เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม บีบีซีรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกระหว่างก่อสร้างส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมากไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยเป็นวงกว้างนั้นอาจมากกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ 27 ราย อ้างอิงจากคำบอกเล่าของผู้คนในพื้นที่และหน่วยงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์หลายแห่ง
มีรายละเอียดของการช่วยเหลือกู้ภัยที่เผยแพร่ออกมาจากทางการลาวน้อยมาก แต่บีบีซีระบุว่าทีมงานของตนสามารถเข้าถึงที่พักของผู้รอดชีวิตได้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แม้ว่าจะมีการสั่งห้ามผู้สื่อข่าวต่างประเทศก็ตาม
บีบีซีรายงานว่า ที่โรงพยาบาลกลางในแขวงอัตตะปือ ซึ่งอยู่ใกล้เขตภัยพิบัติและมีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือรอดชีวิตเข้ารับการรักษาตัวอยู่เป็นจำนวนมาก บีบีซีระบุว่าได้พูดคุยกับนายหล้า และนางอ้อน ภรรยา ที่ลูกสาว 2 ทั้ง 2 คนของพวกเขาถูกน้ำพัดจมหายไป
นายหล้าเล่าว่ากระแสน้ำดึงลูกสาววัย 1 ขวบของเขาหลุดมือไป
“ผมนำภรรยาและลูกสาวขึ้นเรือ ผมพยายามที่จะควบคุมเรือไว้แต่กระแสน้ำเชี่ยวมาก ผมไม่สามารถควบคุมเรือได้อีกต่อไปและเรือคว่ำ ลูกสาวผมจมน้ำหายไป” นายหล้าบอก
จากการที่นายหล้าและภรรยาพยายามที่จะค้นหาตัวลูกสาวคนเล็ก ลูกสาวคนโตวัย 4 ขวบก็ถูกน้ำที่เพิ่มสูงอย่างรวดเร็วซัดจมหายไปด้วย
“เราพยายามค้นหาพวกเธอ ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาผม ผมช็อกมากและไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะโทษใคร ผมเพิ่งจะเสียลูกสาวไป” นายหล้ากล่าว
ถึงตอนนี้ปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งใหญ่กำลังดำเนินไป แต่มีรายละเอียดน้อยมากที่ได้รับการเปิดเผยออกมาจากรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ของลาว
อาจเป็นเพราะว่าตามปกติทางการมักจะมีแนวโน้มปกปิดเรื่องต่างๆ เป็นความลับและอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะความห่างไกลและทุรกันดารของพื้นที่ประสบภัยที่เป็นอุปสรรคของทีมกู้ภัย
นอกจากนี้ การพังของเขื่อนยังเป็นความน่าอับอายครั้งใหญ่ของลาวที่ตั้งเป้าว่าจะเป็นแบตเตอรีแห่งเอเชียอีกด้วย
ขณะที่รัฐบาลระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 27 ราย และสูญหาย 131 คน แต่หน่วยงานบรรเทาทุกข์หลายแห่งเชื่อว่าลาวอาจต้องการลดระดับความร้ายแรงของภัยพิบัติครั้งนี้ลง โดยยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงท้ายที่สุดแล้วน่าจะสูงกว่านี้ค่อนข้างมาก โดยชาวลาวในพื้นที่เปิดเผยกับบีบีซีว่า พวกเขาเชื่อว่าอาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 ราย
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ายังมีผู้คนมากกว่า 3,000 คน ที่ติดอยู่ในพื้นที่ โดยต้องเฝ้ารอความช่วยเหลืออยู่บนหลังคาบ้าน
ที่มา : มติชนออนไลน์