เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

จาก Medical Tourism สู่ Health Economy : เศรษฐกิจสุขภาพไทยกับเป้าหมาย Medical Hub

10 มิ.ย. 2569 | 14:22น.
จาก Medical Tourism สู่ Health Economy : เศรษฐกิจสุขภาพไทยกับเป้าหมาย Medical Hub
ผู้เขียน : รีวิน เพทายบรรลือ
PrimeStreet Group

เศรษฐกิจประเทศไทยกำลังยืนอยู่บน “จุดเปลี่ยน” (Inflection Point) ที่สำคัญมาก ท่ามกลางอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่เริ่มจะชะลอตัวลง นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเริ่มมองว่าเรากำลังติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง ภายใต้แรงกดดันมหาศาลนั้น “เศรษฐกิจสุขภาพ” (Health Economy) กลับถูกยกขึ้นมาเป็นอาวุธลับชิ้นใหม่ ไม่ใช่แค่ในฐานะบทบาทสนับสนุนการท่องเที่ยวเหมือนในอดีต แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็น “ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ” (Strategic Sector) โดยการดันประเทศไทยไปสู่การเป็น Medical Hub ของเอเชีย ที่จะดึงดูดเม็ดเงินจากทั่วโลกให้หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของกลุ่ม PrimeStreet ในการลงทุนใน Healthcare Industry ในประเทศอเมริกา และการพูดคุยกับบริษัทเอกชนที่อยู่ใน Sector นี้ในเมืองไทย ทำให้เราสัมผัสได้ถึงโอกาสและศักยภาพของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้  จึงอยากชวนผู้อ่านสำรวจและวิเคราะห์ไปด้วยกันถึงความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสุขภาพจะพาเราออกจากสถานะคนป่วยแห่งเอเซีย (Sick Man of Asia) ที่สื่อดังระดับโลก Financial Times ตั้งให้ไว้

จุดเปลี่ยนของประเทศ : จาก Sick Man of Asia สู่ New S-Curve

ในหลายปีที่ผ่านมาไทยประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนในฐานะ Medical Destination ระดับโลก ด้วยจุดแข็งของภาคบริการ การท่องเที่ยว และระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตามคำถามสำคัญในการก้าวไปสู่การเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจไทยคงไม่ใช่แค่ “ไทยมีผู้ป่วยต่างชาติเข้ามามากพอหรือไม่” แต่คือ “โครงสร้างอุตสาหกรรมนี้สร้างความยั่งยืนและมูลค่าเพิ่มให้ประเทศมากเพียงใด” ซีรีส์บทความชุดนี้จะพาผู้อ่านไปสำรวจคำถามดังกล่าวในเชิงลึก ตั้งแต่ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจสุขภาพไทย ความแข็งแกร่งของภาคบริการ แนวโน้มความต้องการของ Medical Tourists โลก ไปจนถึงประเด็นที่มักถูกมองข้าม — การพึ่งพาต่างชาติในฝั่ง Supply ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดว่าไทยจะเป็นเพียง “ศูนย์กลางการให้บริการ” หรือสามารถก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสุขภาพ” อย่างแท้จริง

สำรวจขุมทรัพย์ 1.98 ล้านล้าน : ตัวเลขที่มองข้ามไม่ได้

ก่อนอื่นเรามาดูตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ก่อน ปัจจุบันอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยมีมูลค่าอยู่ที่ราว 1.18 แสนล้านบาท แต่กระทรวงสาธารณสุขกำลังตั้งเป้าหมายที่ “Aggressive” มาก ๆ คือการกระโดดไปสู่ 6.9 แสนล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปี ถ้าเราซูมเข้าไปดูในมิติของผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic Impact) ตัวเลขนี้จะสร้างมูลค่ารวมทั้งทางตรงและทางอ้อมสูงถึง 1.98 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 11.08% ของ GDP เลยทีเดียว นี่ไม่ใช่แค่การเติบโตแบบทั่วไป แต่นี่คือ Exponential Growth ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจไทยไปอย่างสิ้นเชิง และสิ่งที่ขับเคลื่อนตัวเลขนี้คงไม่ได้มาจากปัจจัยภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความต้องการระดับโลก (Global Demand) ที่มองหาสินค้าและบริการทางสุขภาพที่มี “คุณภาพระดับสากลในราคาที่จับต้องได้” (Value for Money)

ก้าวแรกที่แข็งแกร่ง Medical Tourism : ทำไมไทยถึงชนะในยกแรก ?

ที่ผ่านมาไทยประสบความสำเร็จในฐานะ Medical Destination ระดับโลกอย่างชัดเจน ในปี 2568 ไทยมีประมาณการรายได้จากตลาด Medical Tourism ราว 1.25 แสนล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 5.8 แสนคน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีการใช้จ่าย 107,662 บาท/คน/ทริป สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปประมาณ 102.67% เหตุผลหลักที่เมืองไทยเป็นที่นิยมประกอบด้วย 4 เสาหลัก:

  1. Clinical Excellence: ฝีมือแพทย์และมาตรฐานโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
  2. Competitive Pricing: ค่ารักษาในไทยที่ถูกกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลาย ๆ ประเทศถึง 30 – 70%
  3. Hospitality DNA: การบริการแบบไทยที่หาตัวจับยาก เป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงเครื่องจนถึงขั้นตอนการพักฟื้น
  4. Comprehensive Experience: การเชื่อมต่อกับภาคโรงแรมและการท่องเที่ยวที่ทำให้อุตสาหกรรมนี้ “ครบวงจร”

ข้อมูลจาก Fortune Business Insights ระบุว่า ตลาด Medical Tourism โลกในปี 2026 จะมีมูลค่าสูงถึง 46.78 พันล้านดอลลาร์ และจะเติบโตถึงปีละ 23.31% นี่คือเค้กก้อนใหญ่ที่ไทยเรามีสิทธิ์คว้ามาได้ และเป็นแรงสนับสนุนหลักให้ไทยก้าวสู่การเป็น Medical Hub ของภูมิภาค

Strategic Shift : เป้าหมายที่ใหญ่กว่าแค่ “การรักษา”

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความสำเร็จในอดีต คือการมองไปยังอนาคต ในอดีตระบบสาธารณสุขมักถูกมองเป็น “ต้นทุน” ของรัฐ แต่ในโลกยุคใหม่สุขภาพกำลังกลายเป็น “สินค้าและบริการมูลค่าสูง” เพื่อตอบโจทย์ Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ นั่นคือที่มาของโครงสร้างเศรษฐกิจสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ครอบคลุม 5 มิติสำคัญ:

  • Prevention & Health Promotion: การลดความเสี่ยงก่อนจะป่วย
  • Wellness & Early Intervention: การจัดการปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • Medical & Acute Care: การวินิจฉัยและรักษาโรคซับซ้อน
  • Rehabilitation: การคืนสมรรถภาพหลังการรักษา
  • Long-term & Supportive Care: การดูแลผู้ป่วยเรื้อรังและผู้สูงอายุในระยะยาว

โครงสร้างเศรษฐกิจสุขภาพรูปแบบใหม่นำพามาซึ่งโอกาสมากมายสำหรับประเทศที่มีความพร้อมที่จะไขว่คว้า และความพร้อมนั้นหมายถึงการที่ประเทศมีระบบนิเวศของเศรษฐกิจสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง เชื่อมต่อจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ใช่แค่หมอหรือโรงพยาบาล แต่ต้องครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาและการวิจัย เทคโนโลยีเชิงลึก อุตสาหกรรมยา เครื่องมือแพทย์ ไปจนถึงระบบกระจายสินค้า

The Million Dollar Question : เราจะเป็นแค่ “คนดูแล” หรือ “เจ้าของอุตสาหกรรม” ?

พิจารณาจาก Ecosystem ของอุตสาหกรรมแล้ว ประเด็นที่มักถูกมองข้ามเสมอ—นั่นคือ “การพึ่งพาต่างชาติในฝั่ง Supply” หากวันนี้เรามัวแต่ดีใจกับจำนวนผู้ป่วยที่เดินเข้ามา แต่เรายังต้องนำเข้าเครื่องมือแพทย์ราคาแพง นำเข้ายา และนำเข้านวัตกรรมจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก เราก็จะเป็นได้เพียง “ศูนย์กลางการให้บริการ” (Service Hub) เท่านั้น แต่เราจะไม่มีทางก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสุขภาพ” (Industrial Hub) ที่แท้จริงได้

จุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่เราเห็นในวันนี้ ทั้งเรื่องการขาดแคลนเทคโนโลยีหรือการผลิตภายในประเทศ แท้จริงแล้วอาจไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยง แต่มันคือ “Opportunities”  มันคือโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ ที่จะเข้าไปอุดช่องว่างเหล่านั้น เพื่อพัฒนา Ecosystem ให้ลึกและยั่งยืนกว่าเดิม

เป้าหมายของซีรีส์บทความชุดนี้ไม่ใช่การตอบคำถามว่าไทยควรจะเป็น Medical Hub หรือไม่ เพราะคำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้วครับว่า “ต้องเป็น” แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “เราจะยกระดับจากความสำเร็จด้านบริการ ไปสู่ความแข็งแกร่งเชิงอุตสาหกรรมได้อย่างไร ?” เพราะความสำเร็จในวันพรุ่งนี้ไม่ได้วัดกันที่ว่าเราดูแลคนไข้ได้กี่คน… แต่วัดกันที่ว่าเราสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและลึกพอที่จะปกป้องเศรษฐกิจไทยได้แค่ไหน

ในบทหน้าเราจะมาเจาะลึกถึง “ความแข็งแกร่งของภาคบริการ” ที่จะเป็นรากฐานสำคัญในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ แล้วค่อย ๆ ไปสำรวจส่วนประกอบอื่น ๆ ใน Ecosystem กันต่อไป… โปรดติดตามกันต่อในตอนหน้า


รีวิน เพทายบรรลือ เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของ PrimeStreet Group บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงิน การจัดการเชิงกลยุทธ์ และการบริหารกองทุนทางเลือก