คงอายัดเหมือนเดิม เนื่องจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมแจ้งข้อมูลใหม่ ว่ามีข้อสงสัยอาจมีการลักลอบขนฝุ่นแดงจากเตาหลอมออกนอกโรงงาน และต้องเก็บฝุ่นดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานพิสูจน์ความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน รวมถึงยืนยันว่าฝุ่นมาจากกระบวนการผลิตของบริษัทจริงหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อให้การสืบสวนถูกต้องและครบถ้วน จึงต้องยกเลิกการถอนอายัด และคงอายัดฝุ่นแดงต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง (สอจ.) ได้ทำหนังสือ ที่ รย 0034(2)/2757 ลงนามโดยนายวีระ นันทเศรษฐ์ อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เพิกถอนอายัดผงฝุ่นจากระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ หรือฝุ่นแดง ของ บริษัท ชิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ปริมาณ 77,723.47 ตัน

จากนั้นวันที่ 14 พ.ย. 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวยืนยันว่าตนไม่ได้สั่งการ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการถอนอายัดฝุ่นแดงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ทราบเรื่องได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที พร้อมทั้งกำชับให้ดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สำหรับกรณีนี้มีจุดเริ่มต้นจากอัคคีภัยภายในโรงงานเหล็กของบริษัทซินเคอหยวน เมื่อปลายปี 2567 ซึ่งนำไปสู่การตรวจพบว่ามีการจัดเก็บฝุ่นโลหะไม่ปลอดภัย และระบบควบคุมมลพิษไม่เป็นไปตามมาตรฐาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน สั่งหยุดกิจการและอายัดเหล็กและฝุ่นจากระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ (ฝุ่นแดง) ทั้งหมดในพื้นที่โรงงาน

และตั้งแต่เดือน ก.พ.-ก.ค. 2568 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และ กรอ. ได้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าฝุ่นและของเสียสะสมยังมีจำนวนมาก รวม 77,723.47 ตัน และระบบบำบัดมลพิษก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์ จึงจำเป็นต้องคงคำสั่งหยุดกิจการต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 บริษัทได้ยื่นขอถอนอายัด โดยอ้างว่าฝุ่นทั้งหมดมาจากกระบวนการผลิตภายในโรงงาน อุตสาหกรรมจังหวัดระยองจึงตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีคำสั่งถอนอายัดในเบื้องต้น

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วย โดยพบว่าล่าสุดกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ขอให้ทบทวนมติถอนอายัดฝุ่นแดง เพราะคดียังอยู่ระหว่างการสืบสวนของ DSI จึงยังไม่สามารถสรุปสถานะของกลางได้ และกรมยังไม่ได้เห็นชอบการปลดอายัดด้วย

เช่นเดียวกับกองกฎหมาย สปอ. มีหนังสือไปถึงอุตสาหกรรมจังหวัดระยองขอให้ทบทวนมติ เนื่องจากข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน ต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ว่าพยานหลักฐานครบถ้วน และไม่จำเป็นต้องใช้ของกลางในกระบวนการอื่นต่อไป

ขณะที่นายธนกรได้กล่าวยืนยันว่า หากผลสอบพบว่าการดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีผู้เกี่ยวข้องในทางมิชอบ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรมจังหวัดระยองจะมีคำสั่งถอนอายัดฝุ่นแดง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถนำออกนอกโรงงานได้ เนื่องจากโรงงานยังอยู่ภายใต้คำสั่งหยุดประกอบกิจการ ตามกฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม การเคลื่อนย้ายจะทำได้ก็ต่อเมื่อคำสั่งหยุดกิจการถูกยกเลิก หรือได้รับอนุญาตให้กลับมาดำเนินกิจการตามปกติจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของโรงงาน รวมถึงระบบกำกับดูแลของกลางให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม

สำหรับความคืบหน้ากรณีการถอนอายัดเหล็กเส้นนั้น นายธนกรได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลเกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อรายงานความเห็นมาให้ตนภายใน 30 วัน

และที่ผ่านมาได้จัดตั้งชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยวลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เน้นการตรวจกำกับที่เข้มข้นเพื่อจัดระเบียบอุตสาหกรรมให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกที่ควร ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามโรงงานเถื่อน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อผู้กระทำผิด ไม่มีการเลือกปฏิบัติ หรือประนีประนอมใด ๆ ทั้งสิ้น