ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ฤกษ์เปิดตัวกรรมการผู้จัดการคนใหม่ “ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์” หลังก้าวเข้ามาเป็นเอ็มดีคนที่ 15 ของแบงก์ เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา
โดย “ดร.มหัทธนะ” แถลงทิศทางการดำเนินงานของ ธอส. ในปี 2569 ว่า ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 242,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากปีก่อน จากที่ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ประมาณ 1.96 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน โดยในระยะถัดไปจะผลักดันสินเชื่อให้ทะลุ 2 ล้านล้านบาท
“ธอส.จะมียอดสินเชื่อคงค้างแตะ 2 ล้านล้านบาท ในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยเฉพาะวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งยังคงเป็นภารกิจหลักของธนาคาร และจะเดินหน้าปล่อยอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนลูกค้าตั้งเป้าอยู่ที่ 125,762 ราย เป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางสามารถเข้าถึงการมีบ้านเป็นของตนเอง พร้อมควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)”
ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา ธอส.สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,241 ล้านบาท จำนวนลูกค้า 232,058 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 4.52% โดยมาจากการเร่งปล่อยกู้ในช่วงไตรมาส 4 ในจำนวนนี้กว่า 50% เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย
ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2568 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2567 ธอส.มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1.89 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% สินทรัพย์รวม 2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62% และเงินฝากรวม 1.76 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98% ขณะที่ NPL อยู่ที่ 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม
“ดร.มหัทธนะ” กล่าวว่า ในปี 2569 จะพยายามควบคุม NPL ไม่ให้เกิน 5.11% โดยยอมรับว่าตัวเลขดังกล่าวมีความท้าทาย เนื่องจากปัจจุบันภาระหนี้ของประชาชนยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง แต่ธนาคารจะพยายามบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
ด้านเงินฝาก ธอส.ยังสามารถระดมเงินฝากได้อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2569 ตั้งเป้าระดมเงินฝากใหม่ 100,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากประชาชนยังมองว่า ธอส. เป็นธนาคารที่มีความมั่นคง
“เอ็มดี ธอส.” กล่าวว่า ในปี 2569 ภายใต้บริบทเศรษฐกิจ ทั้งทิศทางแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ปัญหาหนี้ครัวเรือนภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ธอส.ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เป็นกลไกหลักของภาครัฐในการประคับประคองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์โดยสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัย และ เพื่อให้ ธอส.สามารถดำเนินตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้อย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน
“ธอส.ต้องเผชิญทั้งความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์จากการเกิด Virtual Bank (ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา) และ Nonbank Platform ที่เข้ามาทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน รวมถึงความเสี่ยงด้าน Cyber Risk ที่เราต้องเตรียมพร้อมรับมือ และต้นทุนการระดมทุนที่อาจเพิ่มสูงขึ้น”
“ดร.มหัทธนะ” กล่าวว่า ธอส.พร้อมต่อยอดบทบาทองค์กรสู่ “Beyond Housing Bank” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการปล่อยสินเชื่อเพื่อบ้าน แต่ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน ดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกัน โดยเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ “Intelligent Sustainable Housing Companion” เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น ด้วยดิจิทัล ดาต้า ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการยกระดับการทำงานทุกมิติ
ทั้งนี้ ธอส.กำหนดขับเคลื่อนการทำงานผ่าน 5 เสาหลักยุทธศาสตร์ (5 Strategic Pillars) ได้แก่ เสาหลักที่ 1 Immediate-to-Home ทำทันที ให้มีบ้าน ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในกระบวนการ ขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร-ยื่นกู้-ประเมินราคาหลักทรัพย์-อนุมัติ-จดจำนอง ได้เร็วขึ้น โดยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บริการลูกค้าแบบ End- to-End ภายใต้แนวคิด Faster Easier Limitless เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด
เสาหลักที่ 2 Smart Growth ผ่าน Asset Quality Management บริหารสินทรัพย์เพื่อให้ ธอส. เติบโตอย่างมีคุณภาพ ช่วยทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้น ด้วยการใช้ Digital, Data Driven & Innovation การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้ตรงจุด ป้องกัน NPL การใช้ระบบ NPA Visualization บริหารจัดการทรัพย์ NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เสาหลักที่ 3 Customer Obsession “เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล” ทำให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแบบ Hyper-Personalization โดยใช้ Big Data และ AI วิเคราะห์ตัวตนลูกค้าเพื่อส่งมอบบริการที่ “รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา” สร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า
เสาหลักที่ 4 Digital Transformation เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัย (Modernize) ลดขั้นตอนการทำงาน (Lean Process) นำเทคโนโลยีอัตโนมัติ (Automation) และ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใน ทั้งการตรวจสอบเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อ การประเมินความเสี่ยง การดักจับธุรกรรมที่ผิดปกติและระงับบัญชีได้ทันท่วงที และปลอดภัย (Secure) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
และเสาหลักที่ 5 People First ภายใต้แนวคิด Empower People คนเก่ง งานแกร่ง องค์กรยั่งยืน เพิ่มความสุขและศักยภาพพนักงานเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้ลูกค้า มุ่งพัฒนาองค์กรจากภายใน เพื่อเตรียมคนให้พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่ ด้วยการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นและเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นผู้นำในโครงการต่าง ๆ มากขึ้น
“ทั้ง 5 เสาหลักนี้ คือ G H BANK NEXT : Intelligent Sustainable Housing Companion ที่จะขับเคลื่อนให้ ธอส. สามารถอัดฉีดเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาท ในปี 2569 เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”