เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
MTL รุกตลาดสูงวัย เปิดบำนาญยืดหยุ่น จ่อขยายสิทธิสู่กรมธรรม์สะสมทรัพย์
Finance MTL รุกตลาดสูงวัย เปิดบำนาญยืดหยุ่น จ่อขยายสิทธิสู่กรมธรรม์สะสมทรัพย์
กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงทางพิเศษบูรพาวิถี 24-25 ก.ย. ช่วง 00.01-03.00 น.
Economic กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงทางพิเศษบูรพาวิถี 24-25 ก.ย. ช่วง 00.01-03.00 น.
แมริออทฯ จัดแพ็กเกจออสเตรเลียน โอเพ่น 2027 พร้อมกระทบไหล่“อเล็กซ์ เอียลา”ดาวรุ่งคนดัง
Biz Movement แมริออทฯ จัดแพ็กเกจออสเตรเลียน โอเพ่น 2027 พร้อมกระทบไหล่“อเล็กซ์ เอียลา”ดาวรุ่งคนดัง
บสย. เปิดตัว ‘นาโนพลัส’ โครงการค้ำประกันสินเชื่อวงเงิน 2 พันล้าน ช่วย SMEs ค้ำสูงสุด 5 หมื่นต่อราย
Finance บสย. เปิดตัว ‘นาโนพลัส’ โครงการค้ำประกันสินเชื่อวงเงิน 2 พันล้าน ช่วย SMEs ค้ำสูงสุด 5 หมื่นต่อราย
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณขายออก 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณขายออก 68,800 บาท
M82 ได้รับความนิยม ยอดใช้บริการวันละ 30,000 คัน แบ่งเบาจราจรพระราม 2 กว่า 20%
Economic M82 ได้รับความนิยม ยอดใช้บริการวันละ 30,000 คัน แบ่งเบาจราจรพระราม 2 กว่า 20%
Mars ลงทุนไทย 7,000 ล้าน ตั้งโรงงาน พริงเกิลส์ ที่ชลบุรี
Business Mars ลงทุนไทย 7,000 ล้าน ตั้งโรงงาน พริงเกิลส์ ที่ชลบุรี
กองทุนน้ำมัน เตรียมกู้อีกกว่าแสนล้าน หลังหนี้แตะ 1 แสนล้านสิ้น ก.ย.นี้แน่
Economic กองทุนน้ำมัน เตรียมกู้อีกกว่าแสนล้าน หลังหนี้แตะ 1 แสนล้านสิ้น ก.ย.นี้แน่
เอกนิติ สั่งรับมือมวลน้ำเจ้าพระยา เตือนน้ำเพิ่ม 0.5-1.5 เมตร กระทบ 6 อำเภออยุธยา
News เอกนิติ สั่งรับมือมวลน้ำเจ้าพระยา เตือนน้ำเพิ่ม 0.5-1.5 เมตร กระทบ 6 อำเภออยุธยา
Big Bad Wolf Books 2026 ขนหนังสือกว่าล้านเล่มจัดเทศกาล-นิยายโตเท่าตัว
Biz Movement Big Bad Wolf Books 2026 ขนหนังสือกว่าล้านเล่มจัดเทศกาล-นิยายโตเท่าตัว
ดูทั้งหมด

ไต้หวันจับผู้ต้องสงสัย ลอบส่งชิปขั้นสูง Nvidia ไปจีน ‘ผ่านญี่ปุ่น’

27 พ.ค. 2569 | 14:13น.

อัยการไต้หวันคุมขังผู้ต้องสงสัย 3 ราย ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารการส่งออกเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของ SMCI ที่บรรจุชิปปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงของ Nvidia ไปยังจีนผ่านญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดสหรัฐ

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า อัยการไต้หวันสงสัยว่ามีบุคคล 3 คน ลักลอบนำชิปปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของบริษัทเอ็นวิเดีย (Nvidia) อย่างน้อย 1 ลอตไปยังประเทศจีน หลังจากที่ส่งออกไปญี่ปุ่น

แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักงานอัยการเขตจีหลงของไต้หวัน คุมขังผู้ต้องสงสัย 3 คน ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท ซูเปอร์ ไมโคร คอมพิวเตอร์ (SMCI) ซึ่งมีชิปขั้นสูงของเอ็นวิเดียบรรจุอยู่ภายใน เป็นชิปที่สหรัฐสั่งห้ามขายให้แก่ประเทศจีนหากไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ

การดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการปราบปรามการลักลอบนำเข้าชิปเอไอครั้งแรกของไต้หวัน หลังจากที่สหรัฐกดดันมานานหลายปี ให้ไต้หวันเพิ่มบทบาทในการจำกัดจีนเข้าถึงเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ทางการไต้หวันยังยึดเครื่องเซิร์ฟเวอร์ประมาณ 50 เครื่องที่จัดทำเอกสารส่งออกปลอมแล้ว และแหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า มีอย่างน้อย 1 ลอตที่ผ่านด่านศุลกากรของไต้หวันไปแล้ว โดยจะถูกส่งไปญี่ปุ่น ก่อนที่จะส่งต่อไปยังฮ่องกง ซึ่งเป็นจุดแวะพักสำหรับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่จะต้องส่งต่อไปยังจีนแผ่นดินใหญ่

แหล่งข่าวปฏิเสธ ที่จะระบุจำนวนฮาร์ดแวร์ที่ทางการไต้หวันเชื่อว่าถูกลักลอบนำเข้าสำเร็จ

การสอบสวนครั้งนี้ อาจเป็นครั้งแรกที่อัยการมุ่งเป้าไปที่เส้นทางการลักลอบนำเข้าชิปเอไอขั้นสูงผ่านญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดสหรัฐ และเป็นรากฐานสำคัญของสหรัฐในยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ขณะที่คดีอื่น ๆ ที่ผ่านมา มุ่งเน้นไปที่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในหลายประเทศในเอเชีย ที่บริษัทจีนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีชิปเอไอของสหรัฐได้ ผ่านการเช่าเครื่องฮาร์ดแวร์ของบริษัทต่างชาติ

การควบคุมการส่งออกชิปของสหรัฐ บังคับใช้ครั้งแรกในปี 2022 จากความกังวลว่า เทคโนโลยีเอไอขั้นสูงอาจทำให้จีนได้เปรียบทางการทหาร แต่หลายคนในสหรัฐเชื่อว่า บริษัทจีนยังสามารถจัดหาฮาร์ดแวร์ได้ผ่านการลักลอบนำเข้า และหลังจากที่การบังคับใช้กฎหมายเงียบหายไปนานหลายปี ขณะนี้อัยการสหรัฐกำลังดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าชิป อย่างน้อย 5 คดี

ทางการไต้หวันไม่ได้กล่าวหาว่า เอ็นวิเดีย หรือ SMCI มีความผิดใด ๆ

เจนเซ่น หวง ซีอีโอเอ็นวิเดีย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อถูกถามเกี่ยวกับคดีในไต้หวันว่า บริษัทเข้มงวดในการอธิบายกฎระเบียบให้กับพันธมิตรทั้งหมด ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว SMCI ต้องบริหารบริษัทของตนเอง โดยหวังว่า SMCI จะปรับปรุงและเสริมสร้างให้เกิดการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้ดียิ่งขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

ด้าน SMCI ระบุว่า กรอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เข้มงวดของบริษัท ได้รับการสนับสนุนจากการตรวจสอบอย่างเข้มงวด สอดคล้องกับแนวทางของเอ็นวิเดียและบริษัทอื่น ๆ นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยปกป้องห่วงโซ่อุปทานและเสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการส่งออกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น