Skip to content

สิริพงศ์ ขีดเส้น 20 พ.ค. สรุปปมรถไฟชนรถเมล์ เข้มตรวจสารเสพติดคนขับ-คุมรถสินค้าวิ่งกลางคืน

18 พ.ค. 2569 | 15:12น.
สิริพงศ์ ขีดเส้น 20 พ.ค.  สรุปปมรถไฟชนรถเมล์ เข้มตรวจสารเสพติดคนขับ-คุมรถสินค้าวิ่งกลางคืน

รมช.คมนาคม ขีดเส้นตาย 20 พ.ค.นี้ต้องชัดเจน เบื้องต้นรอผลสอบสวนจากตำรวจ-เยียวยาผู้เสียชีวิต 1.5 ล้าน ปู 3 แนวทางแก้ทุกระยะ เข้มตรวจสารเสพติดคนขับรถสาธารณะทุกหน่วยงาม-เจ้าหน้าที่ ขสมก. ประจำจุดเสี่ยง-คุมรถขนส่งสินค้าวิ่งเฉพาะตอนกลางคืน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม อัปเดตสถานการณ์โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ ว่า หลังตรวจสอบกล่องดำรถไฟ หรืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลการเดินรถแล้วนั้น ขั้นตอนต่อไปคือ กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องเป็นเจ้าทุกข์ในการฟ้องดำเนินคดีกับผูขับขี่รถไฟ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้แนวทางมาว่าจะต้องฟ้องร้องทั้งผู้คุมรางและผู้ขับขี่

จากที่ได้รับรายงานว่า รถไฟได้มีการแจ้งเตือนตั้งแต่ออกจากแยก RCA แต่ด้วยการให้ข้อมูลไม่ตรงกันของทั้งสองฝ่าย ทำให้ต้องรอผลการสอบสวนจากทางตำรวจภายในวันพุธนี้ เบื้องต้นได้มีการตั้งคณะกรรมการ และปลดเจ้าหน้าที่ออกไปหลายตำแหน่ง ทั้งผู้ขับขี่และผู้คุมราง

และจากกรณีตรวจพบปัสสาวะสีม่วงของผู้ขับรถไฟที่ตามเอกสารที่ผู้บังคับบัญชา 1 ขั้น ต้องทำการรับรองผลตรวจด้วย นายสิริพงศ์เน้นย้ำว่า แน่นอนกลุ่มนี้ต้องได้รับบทลงโทษ อย่างแน่นอน แต่สำหรับผู้ว่าการรถไฟฯที่ดำรงตำแหน่งรักษาการต้องไปศึกษารายละเอียดว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

“สิ่งสำคัญวันนี้ คือ คนขับผิดแน่นอน ไม่ว่าจะผิดกี่เรื่อง 1 2 3 หรือ 4 แต่การทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินผิดที่สุดแล้ว เรื่องอื่นผมว่าไม่ต้องมาพูดกันแล้ว จากวันนี้เป็นต้นไปมันต้องมีการปฏิรูปกันทั้งระบบ จากไม่ตรวจ หรือสุ่มตรวจ เป็นต้องจับตรวจทุกคน ไม่มีข้ออ้าง หรือข้อยกเว้น ใครไม่ปฏิบัติตามต้องผิด”

แนวทางแก้ 3 ระยะ

นายสิริพงศ์ ระบุถึงแนวทางการแก้ปัญหา 3 ระยะ โดยระยะสั้น คือ การแก้ Human Error เพื่อป้องกันความผิดพลาดว่า ให้รถขนส่งสินค้างดเดินทางช่วงกลางวันคล้ายกฎหมายขนส่งทั่วไป โดยได้สั่งการผู้ว่าการรถไฟฯว่า ให้กำหนดให้รถขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักรถมากกว่ารถของประชาชนทั่วไป ระยะในการกะเบรกต้องใช้ทักษะในการเผื่อระยะอีกรูปแบบไปเดินทางในช่วงเวลากลางคืนแทน

และคุมเข้มการตรวจสารเสพติดมากขึ้น จากที่ตรวจระดับแอลกอฮอล์ในทุกวัน โดยจะตรวจสารเสพติดในรอบที่ถี่มากขึ้น และบังคับตรวจหมดทุกหน่วยงาน ทั้ง รฟท., องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นอกจากนี้ยังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ ขสมก. โดยจะส่งผู้ตรวจไปประจำการยังจุดเสี่ยงต่าง ๆ ตลอดเวลา เพื่อความสะดวกในการกำกับดูแล

ส่วนระยะกลาง คือ การนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับการให้บริการ ขณะเดียวกันแนวทางในระยะยาวที่จะทำในลำดับถัดไป คือ การของบประมาณเพื่อก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ รวมถึงไอเดียการสร้างอุโมงค์ทางลอดของนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหานั้นเป็นสิ่งที่มุ่งหวังให้เกิดขึ้นภายใต้การบริหารจัดการภาพรวม แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ

ทั้งนี้ การเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเสียหายเบื้องต้น คือ เงินเยียวยา ผู้เสียชีวิต 1.5 ล้านบาท และทุพพลภาพ 5 แสนบาท โดยนายกฯได้กำชับให้รฟท. และ ขสมก. ไปศึกษาเพิ่มว่า มีเงินกองทุนไหนอีกที่สามารถนำมาสมทบได้ โดยภายในบ่ายนี้จะมีการประชุมกองทุนอุบัติเหตุ ซึ่งอาจจะมียอดเพิ่มเติมที่ต้องสรุปอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สิริพงศ์ อัปเดตระบบรถไฟส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง (Missing Link) ระยะทาง 25.9 กม. ว่า หลายโครงการที่จำเป็นต้องดำเนินการต่อ แต่ต้องยอมรับว่าโครงการเหล่านี้ไม่ได้จบภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เราก็พยายามร้องขอให้ทำต่อให้ครบและปลอดภัยที่สุด