Skip to content

ทส. ได้ตั้งวอรูมเฝ้าระวังเรื่องไฟป่าตลอด 24 ชั่วโมง

03 มี.ค. 2569 | 10:52น.
ทส. ได้ตั้งวอรูมเฝ้าระวังเรื่องไฟป่าตลอด 24 ชั่วโมง

สุชาติ รองนายกฯ ถกด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มข้นแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 พร้อมมอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพหลัก

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ครั้งที่ 2/2569 ว่า เพื่อตามสถานการณ์และการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมนำเสนอผลการดำเนินงานสำคัญ

ตอนนี้สถานการณ์เข้าสู่ช่วงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าและเป็นพื้นที่ที่มีความสูงชัน ประกอบกับท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เน้นย้ำสั่งทุกจังหวัดขอความร่วมมือลด-งดเผา ทุกชนิด จึงเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

ซึ่งหน่วยงานได้มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาคป่าไม้ เกษตรกรรม เขตเมือง และปัญหาหมอกควันข้ามแดน อาทิ เข้มงวดตรวจจับควันดำ ยกระดับมาตรฐานควันดำเข้มขึ้นเป็นไม่เกินร้อยละ 20 โปรฯสู้ฝุ่น บำรุงดูแลรถยนต์ลดควันดำ กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงระบายฝุ่นสูงในพื้นที่กรุงเทพมหานครติดตั้ง CEMS พร้อมทั้งปรับลดค่ามลพิษให้ความเข้มงวดขึ้น การจัดเตรียมกาลังพลและเครื่องมือดับไฟป่า ปฏิบัติการลาดตระเวน/ดับไฟป่า ส่งเสริมการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา การดัดแปรสภาพอากาศ และการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ซึ่งเห็นได้จากสถานการณ์ฝุ่นละอองของปีนี้ที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทส. ได้ตั้งวอรูมเฝ้าระวังเรื่องไฟป่าตลอด 24 ชั่วโมง ยังขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเข้มควบคุมแหล่งกำเนิด โดยเฉพาะการเกิดจุดความร้อนในพื้นที่ป่า เนื่องจากช่วงนี้จุดความร้อนในพื้นที่ป่าเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยให้บูรณาการกำลังพลทั้งฝ่ายป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ทหาร และอาสาสมัคร จัดตั้งชุดปฏิบัติการเพื่อลาดตระเวน ตรวจหาไฟ ดับไฟป่า และตั้งจุดเฝ้าระวัง

โดยเฉพาะในพื้นที่สูงให้สามารถมองเห็นไฟได้อย่างรวดเร็ว เร่ง “เคาะประตูบ้าน” สร้างความเข้าใจ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงไฟป่าสูง ใช้อากาศยานและเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ลาดตระเวน สำรวจจุดความร้อน ขนส่งกำลังพลยุทโธปกรณ์ ควบคุมและดับไฟป่า ใช้กลไกศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ซึ่งตนได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อติดตามอย่างใกล้ชิด ควบคุมและดับไฟให้ได้โดยเร็ว ปิดพื้นที่เสี่ยงไฟป่าและบังคับใช้กฎหมาย สำหรับการจัดการหมอกควันข้ามแดน ให้ใช้กลไกอาเซียน การประสานงานผ่านสำนักเลขาธิการอาเซียน และสายด่วนระดับอธิบดีระหว่างไทย-ลาว-เมียนมา แจ้งเตือนและขอความร่วมมือลดการเผาในช่วงที่พบจุดความร้อนสูงได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพหลัก ในการกำหนดแนวทางและมาตรการ แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 10 จังหวัดใกล้เคียง เพื่อเสริมกลไกการบริหารจัดการในเชิงพื้นที่ ยกระดับการแก้ไขปัญหาการเผาป่า การเผาในที่โล่ง หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ระดมกำลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตภัยแล้ง พร้อมส่งกำลังใจแนวหน้าไฟป่า

นายธีระชุณ บุณสิทธ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ (สทน.) 1, 2 และ 4 ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร

สทน. 1 สนับสนุนน้ำสะอาดช่วยเหลือประชาชนบ้านหัวทุ่ง หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จำนวน 70 ครัวเรือน รวม 250 คน บรรเทาความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที พร้อมมอบน้ำดื่ม 500 ขวด ผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลำปาง เพื่อส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่แนวหน้าดับไฟป่า

สทน. 2 โดยส่วนเครื่องกล จังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ควบคุมการเดินเครื่องสูบน้ำในตำบลวังใหญ่ อำเภอท่าตะโก และตำบลไผ่สิงห์ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้ประชาชนหลายหมู่บ้าน พร้อมป้องกันความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงวิกฤต

ขณะที่ สทน. 4 สนับสนุนรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 54 เที่ยว รวม 324,000 ลิตร เติมระบบประปาหมู่บ้านสีสวาด หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหมื่นถ่าน อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 16 นิ้ว สูบน้ำจากลำห้วยกุดจอกเข้าสู่บ่อหนองไผ่น้อย-หนองไผ่ใหญ่ เพื่อผลิตน้ำประปาในพื้นที่เทศบาลตำบลโพนทอง หมู่ที่ 1, 3 และ 9 อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ช่วยรองรับความต้องการใช้น้ำและรักษาพื้นที่เกษตรกรรมหลายร้อยไร่