เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ เปิดจอง “ฮับ หัวหิน” คอนโดพร้อมอยู่ รับแรงส่งมอเตอร์เวย์ M82 ราคา 1.19 ล้าน 12-13 ก.ย.นี้
Real Estate แสนสิริ เปิดจอง “ฮับ หัวหิน” คอนโดพร้อมอยู่ รับแรงส่งมอเตอร์เวย์ M82 ราคา 1.19 ล้าน 12-13 ก.ย.นี้
เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
Tech เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
Politics 60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
Economic ‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
Business เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
Finance เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
Biz Movement จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
Finance กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
ปกรณ์ แจง 11 ข้อหลัก กม. ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที
Politics ปกรณ์ แจง 11 ข้อหลัก กม. ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที
ดูทั้งหมด

มวลชน “No Kings” ลุกฮือประท้วงต้านนโยบายทรัมป์-สงครามอิหร่าน

29 มี.ค. 2569 | 19:06น.

ชาวอเมริกันทั่วสหรัฐ ในชื่อ “No Kings” รวมตัวกันประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ปมนโยบายรวบอำนาจ กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง และการทำสงครามกับอิหร่าน

มติชนรายงานว่า การประท้วงขนาดใหญ่ต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในชื่อ “No Kings” เกิดขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐในวันที่ 28 มีนาคม โดยมีรายงานการประท้วงทั่วทั้ง 50 รัฐ ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก ท่ามกลางกระแสต่อต้านสงครามอิหร่านและการดำเนินนโยบายแบบรวบอำนาจของทรัมป์ ที่ถูกเสียดสีว่าทำตัวประดุจดั่งกษัตริย์

การจัดประท้วงภายใต้ชื่อ No Kings ดังกล่าวถือเป็นการจัดชุมนุมครั้งที่ 3  หลังจากสองครั้งก่อนหน้านี้มีผู้เข้าร่วมรวมหลายล้านคน โดยผู้จัดงานระบุว่า การประท้วงมีขึ้นเพื่อต่อต้านนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมถึงสงครามกับอิหร่าน การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง และแสดงความไม่พอใจกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

“ทรัมป์ต้องการปกครองเราเหมือนเผด็จการ แต่ที่นี่คืออเมริกา อำนาจเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของคนที่อยากเป็นกษัตริย์หรือพวกมหาเศรษฐีที่เป็นพวกพ้องของเขา” ผู้จัดงานระบุ ทั้งนี้ มีการวางแผนจัดกิจกรรมมากกว่า 3,200 จุดทั่วทั้ง 50 รัฐ

การประท้วงในลอสแอนเจลิส / REUTERS

ด้านโฆษกทำเนียบขาวตอบโต้โดยเรียกการประท้วงดังกล่าวว่าเป็น “เวทีบำบัดสำหรับระบายอารมณ์ของพวกที่มีอาการเกลียดทรัมป์” ทั้งยังบอกด้วยว่า คนที่สนใจเรื่องนี้มีแค่พวกนักข่าวที่ได้รับค่าจ้างให้มาทำข่าวเท่านั้น

ตลอดทั้งวันเสาร์ มีการชุมนุมเกิดขึ้นในเกือบทุกเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึง รวมถึงนิวยอร์ก วอชิงตัน ดี.ซี. และลอสแอนเจลิส

ในมินนิโซตา ซึ่งเป็นจุดปะทะในการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายของทรัมป์ มีการชุมนุมครั้งใหญ่เกิดขึ้นนอกอาคารรัฐสภาในเซนต์พอล ผู้คนจำนวนมากในฝูงชนที่นั่นชูป้ายที่มีรูปถ่ายของเรเน่ กู๊ด และอเล็กซ์ เพรตติ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางยิงเสียชีวิตในมินนิอาโพลิสเมื่อต้นปีนี้

ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตในปี 2024 กล่าวกับฝูงชนว่า การต่อต้านทรัมป์และนโยบายของเขาทำให้พวกเขาเป็น “หัวใจและจิตวิญญาณ” ของทุกสิ่งที่ดีงามในสหรัฐอเมริกา

“พวกเขาเรียกเราว่าพวกหัวรุนแรง คุณพูดถูกแล้ว เราถูกทำให้เป็นหัวรุนแรง เราถูกทำให้เป็นหัวรุนแรงด้วยความเห็นอกเห็นใจ ถูกทำให้เป็นหัวรุนแรงด้วยความเหมาะสม ถูกทำให้เป็นหัวรุนแรงด้วยกระบวนการยุติธรรม ถูกทำให้เป็นหัวรุนแรงด้วยประชาธิปไตย และถูกทำให้เป็นหัวรุนแรงเพื่อทำทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านเผด็จการ” วอลซ์กล่าว

บรูซ สปริงสตีน นักดนตรีระดับตำนานร้องเพลง “Streets of Minneapolis” / REUTERS

เบอร์นี แซนเดอร์ส สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐจากรัฐเวอร์มอนต์ ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตในปี 2016 และ 2020 ก็เป็นอีกหนึ่งผู้กล่าวสุนทรพจน์ในงานที่มินนิโซตา เช่นเดียวกับ บรูซ สปริงสตีน นักดนตรีระดับตำนาน ก็มาร่วมงานและขึ้นร้องเพลง “Streets of Minneapolis” ซึ่งเป็นเพลงที่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามผู้อพยพของทรัมป์ และไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของกู๊ดและเพรตติ

“เราจะไม่ยอมให้ประเทศนี้ตกต่ำลงสู่ระบอบเผด็จการหรือคณาธิปไตยในอเมริกา พวกเราประชาชนจะเป็นผู้ปกครอง” แซนเดอร์สกล่าว

การชุมนุมใหญ่อื่นๆ เกิดขึ้นในนิวยอร์ก ดัลลัส ลอสแอนเจลิส ฟิลาเดลเฟีย และวอชิงตัน แต่สองในสามของการชุมนุมเกิดขึ้นนอกเมืองใหญ่ ซึ่งผู้จัดงานกล่าวว่า เพิ่มขึ้นเกือบ 40% สำหรับชุมชนขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับการระดมพลประท้วงครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

ในนิวยอร์ก ฝูงชนที่ตำรวจประเมินว่ามีหลายหมื่นคนแผ่ขยายไปมากกว่า 10 ช่วงตึกในย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน นักแสดง โรเบิร์ต เดอ นิโร หนึ่งในผู้จัดงาน กล่าวว่า ไม่มีประธานาธิบดีคนใดก่อนหน้าทรัมป์ที่ “เป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพและความมั่นคงของเรามากเท่านี้”

ร่วมประท้วงในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. / REUTERS

ฮอลลี่ เบมิส วัย 54 ปี กล่าวว่า เธอและผู้เข้าร่วมการชุมนุมในนิวยอร์กคนอื่นๆ กำลังกระทำด้วยจิตวิญญาณเดียวกับบรรพบุรุษของเธอที่ต่อสู้ในสงครามปฏิวัติอเมริกา โดยระบุว่า “เราต่อสู้กับการมีกษัตริย์ และเราต่อสู้เพื่ออิสรภาพ เราแค่ทำมันอีกครั้ง”

ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผู้ประท้วงจำนวนมากเดินขบวนทั่วใจกลางเมือง ผู้ประท้วงยืนเรียงรายอยู่บนบันไดอนุสรณ์สถานลินคอล์น และแน่นขนัดไปทั่วเนชั่นแนล มอลล์ โดบผู้ประท้วงนำหุ่นจำลองของทรัมป์ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี และเจ้าหน้าที่รัฐบาลคนอื่นๆ มาชู พร้อมเรียกร้องให้ปลดพวกเขาออกจากตำแหน่งและดำเนินคดี

การชุมนุม No Kings ครั้งล่าสุดในเดือนตุลาคมมีผู้เข้าร่วมทั่วประเทศเกือบ 7 ล้านคน ขณะเดียวกันมีรายงานว่าในหลายรัฐของสหรัฐได้ทำการระดมกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ แต่ผู้จัดงานยืนยันว่าการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ

นับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคมปีก่อน ทรัมป์ได้ขยายอำนาจประธานาธิบดี โดยใช้อำนาจคำสั่งฝ่ายบริหาร ยุบหรือปรับโครงสร้างบางส่วนของรัฐบาลกลาง และส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าไปในเมืองต่างๆ แม้ผู้ว่าการรัฐบางแห่งจะคัดค้าน

ต้านทรัมป์ในนิวยอร์ก / REUTERS

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายระดับสูงของรัฐบาลดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่เขามองว่าเป็นศัตรู โดยให้เหตุผลว่าการกระทำเหล่านี้จำเป็นต่อการฟื้นฟูประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤต และปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเขาทำตัวเหมือนเผด็จการ โดยกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อเดือนตุลาคมว่า “พวกเขาเรียกผมว่ากษัตริย์ แต่ผมไม่ใช่กษัตริย์”

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์เตือนว่า มาตรการบางอย่างของรัฐบาลอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยของสหรัฐ

ขณะเดียวกัน ชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ต่างประเทศก็ออกมาชุมนุมเช่นกัน โดยมีฝูงชนรวมตัวกันในปารีส ลอนดอน และลิสบอน หลายคนถือป้ายระบุว่าทรัมป์เป็น “ฟาสซิสต์” และ “อาชญากรสงคราม” พร้อมเรียกร้องให้ถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง