เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รอ CP คอนเฟิร์มเดินรถ “แอร์พอร์ตลิงก์” ต่อ 4 เดือน “พิพัฒน์”ยัน 1 ต.ค.ไม่หยุดวิ่ง
Politics รอ CP คอนเฟิร์มเดินรถ “แอร์พอร์ตลิงก์” ต่อ 4 เดือน “พิพัฒน์”ยัน 1 ต.ค.ไม่หยุดวิ่ง
“ไทยเที่ยวไทยพลัส” ปรับเกณฑ์รัฐอุดหนุนค่าที่พัก 1,500 บาท/สิทธิ เพิ่มมูลค่าคูปองสูงสุดถึง 2,000
Politics “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ปรับเกณฑ์รัฐอุดหนุนค่าที่พัก 1,500 บาท/สิทธิ เพิ่มมูลค่าคูปองสูงสุดถึง 2,000
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (9 ก.ย. 69) ขึ้นราคา ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สต.
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (9 ก.ย. 69) ขึ้นราคา ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สต.
เปิดกำหนดการ งาน “รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร” ภาคเมือง 12 – 13 ก.ย. 2569 ณ หอศิลปกรุงเทพฯ
SD เปิดกำหนดการ งาน “รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร” ภาคเมือง 12 – 13 ก.ย. 2569 ณ หอศิลปกรุงเทพฯ
ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งไม่หยุด กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 83,000 ล้านบาท
Economic ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งไม่หยุด กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 83,000 ล้านบาท
สทนช.เตือน 9-13 ก.ย. ฝนหนักหลายภาค เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่ง
Economic สทนช.เตือน 9-13 ก.ย. ฝนหนักหลายภาค เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่ง
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
ดูทั้งหมด

ศุภจี กางกลยุทธ์การค้าโลกยุคใหม่ ดันไทยเป็นพันธมิตรทุกขั้วอำนาจ เร่งปิดดีล FTA

27 ม.ค. 2569 | 15:02น.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์

รมว.พาณิชย์ กางกลยุทธ์การค้าโลกยุคใหม่ ชู “ความไว้วางใจ” เป็นสกุลเงินที่มีค่าที่สุด พร้อมผลักดันไทยเป็นพันธมิตรทุกขั้วอำนาจ เร่งปิดดีล FTA EU-แคนาดา ในปีนี้

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลสำเร็จการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19-23 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าปัจจุบันบริบทของการค้าโลกได้เปลี่ยนผ่านจากยุคพหุอำนาจ (Multipolar World) เข้าสู่สภาวะ การแบ่งแยกอย่างสุดขั้ว (Extreme Polarization) ซึ่งไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจอีกต่อไป แต่เป็นสถานการณ์ที่ประเทศต่าง ๆ ถูกบีบให้ต้องเลือกข้างในหลายมิติ ทั้งด้านการค้า เทคโนโลยี ความมั่นคง และห่วงโซ่อุปทาน

โดยในปัจจุบันเรื่องของการค้าได้ถูกผนวกรวมเข้ากับเรื่องความมั่นคงอย่างแยกไม่ออก หลายประเทศเริ่มใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีที่ตนมีเป็นเครื่องมือต่อรองและกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก สำหรับประเทศไทยในฐานะประเทศขนาดกลาง เราเลือกที่จะหาทางรอดโดยการ แสวงหาตลาดใหม่ รูปแบบการค้าใหม่ และความร่วมมือใหม่ ๆ เพื่อลดความเปราะบางจากระบบโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง

ทั้งนี้ ในบริบทการค้าโลกใหม่ กระทรวงพาณิชย์ได้วางกรอบการดำเนินงานเชิงรุกไว้ในประเด็นหลัก ได้แก่

1.การวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นพันธมิตรกับทุกฝ่าย (Positioning as an Ally to All) โดยไทยต้องเป็นมิตรกับทุกขั้วอำนาจ ซึ่งจากการหารือในเวทีระดับโลก เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ประธานสหภาพยุโรป (EU) ได้แสดงทรรศนะว่าอาเซียนคือโอกาสสำคัญ โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการที่ประเทศไทยสามารถที่จะเป็นพันธมิตรที่แข็งแรงของ EU โดยได้มีการหารือกับประธาน EU ในการเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ให้บรรลุผลโดยเร็วภายในปีนี้

2.ประเทศไทยต้องเดินหน้าสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) ให้กับคู่ค้า โดยปัจจุบัน “Trust” ได้กลายเป็นสกุลเงินที่มีค่าที่สุด ซึ่งไทยต้องสร้างสิ่งนี้ให้คู่ค้าเห็นเพื่อเปลี่ยนจากคู่ค้าธรรมดาให้กลายเป็นพันธมิตรที่แท้จริง โดยจุดยืนในเรื่องนี้เป็นไปตามบริบทการมุ่งเน้นผลประโยชน์ร่วมมากกว่าการเลือกข้าง (Mutual Benefit over Side-Taking) โดยต้องมองถึงผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพียงประโยชน์ส่วนตัวของประเทศใดประเทศหนึ่ง

3.ประเทศไทยต้องมุ่งสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าในเชิงลึก และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน (Deep Integration in Supply Chain) โดยการค้ายุคใหม่ต้องลงรายละเอียดและทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้รู้ว่าสินค้าของเราจะไปอยู่ในส่วนใดของห่วงโซ่อุปทานของคู่ค้า โดยไทยต้องวางตัวเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ขาดหายไปเพื่อเติมเต็มความต้องการของคู่ค้า และร่วมมือกันไปเจาะตลาดที่สามหรือสี่ต่อไป โดยแต่ละประเทศที่ไทยไปเจรจาจะมีการวางแผนที่แตกต่างกันตามประโยชน์ร่วมที่มีต่อกันซึ่งเป็นกลยุทธ์สำหรับการค้าและการส่งออกในอนาคต

และ 4.ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยประเทศไทยต้องใช้ประโยชน์ผ่านกรอบเศรษฐกิจดิจิทัล Digital Economy Framework Agreement (DEFA) โดยในประเด็นนี้ตนเองได้มีการเข้าร่วมประชุมในเวทีการประชุม “Recoding Trade” โดยกระทรวงพาณิชย์ไทยได้ชูบทบาทการเป็นประธานการเจรจากรอบเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนของอาเซียน ซึ่งหากทำสำเร็จ อาเซียนจะเป็นภูมิภาคแรกในโลกที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลเข้าด้วยกัน โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าจาก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 นี้

Advertisement

นางศุภจีได้กล่าวถึงความคืบหน้าของการเจรจา FTA กับแคนาดา โดยตั้งเป้าจะบรรลุข้อตกลงให้ได้ภายในปีนี้ รวมถึงการเร่งรัดกระบวนการสัตยาบันของ FTA ต่าง ๆ ที่ได้ลงนามไปก่อนหน้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติว่านโยบายของไทยมีความต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเป้าหมายคือการทำให้ข้อตกลงต่าง ๆ มีผลบังคับใช้เพื่อเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ได้จริงในวันที่ 1 มกราคม 2570

นอกจากนี้ ในการเข้าร่วมการประชุมดาวอสได้มีการหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ขององค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization) หรือ WIPO เพื่อนำระบบทรัพย์สินทางปัญญามาสนับสนุน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ช่วยให้คนรุ่นใหม่สามารถปกป้องไอเดียและสิทธิบัตรของตนเองเพื่อนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ

“บทสรุปของการค้าโลกวันนี้คือการที่ไทยต้องหาอัตลักษณ์ของตัวเองให้เจอ แล้วใช้ ความไว้วางใจ เป็นเครื่องมือที่เข้มแข็งที่สุดในการเปลี่ยนคู่ค้าให้เป็นพันธมิตรทางการค้า เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันในอนาคต” นางศุภจีกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศุภจี สุธรรมพันธุ์