Skip to content

ตลาดหุ้นอยู่ในโหมด ‘โลภ’ ‘เสียงเตือน’จากโกลด์แมนแซคส์

08 มิ.ย. 2569 | 11:01น.
ตลาดหุ้นอยู่ในโหมด ‘โลภ’ ‘เสียงเตือน’จากโกลด์แมนแซคส์
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

นาทีนี้เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่ สำหรับความนิยมลงทุนในหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งกลายเป็นหุ้นที่เป็นพลังขับเคลื่อนหลักของตลาดหุ้นไปแล้ว หลังจากผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้ออกมาแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริษัทผลิตชิปเอไออย่าง Nvidia ที่กลายเป็นชื่อติดหูนักลงทุนไปแล้ว

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมตลาดหุ้นชั้นนำของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา จึงได้เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างไม่หยุดหย่อน แม้ว่าจะมีปัญหาต่าง ๆ ภายในประเทศที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล โดยล่าสุดก็คือสงครามอิหร่าน ที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง เงินเฟ้อขยับขึ้นมาก

ความคลั่งไคล้ในหุ้นเอไอทำให้เกิดเสียงเตือนเป็นระยะว่า ระวังจะเกิดภาวะ “ฟองสบู่แตก” ของหุ้นเอไอ แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับหุ้นเทคโนโลยีในปี 2000 ที่เรียกว่าฟองสบู่ “ดอตคอม” (หุ้นกลุ่มอินเทอร์เน็ต) แต่ดูเหมือนจะไม่สะเทือนหูนักลงทุนเลย

“เดวิด โซโลมอน” ซีอีโอของโกลด์แมนแซคส์ ระบุว่า นักลงทุนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะเข้าสู่โหมด “โลภ” ดังนั้นบริษัทเอไอจึงมีการระดมทุนด้วยการนำหุ้นออกขายอย่างคึกคัก มีทั้งบริษัทที่จะเสนอขายหุ้นแก่สาธารณะครั้งแรก (ไอพีโอ) เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น และมีทั้งบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นอยู่แล้วและออกหุ้นเพิ่มเพื่อระดมทุนก้อนใหม่

ดังนั้นการที่บริษัทเอไอ อย่าง OpenAI, Anthropic และ SpaceX เตรียมจะไอพีโอ จึงไม่มีปัญหาเรื่องความต้องการซื้อจากนักลงทุน

“มีสภาพคล่องเหลือเฟือในระบบ ตราบเท่าที่โลกยังคงมีมุมมองบวก เราอยู่ในห้วงเวลาที่ความโลภอยู่เหนือความกลัวอย่างแท้จริง”

ความเห็นของโซโลมอนเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นของสหรัฐกำลังทดสอบคลื่นแห่งการระดมทุนของบริษัทเอไอยักษ์ใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อ OpenAI, Anthropic และ SpaceX เตรียมระดมทุนมูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ ยังไม่รวมบริษัทอื่น ๆ อีกที่ต้องการระดมทุนจำนวนมากเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล ชิป และโครงสร้างพื้นฐาน จนเกิดคำถามว่าตลาดจะสามารถ “ดูดซับ” ความต้องการระดมทุนนี้ได้หรือไม่

ในฐานะที่โกลด์แมนแซคส์มีบทบาทสำคัญในการช่วยบริษัทเหล่านี้ระดมทุน โซโลมอนระบุว่า เรื่องความสามารถในการดูดซับไม่น่าห่วง เพราะตัวอย่างจากบริษัท Alphabet ที่หลังจากประกาศระดมทุนเพิ่มอีก 8 หมื่นล้านดอลลาร์ ปรากฏว่าหุ้นทำผลงานได้ดี เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตลาดยังคงเปิดกว้างสำหรับเอไอ

ซีอีโอของโกลด์แมนแซคส์ยอมรับว่าคลื่นการระดมทุนครั้งนี้มีขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ต้องไม่ลืมว่าความมั่งคั่งและสภาพคล่องของตลาดที่สูงเป็นประวัติการณ์ก็ได้ช่วยสนับสนุนการระดมทุนดังกล่าว นอกจากนี้กำไรที่เกิดจากบริษัทเอไออาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางบวก เพราะลูกจ้างและนักลงทุนจะนำกำไรที่ได้ไปจ่ายภาษีให้กับรัฐและลงทุนในบริษัทใหม่ ๆ

โซโลมอนทิ้งท้ายว่า “ความโลภ” อาจกลายเป็น “ความกลัว” อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นแบบนั้นเสมอไป ความคึกคักตื่นเต้นในธุรกิจเอไอสามารถเกิดขึ้นต่อไปอีกพักใหญ่ มีความเป็นไปได้สูงว่าในตอนนี้เราอยู่ใน “ช่วงต้น” ของวัฏจักรมากกว่าจะเป็นช่วงท้าย

ทางด้าน ไมเคิล ฮาร์ตเน็ตต์ นักกลยุทธ์ลงทุนของแบงก์ ออฟ อเมริกา เตือนนักลงทุนว่า ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ของสหรัฐกำลังมีลักษณะเดียวกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในปี 2000 เมื่อฟองสบู่ดอตคอมแตก โดยจะเห็นว่าดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในวันทำการสุดท้ายของเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 7,580 จุด แต่มีเพียงหุ้น 20 ตัวเท่านั้นที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ และส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเอไอ เหมือนกันเป๊ะกับเดือนมีนาคมปี 2000 ที่มีหุ้นเพียง 20 ตัวทำราคาสูงสุดใหม่

ฮาร์เน็ตต์ ซึ่งเป็นนักกลยุทธ์ที่มีผู้ติดตามมากคนหนึ่ง ชี้ว่าในตอนนี้การเก็งกำไรยังไม่มีท่าทีจะจบ แต่ปรากฏการณ์ที่กล่าวไปข้างต้นเป็นสัญญาณสุดท้ายว่าตลาดหุ้นใกล้จะไปถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ตนเชื่อว่าถ้าธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยมันจะเป็นจุดสิ้นสุดของความบูมทันที

มาซาโยชิ ซัน ซีอีโอของซอฟต์แบงก์ บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยภายหลังประกาศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเอไอมูลค่า 7.5 หมื่นล้านยูโร ในฝรั่งเศสว่า นี่คือการ “ปฏิวัติ” เทคโนโลยีครั้งใหญ่ที่สุด เป็นประสบการณ์ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ คล้าย ๆ กับยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต มันใหญ่กว่าช่วง “ดอตคอม” มากกว่า 10 เท่า บางที 50 เท่าด้วยซ้ำไป ตอนฟองสบู่ดอตคอมแตกเป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดก็จริง แต่มันพิสูจน์ว่าเป็นแค่การ “สะดุด” เล็ก ๆ เพื่อก้าวไปสู่การเติบโตที่ใหญ่กว่าในระยะยาว

การลงทุนดังกล่าวถือเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเอไอใหญ่ที่สุดในยุโรปของซอฟต์แบงก์ ทำให้ราคาหุ้นของซอฟต์แบงก์ในตลาดหุ้นโตเกียวพุ่งขึ้นถึง 14% นอกจากนี้บริษัทกำลังขยายการลงทุนสหรัฐอเมริกาเช่นกัน โดยปีที่แล้วร่วมทุนกับ OpenAI ในโครงการ “สตาร์เกต” เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอไอ ดังนั้นบริษัทจึงมี “แรงส่ง” ที่จะทำให้ฝรั่งเศสเป็นศูนย์กลางของยุโรปด้านเอไอ

ความบูมของเอไอส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเดินหน้าอย่างร้อนแรง ทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ดัชนีสำคัญอย่างนิกเคอิ 225 เพิ่มขึ้นกว่า 80% ในรอบ 1 ปี จากที่เคยอยู่ในระดับ 37,000 จุด พุ่งขึ้นมาทะลุ 68,000 จุด ในวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าจะไปได้ต่อถึง 70,000-72,000 จุด