เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
Real Estate ‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
Economic ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
Automotive ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

‘ใบยาสูบ’ พืชเศรษฐกิจริมโขง สร้างรายได้มั่นคงหลังฤดูทำนา

20 ม.ค. 2569 | 21:20น.

“ใบยาสูบเตอร์กิช” พืชเศรษฐกิจทางเลือกที่สร้างรายได้มั่นคงให้เกษตรกรอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม ที่สามารถพลิกพื้นที่แห้งแล้งหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างรายได้สู่ครัวเรือนได้มากกว่า 20 ปี 

ภาพรวมเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน มีประชากรกว่า 31 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของประเทศ สร้างรายได้รวมกว่า 1.8 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10% ของ GDP ประเทศในปี 2567 โดยมีแรงงานทั้งหมดกว่า 9 ล้านคน อยู่ในภาคเกษตรกว่า 4.9 ล้านคน หรือคิดเป็น 53%

ภาคอีสาน ถือเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญในการส่งออก ไม่ว่าจะเป็น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง พืชสมุนไพร ฯ แต่ยังมีพืชเศรษฐกิจสำคัญอีกชนิดที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง คือ “ใบยาสูบใบยาเตอร์กิช” ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่ชาวบ้านนิยมเพาะปลูกหลังฤดูทำนาปรัง โดยเฉพาะในพื้นที่แห้งแล้ง ปลูกมากในจังหวัดนครพนม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ซึ่งในพื้นที่ปลูก 1 ไร่ จะมีต้นยาสูบมากถึง 30,000 – 40,000 ต้น

ใบยาเตอร์กิชเป็นใบยาที่ค่อนข้างแตกต่างจากใบยาอื่นๆ เพราะเป็นใบยาบ่มแดด มีกลิ่นหอมกว่าใบยาชนิดอื่น มีความหอมเฉพาะตัวจากแว็กซ์ หรือเรซิ่นที่สะสมอยู่ในใบยา เหมาะมากกับบรรยากาศแบบแห้งแล้ง ดินทรายจัด ไม่อุ้มน้ำ เพราะใบยาจะได้สร้างแว็กซ์ขึ้นมาเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ ยิ่งแว็กซ์มากยิ่งทำให้ใบยาหอมมาก

เพาะปลูกทั่วไทยหนุนส่งออก 1.7 พันล้าน

ปัจจุบันชาวไร่ยาสูบในไทยมีกว่า 22,500 ครัวเรือน แบ่งออกเป็น ภาคเหนือ 7 จังหวัด มีชาวไร่  3,100  ครัวเรือน ได้แก่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.พะเยา จ.แพร่ และจ.น่าน นิยมปลูกสายพันธุ์เวอร์จิเนีย  มีน้ำตาลและรสชาติหวานหอม ใบยาที่เก็บเกี่ยวแล้วจะผ่านกรรมวิธีบ่มในเตาย่ม เพื่อเร่งการผลิตน้ำตาล

ภาคกลางตอนบน 2 จังหวัด มี 9,500 ครัวเรือน ได้แก่ จ.สุโขทัย และจ.เพชรบูรณ์ นิยมปลูกสายพันธุ์เบอร์เลย์ มีปริมาณนิโคตินสูง ใบยาที่เก็บเกี่ยวแล้วจะผ่านกรรมวิธีตากลมเพื่อให้ใบยาผลิตนิโคติน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด  มีชาวไร่ประมาณ 9,900 ครัวเรือน ได้แก่ จ.นครพนม จ. สกลนคร จ.อุดรธานี จ.มุกดาหาร จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม จ. ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร จ.อำนาจเจริญ จ.ศรีสะเกษ และจ.อุบลราชธานี  นิยมปลูกสายพันธุ์เตอร์กีซ เนื่องจากมีน้ำมันและกลิ่นหอม ใบยาที่เก็บเกี่ยวแล้วจะผ่านกรรมวิธีตากแดดเพื่อให้ใบยาผลิตน้ำมันอโรม่า

ทั้งนี้ ในปี 2567 การส่งออกใบยาสูบทุกสายพันธุ์ในไทยมีมูลค่า 1,460 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายใบยา 3 สายพันธุ์ เฉลี่ยครัวเรือนละ 65,000–100,000 บาทต่อรอบการผลิต เมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกข้าว พบว่ายาสูบสามารถสร้างรายได้และกำไรต่อไร่สูงกว่าถึง 32%

โดยเฉพาะภาคอีสาน มีชาวไร่ยาสูบกว่า 9,900 ราย สามารถผลิตใบยาดิบได้ประมาณ 4 ล้านกิโลกรัม ส่งออก 3,787 เมตริกตัน คิดเป็นมูลค่าส่งออกมากถึง 750 ล้านบาท

ขณะที่ปี 2568 (มกราคม–พฤศจิกายน) ยาสูบไทยสร้างมูลค่าการส่งออกสูงถึง 1,700 ล้านบาท ปริมาณรวม 11 ล้านกิโลกรัม แบ่งเป็น สายพันธุ์เวอร์จิเนีย 4.6 ล้านกิโลกรัม สายพันธุ์เบอร์เลย์ 4.2 ล้านกิโลกรัม และสายพันธุ์เตอร์กิช 2.4 ล้านกิโลกรัม

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยาสูบไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ มาจากการที่ชาวไร่ปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) อย่างเคร่งครัด ทั้งด้านคุณภาพผลผลิต การจัดการต้นทุน การจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ขยะ และของเสีย รวมถึงการดูแลแรงงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีระบบสัญญาเกษตรที่ชัดเจน ระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วยบาร์โค้ดตั้งแต่ฟาร์มถึงโรงงาน และการเก็บข้อมูลด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

ทางเลือกรายได้มั่นคง

ด้านนางไสคำ สิทธิชำนาญ อายุ 54 ปี เกษตรกรผู้เพาะปลูกใบยาสูบเตอร์กิช ต.หนองฮี อ.ปลาปาก จ.นครพนม เปิดเผยว่า ประกอบอาชีพปลูกข้าวและปลูกใบยาสูบ ซึ่งมีการปลูกใบยาสูบมากว่า 20 ปี เนื่องจากมีการประกันราคาและมีตลาดรองรับแน่นอนทุกปี โดยจะปลูกหลังฤดูทำนา และมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทผู้ส่งออกเข้ามาให้คำแนะนำตั้งแต่การดูแลแปลงกล้า การปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงการรับซื้อผลผลิต

ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกประมาณ 5 ไร่ สร้างกำไรได้มากกว่า 100,000 บาทต่อรอบการผลิต หรือเฉลี่ยประมาณ 20,000 บาทต่อไร่

ในรอบการปลูก1ครั้ง จะต้องใช้ 30,000–40,000 ต้นต่อไร่ โดยมีรอบปลูกภายหลังสิ้นสุดฤดูทำนาในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม เพราะเป็นช่วงมีสภาพอากาศเหมาะสมในการผลิตใบยาให้มีคุณภาพที่สุด

นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนโดยบริษัทผู้ส่งออก ให้มีการทดลองใช้ ‘ระบบน้ำหยด’ จากเดิมที่มีการเปิดคันดินให้น้ำไหลเข้าในปริมาณมาก ทำให้ต้นใบยาสูบอาจได้รับน้ำมากเกินไป ส่งผลต่อการเติบโตและคุณภาพใบยา

ดังนั้นการใช้ระบบน้ำหยด จะช่วยลดต้นทุนการใช้แรงงานและทำให้ต้นใบยาสูบมีการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งบริษัทผู้ส่งออกจะมีเก็บข้อมูลระยะเวลา 1 ปี เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและขยายผลการใช้ระบบน้ำหยดในอนาคต

“การปลูกใบยาช่วยให้มีรายได้มั่นคง สามารถ ส่งบุตรหลานเรียน และยกระดับคุณภาพชีวิตได้ ดีเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกผักสวนครัวซึ่งมีราคาผันผวนค่อนข้างมาก” นางไสคำกล่าวทิ้งท้าย