เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ดูทั้งหมด

โค้งสุดท้าย ‘เชียงใหม่สู่มรดกโลก’ ‘กราฟฟิตี-ป้ายยักษ์’ ท้าสายตา ICOMOS

20 มิ.ย. 2569 | 18:06น.

การเดินทางของ “เชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” สู่การปักหมุดเป็นเมืองมรดกโลกแห่งใหม่ ขยับเข้าใกล้ความจริงเข้ามาทุกขณะ 

โดยช่วงเวลานี้กำลังนับถอยหลังสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงราว 1 เดือนครึ่งเท่านั้น ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญจาก ICOMOS (ตัวแทนจากยูเนสโก) จะเดินทางมาลงพื้นที่ตรวจประเมินจริงในวันที่ 3 – 8 สิงหาคม 2569

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สมาคมอิโคโมสไทย (ICOMOS Thailand) และคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของกลุ่มวัดสำคัญทั้ง 7 แห่ง และพื้นที่เขตเมืองเก่า-คูเมือง ทำให้ได้เห็นทั้งจุดแข็ง และ “โจทย์ข้อใหญ่” 

แม้แรงขับเคลื่อนจากภาคประชาชนและชุมชนจะตื่นตัวอย่างมาก แต่ในมิติด้านการบริหารจัดการเมืองยังคงมี “รอยรั่ว” หลายจุดที่ต้องเร่งสะสางโดยด่วน 

จุดเสี่ยงที่ต้องเร่งสะสาง

นายบวรเวท รุ่งรุจี นายกสมาคมอิโคโมสไทย และประธานคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าเชียงใหม่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สูงมาก โอกาสที่เราจะได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกนั้นมีสูงถึง 90% 

มรดกโลก
นายบวรเวท รุ่งรุจี

ทุกฝ่ายมีความตื่นตัวและพร้อมใจกันรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ ซึ่งสอดคล้องกับหัวใจสำคัญที่ยูเนสโกให้คุณค่า นั่นคือการเป็น “Living Heritage” หรือมรดกโลกที่มีชีวิต ที่โบราณสถานไม่ได้ถูกแช่แข็ง แต่ยังคงขับเคลื่อนไปพร้อมกับลมหายใจของคนในพื้นที่

นอกจากนี้ ในแง่ของกฎหมาย เชียงใหม่ยังเป็น 1 ใน 36 เมืองเก่าที่มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและเทศบัญญัติท้องถิ่นคอยคุ้มครองอยู่แล้ว โดยเฉพาะข้อกำหนดที่ให้สิ่งปลูกสร้างใหม่ในเขตเมืองเก่าต้องมีความสูงไม่เกิน 12 เมตร และต้องออกแบบให้สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมล้านนา เพื่อไม่ให้ทำลายอัตลักษณ์ดั้งเดิมของเมือง

มรดกโลก

แม้ภาพรวมจะดูราบรื่น แต่ก็ยังมี “จุดเปราะบาง” สำคัญ ที่กรรมการยูเนสโกมักจะเดินตรวจและจับผิดอย่างเข้มงวด ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่ามี 2 ประเด็นหลักที่ต้องปรับปรุงทางกายภาพอย่างเร่งด่วน คือ

 1.มลพิษทางสายตาจากป้ายโฆษณา เมื่อสำรวจไปตามแนวคูเมืองและกำแพงเมืองเก่า โดยเฉพาะจุดสำคัญอย่าง “ประตูช้างเผือก” และ “ประตูเชียงใหม่” ยังคงมีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก บางจุดมีความสูงเกินกว่าเกณฑ์ 12 เมตรที่กฎหมายกำหนด 

มรดกโลก

ป้ายเหล่านี้กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่บดบังทัศนียภาพอันงดงาม และลดทอนคุณค่าความน่าเลื่อมใสของโบราณสถานไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งโจทย์นี้ไม่ใช่การห้ามมีป้ายโฆษณา แต่คือการจัดระเบียบขนาด ความสูง และการออกแบบให้กลมกลืนกับเมืองเก่า

มรดกโลก

 2.การคืนชีวิตและจิตวิญญาณให้ “วัดพระธาตุดอยสุเทพ” ซึ่งถือเป็นหัวใจและจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะเป็นพื้นที่มุมสูงที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองเชียงใหม่ได้ทั้งหมดแบบพาโนรามา 

แต่จากการสำรวจภายในพื้นที่วัด พบว่ายังมีสิ่งก่อสร้างชั่วคราวอย่างเต็นท์ที่ไม่จำเป็น อาคารเก่าที่ถูกปล่อยร้างไม่ได้ใช้งาน รวมถึงความไม่เป็นระเบียบของร้านค้าบริเวณทางขึ้น 

สิ่งเหล่านี้บดบังทัศนียภาพและลดทอน “จิตวิญญาณของสถานที่” ลงไป ทางคณะทำงานจึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือในการรื้อถอนสิ่งรกตาเหล่านี้ออกไปโดยเร็ว

ดันขนส่งมวลชนเชื่อม 7 วัด

นายบวรเวทกล่าวต่อว่า นอกจากการปรับปรุงภูมิทัศน์เฉพาะหน้าแล้ว รายงานฉบับนี้มองเห็นความจำเป็นในระยะยาวเรื่องการจัดการระบบคมนาคม โดยมีข้อเสนอแนะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบจ. และเทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมกันพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะสำหรับการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงกลุ่มวัดมรดกโลกทั้ง 7 แห่งเข้าด้วยกัน 

มรดกโลก

เน้นให้นักท่องเที่ยวจอดรถยนต์ส่วนตัวไว้ด้านนอก แล้วใช้บริการรถสาธารณะสีเขียวเวียนเข้าสู่พื้นที่เมืองเก่าแทน วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดความแออัด ลดมลพิษแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาการนำรถไปจอดเบียดบังตัวโบราณสถานและลดมลพิษในเขตเมืองเก่าระยะยาว

จี้จัดระเบียบป้ายโฆษณา

นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ตัวแทนเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ชาวบ้านรับรู้ข้อมูลแล้วเกินกว่าร้อยละ 50 แต่ยังต้องเร่งชี้เป้าให้ชัดเจนว่าชุมชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในจุดใดเพื่อความพร้อมในการตอบคำถามและต้อนรับคณะกรรมการ

โดยเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ และสภาเมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกับทูตวัฒนธรรม เดินสายรุกหนักไปตามสถานศึกษาในเขตเมือง นำร่องที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เพื่อดึงกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาเข้ามาฟังและเรียนรู้บริบทของเมืองมรดกโลก เนื่องจากมองว่าเยาวชนในเขตเมืองเก่าทุกคนจำเป็นต้องมีความรู้และเข้าใจในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง

มรดกโลก

นางเสาวคนธ์กล่าวว่า ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือเรื่อง “ป้ายโฆษณา” ต้องใช้โอกาสในการขับเคลื่อนสู่เมืองมรดกโลกครั้งนี้เป็นตัวผลักดันในการจัดระเบียบเมืองใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่ต่างคนต่างทำจนขาดระเบียบ หากไม่มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด ทัศนียภาพของเมืองจะเสื่อมโทรมลงไปเรื่อย ๆ 

ICOMOS เดินเท้าตรวจเมือง

 นายบวรเวทกล่าวว่า ICOMOS จะเดินเท้าสำรวจเมืองแบบเจาะลึกและละเอียดมาก นี่คือหนึ่งในจุดที่หลายเมืองที่เสนอตัวเป็นมรดกโลกมักจะคาดไม่ถึง เพราะนึกว่ากรรมการจะนั่งรถตรวจเฉพาะจุดยุทธศาสตร์หลักที่จัดตั้งแต่งเอาไว้รับรอง แต่ความจริงแล้วกระบวนการตรวจประเมินภาคสนามของ ICOMOS ขึ้นชื่อเรื่องการ “เดินเท้าตรวจ” เป็นหลัก

เหตุผลที่เขาต้องเดินเท้าดู และจุดที่เขาจะจ้องมอง ได้แก่ 1.เดินเพื่อดู “บัฟเฟอร์โซน” (Buffer Zone) และวิถีชีวิตจริง กรรมการไม่ได้ดูแค่ตัวองค์เจดีย์หรือในวิหาร แต่เขาจะเดินเท้าไปตามตรอก ซอก ซอย และถนนรอบ ๆ โบราณสถาน เพื่อดูว่าสภาพแวดล้อมที่โอบล้อมมรดกโลกอยู่นั้นเป็นอย่างไร

“เขาจะดูว่าทางเท้าเดินได้จริงไหม มีขยะรกตาหรือเปล่า สภาพแวดล้อมทางกลมกลืนไหม มีสิ่งแปลกปลอมมาบดบังคุณค่าของเมืองเก่าหรือเปล่า”

2.เดินเพื่อพิสูจน์ความเป็น “มรดกโลกที่มีชีวิต” (Living Heritage) เนื่องจากเชียงใหม่ชูจุดเด่นเรื่องการเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังมีคนอาศัยและขับเคลื่อนวัฒนธรรมอยู่ เพื่อให้เห็นว่าชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างไร สัญจรอย่างไร ปลอดภัยไหม และการจัดการเมืองของท้องถิ่นเอื้อให้เกิดความยั่งยืนจริงหรือเปล่า

มรดกโลก

3.การเดินเพื่อตรวจสอบย้อนกลับ ในเอกสารที่เราส่งไปให้ยูเนสโก ทุกเมืองจะเขียนภาพฝันไว้สวยหรูมาก ว่ามีการจัดการอย่างดี มีกฎหมายควบคุม กรรมการที่ถูกส่งมาจึงมีหน้าที่เดียวคือ มาตรวจสอบว่าสิ่งที่เขียนในกระดาษตรงกับความเป็นจริงในพื้นที่หรือไม่ การเดินเท้าจะทำให้เขาเห็นรอยรั่วที่รถวิ่งผ่านแล้วมองไม่เห็น 

3 เสาหลัก สู่มรดกโลก

นายสายกลาง จินดาสุ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระบวนการประเมินของอิโคโมส (ICOMOS) จะมุ่งเน้นไปที่ 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ความครบถ้วนสมบูรณ์ ความแท้ดั้งเดิม และระบบการบริหารจัดการ 

มรดกโลก
นายสายกลาง จินดาสุ

รูปแบบการทำงานของคณะกรรมการอิโคโมสจะใช้วิธี “เดินเท้าสำรวจ” เป็นหลัก โดยจะเดินเจาะลึกไปตามเส้นทางและตรอกซอกซอยต่าง ๆ ของย่านประวัติศาสตร์เพื่อสัมผัสและตรวจสอบสภาพแวดล้อมจริงในระดับสายตา ไม่ใช่เพียงการตรวจดูจากบนยานพาหนะหรือจุดแลนด์มาร์กหลักเท่านั้น 

การเดินเท้าตรวจเช่นนี้ทำให้คณะกรรมการสามารถมองเห็นรายละเอียดความเชื่อมโยงของชุมชน พื้นที่
สาธารณะ ตลอดจนปัญหาทัศนียภาพได้อย่างใกล้ชิด

ในส่วนของการประเมิน คณะกรรมการจะพิจารณาว่า ความครบถ้วนสมบูรณ์ขององค์ประกอบทางกายภาพและขอบเขตของแหล่งมรดกยังคงอยู่ครบถ้วนตามที่ระบุในเอกสารหรือไม่ 

มรดกโลก

ขณะที่ความแท้ดั้งเดิมจะเน้นการประเมินในแง่ของรูปแบบ วัสดุ ฝีมือช่าง ไปจนถึงจิตวิญญาณของสถานที่ โดยจะต้องไม่มีการบูรณะที่ผิดหลักสากล หรือการสร้างสิ่งใหม่ครอบทับสิ่งเก่าจนสูญเสียคุณค่าดั้งเดิม และสุดท้ายคือ ระบบการบริหารจัดการ ซึ่งเปรียบเสมือนพันธสัญญาทางกฎหมายและมาตรการภาคปฏิบัติของเมืองในการปกป้องรักษามรดกโลกอย่างยั่งยืน

นายสายกลางกล่าวต่อว่า ข้อกังวลเรื่องผลกระทบทางทัศนียภาพ บริเวณกำแพงเมือง-คูเมือง และประตูเชียงใหม่ เช่น ปัญหากราฟฟิตีบนตู้ระบบสาธารณูปโภค หรือป้ายโฆษณาต่าง ๆ ที่คณะกรรมการอาจจะพบเห็นระหว่างการเดินเท้าตรวจนั้น ในเชิงเทคนิคสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ “สามารถย้อนกลับหรือแก้ไขได้” ซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่าสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถทุบทำลายได้ 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านทัศนียภาพเหล่านี้ยังคงเป็นประเด็นที่คณะกรรมการให้ความสำคัญ และอาจมีการซักถามถึงมาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหากเมืองยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนคณะกรรมการอาจร้องขอให้ทำข้อตกลงเพิ่มเติมเพื่อเป็นข้อผูกพันในการจัดการต่อไป

ทั้งนี้ กระบวนการหลังจากคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจเสร็จสิ้นแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบซ้ำเพื่อยืนยันความถูกต้อง โดยอิโคโมสจะส่งข้อซักถามหรือข้อห่วงใยกลับมายังประเทศไทยเพื่อให้ชี้แจงและปรับปรุงแผนอีกราว 2 รอบ ซึ่งจะเกิดขึ้นภายในช่วงปลายปีนี้ รอบแรก (เดือนตุลาคม 2569) และรอบที่ 2 (เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2569) ก่อนที่จะมีการสรุปมติอย่างเป็นทางการ

นายสายกลางกล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าจับตามองในระยะยาวคือ พันธสัญญาหลังจากได้รับรองเป็นมรดกโลก เนื่องจากแผนการจัดการและกฎหมายควบคุมต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารจำเป็นต้องนำไปปฏิบัติจริงอย่างเคร่งครัด 

หากในอนาคตเมืองไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ให้สัญญาไว้ แหล่งมรดกโลกเชียงใหม่อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “มรดกโลกที่กำลังตกอยู่ในภาวะอันตราย”  ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น

เพราะมรดกโลกไม่ใช่แค่เรื่องของอดีต แต่คือการจัดการปัจจุบันเพื่อส่งต่อให้อนาคต ด้วยบริบทและเสน่ห์ที่สำคัญที่สุดของเชียงใหม่คือ การเป็น “มรดกโลกที่มีชีวิต” ที่ลมหายใจของชุมชนและโบราณสถานขับเคลื่อนไปด้วยกัน 

สิ่งแปลกปลอมทางสายตาในวันนี้ คือตัวชี้วัดสำคัญว่า เมืองเชียงใหม่มี “ระบบการบริหารจัดการ” ที่พร้อมจะปกป้องคุณค่าของตัวเองอย่างยั่งยืนในระยะยาวแล้วหรือยัง

การเร่งเคลียร์ “การบ้านข้อใหญ่” จึงไม่ใช่แค่การทำผักชีโรยหน้าเพื่อรับการตรวจ แต่คือบทพิสูจน์ความพร้อมที่แท้จริงของเมืองเชียงใหม่

เมืองมรดกโลกที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่เศษอิฐหรือศิลาแลงโบราณ แต่ร้อยเรียงขึ้นจากความใส่ใจของ “คนในชุมชน” ที่พร้อมจะส่งต่อคุณค่านี้ให้อยู่คู่วิถีชีวิตเมืองเชียงใหม่อย่างยั่งยืน

——————————————-

‘ทัศนียภาพเสื่อมโทรม’ เสี่ยงขัดเกณฑ์ยูเนสโก

กราฟฟิตี-ป้ายยักษ์เกลื่อนเมือง 

ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจลงพื้นที่สำรวจสภาพแวดล้อมจริงตามเส้นทางสำคัญรอบคูเมืองเชียงใหม่ พบว่าเมืองกำลังเผชิญปัญหาความแปลกปลอมทางทัศนียภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะปัญหากราฟฟิตี (Graffiti) และการพ่นสีสเปรย์ขีดเขียนสะเปะสะปะบนตู้ระบบสาธารณูปโภคและตู้ควบคุมสัญญาณจราจรริมทางเท้าสาธารณะ ซึ่งปรากฏให้เห็นอย่างหนาตาตลอดแนวคูเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตั้งอยู่บนเส้นทางเดินเท้าสาธารณะที่เป็นจุดเชื่อมโยงกับชุมชนและโบราณสถาน

กล่าวได้ว่า นี่คือทัศนียภาพเสื่อมโทรมรอบเขตคูเมือง ถือเป็นปัญหาทางกายภาพที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากการพ่นสีกราฟฟิตีเหล่านั้นไม่มีลักษณะเป็นงานศิลปะ โดยปรากฏอยู่ตามผนังกำแพงเมืองเก่า อาคารร้านค้า ตู้โทรศัพท์สาธารณะ และสิ่งปลูกสร้างในเขตคูเมืองอย่างกระจัดกระจาย รอยพ่นสีเหล่านี้สร้างความรู้สึกรกสายตา ไม่สวยงาม และลดทอนคุณค่าความสง่างามของเมืองประวัติศาสตร์ลงอย่างรุนแรง 

ปัญหานี้สะท้อนให้เห็นถึงรอยรั่วในการบังคับใช้กฎหมายและการดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะของภาครัฐ ซึ่งอาจจะขัดต่อเกณฑ์การประเมิน “ความแท้จริงและความเป็นระเบียบเรียบร้อย” ของยูเนสโกอย่างเด่นชัด ซึ่งความย้อนแย้งทางสายตานี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมยุคเก่า กับการขาดการดูแลรักษาภูมิทัศน์ร่วมสมัยในปัจจุบัน 

นอกจากนี้ ยังพบป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ (บิลบอร์ด) บดบังทัศนียภาพของเมืองโบราณบริเวณจุดแลนด์มาร์กสำคัญอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเขตคูเมืองด้านในบริเวณประตูเชียงใหม่และประตูช้างเผือก ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมการอิโคโมสจะต้องเดินผ่านและมองเห็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ป้ายโฆษณา เชียงใหม่