เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 67,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 67,600 บาท
วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
Finance กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘หัวหน้างานที่ดี’ ถึงสำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
HR ‘หัวหน้างานที่ดี’ ถึงสำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.91% อยู่ที่ 83,681 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.91% อยู่ที่ 83,681 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 11-17 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 11-17 ตุลาคม 2569
เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
News เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
Politics อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
ดูทั้งหมด

รวมบทวิเคราะห์ ทิศทางน้ำมันโลก ระยะยาวอาจล้นตลาด หลังสหรัฐ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลง

18 มิ.ย. 2569 | 14:00น.
ราคาน้ำมันดิบ

หลังสหรัฐ-อิหร่าน ลงนาม MOU อย่างเป็นทางการวันที่ 17 มิ.ย. นักวิเคราะห์ชี้ แม้ราคาน้ำมันโลกจะลดลงแล้ว แต่แรงกดดันต่อปริมาณสำรองน้ำมันดิบยังคงรุนแรง ขณะที่ IEA เตือนว่าอาจเกิดน้ำมันล้นตลาดครั้งใหญ่ในปี 2027 เนื่องจากน้ำมันจากตะวันออกกลางกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง

ราคาน้ำมันลดลง หลังสหรัฐและอิหร่านลงนามใน “บันทึกความเข้าใจ (MOU) ” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วในการยุติสงครามอิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านของสหรัฐ

วันที่ 18 มิ.ย. ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันมาตรฐานสากล สำหรับส่งมอบ เดือน ส.ค. ราคาลดลง 1.13% เหลือ 78.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ชณะที่น้ำมันเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ราคาสำหรับส่งมอบเดือน ก.ค. ลดลง 1.26% เหลือ 75.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนาม MOU ยุติสงครามกับอิหร่านอย่างเป็นทางการ ที่พระราชวังแวร์ซายส์ ประเทศฝรั่งเศส ฝ่ายอิหร่านลงนามโดย ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน อ้างอิงตามภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสื่อของรัฐ เป้าหมายอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ การเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

ฮาริส คูร์ชิด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน ของบริษัทจัดการกองทุนรวมและการลงทุน Karobaar Capital LP ในชิคาโก กล่าวว่า ส่วนที่ง่ายคือการบรรลุข้อตกลง แต่ส่วนที่ยากกว่าคือการพิจารณาว่า การหยุดชะงักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ จะกลายเป็นความเปลี่ยนแปลงแบบถาวรมากน้อยเพียงใด

“ตลาดมักคิดว่าการเปิดใหม่ หมายถึงการเริ่มต้นใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างการหยุดชะงักนั้น อาจคงอยู่ยาวนานกว่าที่หลายคนคาดคิด” คูร์ชิดกล่าว

ข้อมูลจาก Signal Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทด้านการเดินเรือและบริหารจัดการกองเรือบรรทุกน้ำมัน ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ประมาณ 31 ลำ ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำมันดิบได้ประมาณ 62 ล้านบาร์เรล ติดอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซีย และจะแล่นออกเมื่อเส้นทางเดินเรือเปิดขึ้น โดยอาจทำให้น้ำมันจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ทวีปเอเชียอย่างฉับพลัน

ทั้งนี้ เรือบรรทุกน้ำมันจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการขนส่งไปยังอินเดีย หรือ 3 สัปดาห์ไปยังเอเชียตะวันออก

ด้านบริษัทให้บริการทางการเงินสัญชาติสหรัฐ โกลด์แมน แซกส์ (Goldman Sachs) คาดว่า การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียจะกลับสู่ภาวะปกติ ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยปริมาณการส่งออกอาจฟื้นตัวได้เพียง 70% ของระดับก่อนสงครามปะทุ และผู้ผลิตยังมองหาเส้นทางขนส่งอื่น

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังมองหาเส้นทางอื่น เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ธานี อัล เซยูดีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศ UAE กล่าวว่า จะยุติการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ว่าช่องแคบจะเปิดหรือไม่ก็ตาม โดยจะขยายท่าเรือทางตะวันออกของดิบบา ฟูไจราห์ และคอร์ฟักกัน ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งอ่าวโอมาน นอกช่องแคบฮอร์มุซ

แม้ว่าราคาน้ำมันที่ลดลง จะลดโอกาสที่จะนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อในวงกว้าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด โดยรายงานจากบริษัทจัดการสินทรัพย์ New York Life Investment Management ระบุว่า ราคาน้ำมันยังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง การขนส่งจะกลับสู่ภาวะปกติต้องใช้เวลา และสินค้าคงคลังและคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ยังคงต้องได้รับการเติมเต็ม

แรงกดดันต่อปริมาณสำรองน้ำมันดิบยังคงรุนแรง โดยในคลังน้ำมันสำรองคูชิง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดเก็บน้ำมันเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐ มีปริมาณลดลงเหลือประมาณ 20 ล้านบาร์เรล ถือเป็นระดับขั้นต่ำในการดำเนินงาน ตามการพิจารณาของกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน

ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมก็ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ โดยข้อมูลรายวันจากสมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วสหรัฐ ลดลงเหลือ 4.025 ดอลลาร์ต่อแกลลอน จากราคาสูงสุดที่ 4.564 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ในเดือน พ.ค.

แคโรลีน คิสเซน รองคณบดีศูนย์กิจการนานาชาติ (CGA) จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวว่า ทรัมป์ต้องการให้ราคาน้ำมันเบนซินลดลง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. ที่จะถึงนี้ โดยทรัมป์จะยอมรับข้อตกลง ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม

ด้าน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เผยแพร่รายงานตลาดน้ำมันรายเดือนฉบับล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ว่า การยุติความขัดแย้งอย่างถาวรจะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก และจะทำให้เกิดน้ำมันล้นตลาดครั้งใหญ่ในปี 2027 โดยซัพพลายจะเกินดีมานด์ถึง 5.05 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากน้ำมันจากตะวันออกกลางจะกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง

IEA คาดว่า ในปี 2026 ซัพพลายน้ำมันทั่วโลกจะลดลงเฉลี่ยวันละ 3.9 ล้านบาร์เรล ทำให้เหลือซัพพลาย 102.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นเป็น 110.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2027

“แม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะลดลงอย่างมาก แต่ปริมาณสำรองในระบบก็ยังคงลดลงอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ ปริมาณสำรองน้ำมันทั่วโลกลดลงเฉลี่ย 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวันนับตั้งแต่เริ่มสงคราม การลดลงเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อาจทำให้ปริมาณสำรองน้ำมันทั่วโลกลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนที่สมดุลของตลาดจะเปลี่ยนไปสู่ภาวะเกินดุลในช่วงปลายปี” IEA ระบุ

ปัจจัยอีกประการหนึ่งที่กดดันตลาดน้ำมันคือ การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปลายปีนี้เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวและลดความต้องการใช้น้ำมันลง

ที่มา : Bloomberg, Reuters, CNBC, IEA