ชานมจีนสไตล์ใหม่รุกตลาดสหรัฐฯ หลังประสบความสำเร็จในอาเซียน
แบรนด์ชานมและชาเพื่อสุขภาพสไตล์ใหม่จากจีนกำลังขยายธุรกิจสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาอย่างคึกคัก หลังจากยืนหลักได้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมองว่าสหรัฐฯ เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงด้านกำลังซื้อและการบริโภคระดับพรีเมียม
ล่าสุด กลุ่ม Mixue เปิดหน้าร้านแห่งแรกในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ที่ย่านฮอลลีวูด เมืองลอสแอนเจลิส ตรงข้ามโรงละคร TCL Chinese Theatre สัญลักษณ์สำคัญบนถนน Hollywood Walk of Fame ถือเป็นก้าวแรกของแบรนด์ในตลาดอเมริกาเหนือ
กระแสการเปิดร้านชานมสไตล์ใหม่จากจีนในสหรัฐฯ เร่งตัวชัดเจนในปีนี้ โดย Heytea ซึ่งเป็นแบรนด์จีนรายแรกที่เข้าสหรัฐฯ เปิดสาขาใหม่ที่เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ปัจจุบัน Heytea มีร้านในสหรัฐฯ รวม 35 สาขา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเพียง 2 สาขาเมื่อปีก่อน
ขณะเดียวกัน Molly Tea เปิดแล้ว 5 สาขาในสหรัฐฯ ส่วน Chagee ซึ่งเป็นแบรนด์ชานมสไตล์ใหม่รายแรกของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดร้านในศูนย์การค้า Westfield Century City ที่ลอสแอนเจลิส และขยายเพิ่มอีกหนึ่งสาขาในเวลาไม่ถึง 3 เดือน ขณะที่ Lelecha เปิดร้านในนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส โดยผสานการขายชาและเบเกอรี่
ตลาดตอบรับในเชิงบวกอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ร้าน Heytea ใจกลางไทม์สแควร์ นิวยอร์ก ขายได้กว่า 3,500 แก้วในวันแรก และมียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 2,000 แก้วต่อวัน ส่วน Molly Tea ทำรายได้ร้านในนิวยอร์กเดือนตุลาคม 2024 สูงกว่า 570,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติสูงสุดในกลุ่มแบรนด์ชาจีน
นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดสหรัฐฯ กลายเป็นเป้าหมายใหม่หลังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มอิ่มตัว ด้วยฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่และความต้องการยกระดับการบริโภค อย่างไรก็ตาม แบรนด์จีนยังต้องเผชิญความท้าทาย ทั้งต้นทุนแรงงาน ค่าเช่า และความแตกต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ระยะยาวและการปรับตัวเชิงลึกเพื่อยืนระยะในตลาดนี้ได้อย่างยั่งยืน
ที่มา People’s Daily Online