เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TMAN รุก Health&Wellness ดัน Propoliz บุกอินเตอร์ ปั๊มรายได้ 4,000 ล้าน ใน ปี 72
Business TMAN รุก Health&Wellness ดัน Propoliz บุกอินเตอร์ ปั๊มรายได้ 4,000 ล้าน ใน ปี 72
ปัญญาภิวัฒน์ พัฒนาใบแสดงผลทักษะ เสริมวุฒิป.ตรี นำร่องปี’70
การศึกษา ปัญญาภิวัฒน์ พัฒนาใบแสดงผลทักษะ เสริมวุฒิป.ตรี นำร่องปี’70
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณ 68,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณ 68,600 บาท
ตลท. ปลุกงานวิจัยใช้จริง ดัน 142 บจ. JUMP+ เร่งเพิ่มมูลค่ากิจการ
Finance ตลท. ปลุกงานวิจัยใช้จริง ดัน 142 บจ. JUMP+ เร่งเพิ่มมูลค่ากิจการ
เปลี่ยนสายฝนเป็นธุรกิจ ‘tomorrow.io’ สตาร์ทอัพ 3.5 หมื่นล้าน พาร์ทเนอร์ที่ธุรกิจใหญ่ไว้ใจ
Tech เปลี่ยนสายฝนเป็นธุรกิจ ‘tomorrow.io’ สตาร์ทอัพ 3.5 หมื่นล้าน พาร์ทเนอร์ที่ธุรกิจใหญ่ไว้ใจ
ไปกันต่อ บาสหญิงไทย 3×3 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เจออิหร่าน
Sport ไปกันต่อ บาสหญิงไทย 3×3 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เจออิหร่าน
กรุงเทพประกันชีวิต ลุยตลาด Care ส่งประกัน “ออมพ่วงสุขภาพ” รับสังคมอายุยืน
Finance กรุงเทพประกันชีวิต ลุยตลาด Care ส่งประกัน “ออมพ่วงสุขภาพ” รับสังคมอายุยืน
กรมประมงปลดล็อกเครื่องมือกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัด 3 กลุ่ม ใช้ได้-ผ่อนผัน-ห้ามเด็ดขาด
Economic กรมประมงปลดล็อกเครื่องมือกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัด 3 กลุ่ม ใช้ได้-ผ่อนผัน-ห้ามเด็ดขาด
เกษตรฯ ยังไม่ฟันธงเข้า UPOV 1991 ย้ำถ้าเกษตรกรเสียสิทธิ “ไม่ทำแน่นอน”
Economic เกษตรฯ ยังไม่ฟันธงเข้า UPOV 1991 ย้ำถ้าเกษตรกรเสียสิทธิ “ไม่ทำแน่นอน”
ยุโรป เปลี่ยนใช้รถขยะ EV โตแตะ 1 แสนล้านบาท
Automotive ยุโรป เปลี่ยนใช้รถขยะ EV โตแตะ 1 แสนล้านบาท
ดูทั้งหมด

ศุภจี ตั้งทีมพิเศษรับมือมาตรา 301 ใน 3 กลุ่มสินค้าไทย

12 มี.ค. 2569 | 17:28น.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ศุภจี ตั้งคณะทำงานพิเศษ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามสถานการณ์และหาแนวทางชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว หลังสหรัฐเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 ใน 3 กลุ่มสินค้าไทย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้สหรัฐอเมริกาเริ่มกระบวนการตรวจสอบประเทศคู่ค้า รวมถึงประเทศไทย ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ในประเด็นสภาวะ “กำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง” ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้ทางการค้า หากพบว่านโยบายของประเทศที่ถูกตรวจสอบเข้าข่ายไม่เป็นธรรมหรือเลือกปฏิบัติ

โดยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้ประกาศเริ่มการสอบสวนต่อ 16 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศไทย โดยมุ่งตรวจสอบ “การกระทำ นโยบาย และแนวทางปฏิบัติ” ที่อาจก่อให้เกิดกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคการผลิต ซึ่งสหรัฐมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการดึงฐานการผลิตกลับประเทศ (Re-shoring) และส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของแรงงานอเมริกัน

สำหรับเหตุผลที่สหรัฐใช้ประกอบการพิจารณา พบว่าไทยมีการเกินดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐสูงถึง 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 นอกจากนี้ภาคการผลิตของไทยยังมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และมีเพียง 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการระบาดของโควิด-19

“สำหรับสินค้าเป้าหมายที่สหรัฐจะเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มี 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร และยาง ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการเกินดุลการค้าในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ”

อย่างไรก็ตาม รายงานยังชี้ว่าไทยมีความแตกต่างจากบางประเทศที่ถูกตรวจสอบ เนื่องจากไม่ได้ถูกระบุว่ามีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้ได้เปรียบทางการค้า เหมือนกรณีสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และเวียดนาม รวมทั้งไม่มีมาตรการอุดหนุนการส่งออกในรูปเงินสดโดยตรงแบบบางประเทศ เช่น บังกลาเทศ

ภายใต้กระบวนการตามมาตรา 301 หากสหรัฐพิจารณาว่านโยบายของประเทศที่ถูกตรวจสอบเข้าข่าย “ไม่สมเหตุสมผลหรือเลือกปฏิบัติ” (Unreasonable or Discriminatory) USTR มีอำนาจใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า เช่น การเพิ่มภาษีศุลกากร หรือมาตรการจำกัดการนำเข้าอื่น ๆ เพื่อชดเชยความเสียหายต่อสหรัฐ

ทั้งนี้ ประเทศไทยยังสามารถเข้าร่วมกระบวนการชี้แจง โดยต้องยื่นความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ USTR ภายในวันที่ 15 เมษายน 2026 รวมถึงยื่นคำร้องเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาสาธารณะ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนจะเปิดโอกาสให้ยื่นความเห็นโต้แย้งเพิ่มเติมภายใน 7 วันหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา

“มาตรา 301 ไม่มีเพดานการเก็บภาษี แต่ที่ผ่านมาสหรัฐเคยใข้มาตรา 301 กับจีน โดยเก็บภาษีในอัตรา 100%” นางศุภจีกล่าว

นางศุภจีกล่าวว่า ได้สั่งตั้งคณะทำงานพิเศษกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามสถานการณ์และหาแนวทางชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พร้อมมีอธิบดีทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์อยู่ร่วมคณะทำงาน โดยจะประชุมและวิเคราะห์ผลกระทบเป็นรายเซ็กเตอร์ รวมถึงแนวทางการขี้แจง เพื่อไม่ให้สินค้าไทยถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากเดิม