“ไทย” ศูนย์กลางความมั่งคั่งแห่งใหม่ของเอเชีย ท่ามกลางการเติบโตอภิมหาเศรษฐีทั่วโลก “ไนท์แฟรงค์” ชี้ไทยมีศักยภาพโดดเด่นในตลาดที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์และการลงทุนของกลุ่มมั่งคั่งเคลื่อนย้ายสูง คาดอีก 6 ปี อภิมหาเศรษฐีของไทยจะเพิ่มขึ้น 26%
นายณัฏฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดความมั่งคั่งที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย จากรายงาน The Wealth Report 2026 ของ Knight Frank ซึ่งคาดการณ์ว่า จำนวนอภิมหาเศรษฐี (UHNWIs) ของไทยจะเพิ่มขึ้น 26% ระหว่างปี 2026–2031 ถือเป็นหนึ่งในอัตราที่สูงที่สุดในภูมิภาค และสะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของนักลงทุนและผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงทั่วโลก
รายงานยังระบุว่า ราคาที่อยู่อาศัยไพรม์ของไทยเพิ่มขึ้น 6.3% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งทั้งจากผู้ซื้อในประเทศและต่างชาติ
นอกจากนี้ไทยยังอยู่ในกระแสความมั่งคั่งระดับโลก จำนวนอภิมหาเศรษฐีทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 713,626 คนในปี 2026 โดยมีผู้ก้าวข้ามระดับความมั่งคั่ง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ย 89 คนต่อวัน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แม้สหรัฐจะยังเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งหลักของโลก แต่เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดและไทยกำลังเป็นหนึ่งในตลาดที่โดดเด่นที่สุด
นายณัฏฐากล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันไทย ได้แก่ การเติบโตของผู้ประกอบการและธุรกิจครอบครัว,การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยท่องเที่ยว,กระแสเงินทุนจากภูมิภาคที่ไหลเข้าสู่ไทยเพิ่มขึ้น,ภาพลักษณ์ระดับโลกด้านไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และการบริการ
เทรนด์ระดับโลกที่ผลักดันโอกาสใหม่ในไทย
1. ความมั่งคั่งเคลื่อนย้ายสูง
รายงานชี้ว่ากลุ่มมั่งคั่งทั่วโลกกำลังใช้ชีวิตแบบ “dip in, dip out” มีบ้านหลายประเทศ ไทยโดดเด่นด้วย คุณภาพชีวิต การแพทย์และเวลเนสระดับโลก ความปลอดภัย ความคุ้มค่าของการอยู่อาศัย ทำให้เป็นฐานที่อยู่อาศัยยอดนิยมของชาวเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป
2. ตลาดที่อยู่อาศัยไพรม์แข็งแกร่ง
ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในคอนโดซูเปอร์ไพรม์ในกรุงเทพฯโครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์ในภูเก็ตและสมุย บ้านพักตากอากาศแนวเวลเนส ขณะที่ทั่วโลกประสบปัญหาขาดแคลนบ้านไฮเอนด์พร้อมอยู่ ไทยจึงยิ่งโดดเด่น
3. การเติบโตของ Family Office
รายงานระบุว่า Family Office ทั่วโลกกำลังพัฒนาอย่างมืออาชีพมากขึ้น และมองหาการลงทุนในหลายภูมิภาค ไทยมีศักยภาพรองรับด้วย โอกาสในธุรกิจโรงแรม–ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ อสังหาฯ แบบ value add ทำเลยุทธศาสตร์ระหว่างจีน–อินเดีย–อาเซียน
4. การเติบโตของ “Transformation Economy”
ผู้บริโภคหรูหันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์ สุขภาพ และการพัฒนาตนเอง ไทยมีความได้เปรียบชัดเจนด้วยรีสอร์ตเวลเนสระดับโลก การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ประสบการณ์หรูเชิงธรรมชาติ แบรนด์โรงแรมชั้นนำ
“เรากำลังเห็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงด้านการกระจายความมั่งคั่งครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ สหรัฐฯ ยังคงเป็นเครื่องจักรหลักสร้างความมั่งคั่งของโลก แต่ขณะเดียวกัน อินเดียและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วก็เริ่มมีบทบาทโดดเด่นขึ้น ในการกำหนดภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลก แม้จะเผชิญแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออย่างรุนแรง ทุนส่วนบุคคลยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นอย่างน่าทึ่ง ผลลัพธ์ล่าสุดของเราสะท้อนให้เห็นถึงการเร่งตัวเชิงโครงสร้างของการสร้างความมั่งคั่งทั่วโลกอย่างแท้จริง แต่ภายในความท้าทายก็มีโอกาส ตลาดที่ผสานคุณภาพชีวิต การเคลื่อนย้าย และมูลค่าระยะยาว เช่นไทย กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น การเติบโตของกลุ่มมั่งคั่งและตลาดไพรม์ในไทยสะท้อนถึงบทบาทที่ขยายตัวในระบบความมั่งคั่งระดับโลก”
นายณัฏฐาย้ำว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่โดดเด่นในสายตากลุ่มมั่งคั่งทั่วโลก ความพร้อมด้านไลฟ์สไตล์ โครงสร้างพื้นฐาน และซัพพลายอสังหาฯ ระดับลักชัวรีที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไทยเป็นจุดหมายที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เราเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นในโครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์ บ้านพักแนวเวลเนสและสินทรัพย์โรงแรมระดับอินเวสต์เมนต์ เมื่อเทรนด์ความมั่งคั่งเน้นสุขภาพและการเคลื่อนย้าย ไทยจึงยิ่งมีความได้เปรียบ

