JSP ปรับโครงสร้างบริหาร รองรับแผนเติบโตระยะยาว วาง 3 กลยุทธ์ เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ ขยายตลาดต่างประเทศ และต่อยอดสู่ Functional FMCG เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมเพิ่มงบฯ Branding หวังดันแบรนด์ขึ้น Top of Mind ตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ
นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กระแส Wellness ที่กำลังกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลก ทำให้ผู้ประกอบการเร่งปรับกลยุทธ์ด้านสินค้า การสร้างแบรนด์ และการขยายตลาด
โดย JSP ประกาศปรับเกมธุรกิจครั้งใหญ่ในปี 2569 ผ่านการปรับโครงสร้างผู้บริหาร พร้อมวาง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเสริมความแข็งแกร่งแบรนด์ของตัวเอง (Own Brand) การขยายตลาดต่างประเทศ และการเพิ่มไลน์สินค้า Functional FMCG เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดทั่วไปมากขึ้น
นายพิษณุเปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าตามโรดแม็ประยะยาวในการก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจสุขภาพครบวงจร ล่าสุดได้ปรับโครงสร้างการบริหารองค์กร เพื่อแบ่งบทบาทการดำเนินงานให้ชัดเจนมากขึ้น รองรับเป้าหมายการเติบโตระยะยาว
ภายใต้โครงสร้างใหม่ ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ ดำรงตำแหน่ง Group CEO รับผิดชอบด้านการลงทุนเพื่อการเติบโตจากภายนอก มุ่งมองหาโอกาสลงทุนในบริษัทด้านสุขภาพที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาเสริมศักยภาพให้ JSP มีสินค้าและบริการด้านสุขภาพครบมากขึ้น รวมถึงพัฒนาและยกระดับบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนให้ก้าวสู่ระบบตลาดทุน ผ่านการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ LiVEx ก่อนต่อยอดสู่ mai ในอนาคต
ขณะที่นายสรสิช แดงประเสริฐ เข้ามาดูแลธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว หลังลูกค้าบางส่วนทยอยกลับมาใช้บริการ จากความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตระดับสากลของบริษัท ด้าน นางสาวจิรดา แดงประเสริฐ รับผิดชอบงานด้านการเงินและระบบบริหารจัดการหลังบ้าน ตนเองรับหน้าที่บริหารภาพรวม JSP
นายพิษณุกล่าวว่า จากการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้บริษัทคาดว่ารายได้ปี 2569 จะยังรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยโครงสร้างรายได้หลักจะมาจาก Own Brand 40% ธุรกิจ OEM 40% และรายได้จากการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอีก 20%
สำหรับกลยุทธ์แรก บริษัทจะเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งแบรนด์ “สุภาพโอสถ” มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เป็นจุดแข็ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยสินค้าหลักอย่างกลุ่มน้ำมันงาดำรำข้าวยังเติบโตในระดับ 2 หลัก และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์
โดยกลยุทธ์ถัดมาคือการเร่งขยายตลาดต่างประเทศ หลังบริษัทมีประสบการณ์ในกลุ่ม CLMV มากว่า 20 ปี โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรในประเทศจีน รวมถึงเตรียมขยายตลาดไปยังเวียดนาม ตะวันออกกลาง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไต้หวัน และฮ่องกง
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการต่อยอดธุรกิจสู่กลุ่ม Functional FMCG เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดทั่วไปมากขึ้น หลังแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดออนไลน์ และยอดขายเติบโตต่อเนื่อง
โดยมองว่ากลุ่ม Functional FMCG จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันแบรนด์เข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้เร็วขึ้น ผ่านกลยุทธ์ Collaboration Brand เพื่อสร้างการรับรู้ใหม่และขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น เจาะตลาดที่เป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะด้านกีฬา
สำหรับแผนการตลาดในปี 2569 บริษัทเตรียมเพิ่มงบฯ ด้าน Branding มากขึ้น จากเดิมที่เน้น Direct Marketing และการตลาดออนไลน์แบบวัดผลเป็นหลัก โดยจะกระจายงบฯ สู่ทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์ โทรทัศน์ และสื่อนอกบ้าน (Out of Home)
นอกจากนี้ยังเตรียมขยายการสื่อสารผ่าน Influencer รุ่นใหม่ รวมถึงภาพยนตร์และซีรีส์ไทยที่อยู่ในกระแส เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทุกเจเนอเรชั่น
ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมกีฬา และสร้างทีมนักกีฬาของบริษัท เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ด้านสุขภาพและความแข็งแรงขององค์กร ควบคู่กับการสร้างแบรนด์ระยะยาว
แม้ทิศทางธุรกิจปี 2569 ยังมีปัจจัยทั้งสงคราม การระบาดของไวรัส และภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่บริษัทมีแผนรองรับความเสี่ยงไว้แล้ว โดยเตรียมความพร้อมด้านสินค้าเพื่อรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น กลุ่มฟ้าทลายโจร เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่อาจเพิ่มขึ้นในบางส่วน
ทั้งนี้ ในช่วง 4 ปีย้อนหลัง JSP มียอดขายเติบโตเฉลี่ยประมาณ 30% ต่อปี สะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจสุขภาพที่ยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก
ในระยะยาว บริษัทวางเป้าหมายภายใต้แนวคิด “Wellness for Life by Innovation” ครอบคลุมสุขภาพของ “คน สัตว์ และพืช” พร้อมเดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพครบวงจร เพื่อผลักดัน JSP ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ด้านสุขภาพในอนาคต