Skip to content

นายกฯเชื่อเหตุชายแดนไม่กระทบดีล “ภาษีทรัมป์” ย้ำต้องปกป้องอธิปไตยไทย

08 ธ.ค. 2568 | 15:16น.
นายกฯเชื่อเหตุชายแดนไม่กระทบดีล “ภาษีทรัมป์” ย้ำต้องปกป้องอธิปไตยไทย

นายกฯย้ำปกป้องอธิปไตย เชื่อแสนยานุภาพกองทัพไทย ไม่ควรมีใครรุกรานได้อีก ลั่นไม่เจรจาแล้ว ย้อน “อันวาร์” หมดเวลาขอให้ไทยหยุด ควรไปบอกเขมร เชื่อไม่กระทบเจรจา “ภาษีทรัมป์”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทหารกัมพูชามุ่งเป้าโจมตีมาที่พลเรือน มากกว่าทหารว่า เราปกป้องอธิปไตยของเรา แต่ปฏิบัติการทางทหาร ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้

เมื่อถามว่า ปัญหาที่ยืดเยื้อมานานรอบนี้จะต้องพังและดำเนินการให้ถึงที่สุดหรือไม่ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า กองทัพมีแนวทาง ซึ่งเราทำเพื่อรักษาอธิปไตย รักษาเกียรติภูมิและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

ส่วนประชาชนคาดหวังว่าอยากให้สถานการณ์จบไม่ให้กัมพูชามาระรานไทยอีกนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ด้วยศักยภาพของกองทัพไทย ก็มีความมั่นใจว่าไม่ควรที่จะมีการโจมตีจากประเทศเพื่อนบ้านใด ๆ

ส่วนจะมีการเปิดช่องให้เจรจาหรือไม่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า คงไม่มีการเจรจาแล้ว เพราะเขาดำเนินการกับเราขนาดนี้ และเราก็ได้ตอบโต้ให้เขาเห็น ครั้งนี้ชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่การตอบโต้เพื่อส่งสัญญาณ แต่ตอบโต้เพื่อให้เห็นว่าเขาไม่ควรเข้ามาคุกคามอธิปไตยของประเทศไทยแล้ว ดังนั้นการเจรจาก็คงไม่มีแล้วจากนี้ไปประเทศกัมพูชาต้องทำตาม หากจะหยุดสู้รบกันต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยกำหนด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

ขณะที่การอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงนั้น ได้มีการกำชับและเรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนทุกจังหวัด ในการดูแลพี่น้องประชาชนด้วยมาตรฐานสูงสุด โดยให้ใช้งบประมาณ ที่ประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

ส่วนกรณีที่สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประเทศไทยเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เขาต้องเชื่อประเทศไทย เพราะประเทศไทยยืนยันมาตลอดว่าเราเป็นฝ่ายที่ถูกคุกคามและถูกยั่วยุในทุกกรณี และได้มีการแสดงหลักฐานให้เห็น และยื่นหนังสือไปทางองค์กรนานาชาติต่าง ๆ ซึ่งมั่นใจว่าเราได้พิสูจน์และยืนยันแล้วว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายรุกรานใคร แต่เราไม่ยอมให้ใครมารุกรานแน่นอน

เมื่อถามว่า การปกป้องอธิปไตยครั้งนี้จะใช้ระยะเวลายาวนานเท่าไหร่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เปิดเผยไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง ในการสู้กันก็ต้องขอความร่วมมือผู้สื่อข่าวด้วยว่าไม่ควรถามคำถามเหล่านี้ เพราะเมื่อถามไปเท่ากับว่าสาวไส้ให้กากิน ไม่เป็นผลดีกับประเทศ การจะรบอย่างไรปกป้องอธิปไตยของเราอย่างไร และมีความพร้อมแค่ไหน ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องรักษาให้เป็นความลับมากที่สุด

ส่วนในเรื่องของฝ่ายการเมืองที่จะมีการยื่นเรื่องซักฟอกและจริยธรรม หรือเรื่องต่าง ๆ ในช่วงนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็ต้องไปถามคนที่คิดจะทำแบบนั้น ตนเป็นนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ที่จะต้องรักษาแผ่นดินและรักษาอธิปไตยของประเทศ ตนก็ใช้อำนาจที่มีอยู่ในการปกป้องประเทศไทย ให้มีความปลอดภัยสูงสุด ไม่ให้มีใครมาดูหมิ่นเหยียดหยามหรือมาก้าวก่ายได้ เกียรติภูมิของเรา

เมื่อถามถึง joint declaration นายกรัฐมนตรีตอบทันทีว่า “ไม่มีแล้ว จำไม่ได้แล้ว”

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะมีผลต่อระยะเวลาในการยุบสภา เร็วขึ้นหรือยืดออกไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนได้ออกคำสั่งและข้อสั่งการในฐานะรัฐบาล ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ให้ผู้ปฏิบัติ คือ กองทัพและฝ่ายปกครองได้ดำเนินการด้วยความมั่นใจ เพื่อความสบายใจว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ ในการรักษาอธิปไตยของประเทศซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด

และตั้งแต่เกิดเหตุ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างไทยและกัมพูชา พร้อมย้ำว่า ไม่กังวลว่าจะกระทบต่อการเจรจาภาษี

เมื่อถามถึงกรณีที่นายอันวาร์ อิบราฮิม โพสต์เฟซบุ๊ก “Anwar Ibrahim” ระบุว่า รู้สึกกังวลเกี่ยวกับการปะทะด้วยอาวุธ ระหว่างกองกำลังกัมพูชาและไทย บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชานั้น​ นายกรัฐมนตรี​ระบุว่า​ “โพสต์ถึงใคร ไม่ได้โพสต์ให้ผม​” ถ้าจะบอกให้ประเทศไทยทำอะไร​ ตนก็วิงวอนว่าคนที่เกี่ยวข้องหรือเป็นพยานควรจะไปพูดกับผู้ที่รุกรานประเทศไทย ให้หยุดการกระทำเช่นนั้นเสียก่อน ไม่ใช่มาบอกให้ประเทศไทยเราจะต้องอดทนต่อไป และจะหยุดหรือดำเนินการอะไร ด้วยตัวเราเองไม่ได้ มันเลยเวลานั้นมาแล้ว​ ถ้าจะบอกให้หยุดต้องไปบอกคนที่รุกรานเราก่อน

เมื่อถามว่า ทางกัมพูชาออกมากล่าวอ้างว่าไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน​นั้น​ นายกรัฐมนตรี​ย้อนถามกลับทันทีว่า “คุณเชื่อกองทัพไทย หรือเชื่อศัตรูเราล่ะ​ คุณเป็นคนไทย กองทัพไทยเป็นกองทัพที่เชื่อถือได้ รัฐบาลไทยเชื่อกองทัพไทย​”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล