‘ภคมน’ ซัดงบฯ ปี’70 ยังไม่ตอบโจทย์กระจายอำนาจ แนะยกเลิกมรดก คสช.
ภคมน หนุนอนันต์
‘ภคมน’ ซัดงบฯปี’70 ยังไม่ตอบโจทย์การกระจายอำนาจ ชี้ท้องถิ่นได้งบฯ เพียง 29.35% ต่ำกว่าเป้าหมาย แนะยกเลิกมรดก คสช. ให้ท้องถิ่นจัดสอบเอง อย่าอ้างท้องถิ่นโกง แต่ส่วนกลางไม่โกง แนะ ภท.ใช้โอกาสกอบกู้ภาพลักษณ์รัฐบาล ไม่อุ้มชูส่วนกลาง
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณปี’70 โดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า งบประมาณปี’70 มีโครงสร้างที่แตกต่างกันออกไปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น โดยเฉพาะมีการตัดงบฯจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ถือว่ารัฐส่วนกลางเริ่มหลีกทางขอให้กับท้องถิ่นทำเองมากขึ้น
แต่หากจะบอกว่านี่คือความเสียสละของนายกรัฐมนตรี ตัดเฉือนเนื้อลูกน้องก็อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลย เพราะคนเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเห็นประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนมากกว่าลูกน้องอยู่แล้ว แต่เราต้องอย่าลืมเป้าหมายกระจายอำนาจ ซึ่งปีนี้ท้องถิ่นยังคงได้ส่วนแบ่งอยู่เท่าเดิม คือ 29.35% ยังห่างเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ที่ 35%
จึงอยากฝากไปที่รัฐบาลว่าต้องดันรายได้ท้องถิ่นให้มากกว่านี้ จะทำให้การจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับท้องถิ่น หรืออาจจะปลดล็อกกฎหมายการกระจายอำนาจหลายฉบับที่พรรคประชาชนเสนอมาตลอดก็ได้ เพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดเก็บค่าทำเนียมและภาษีเพิ่มเติม หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บ้านเกิดเมืองนอน ของพรรคภูมิใจไทยก็นำมาใช้
น.ส.ภคมนกล่าวว่า อีกเรื่องที่รัฐบาลควรจะทำ นายกรัฐมนตรีในฐานะควบกระทรวงมหาดไทย อยากให้คิดถึงการปฏิรูปโครงสร้างท้องถิ่น เพราะปัจจุบันเรามีองค์กรปกครองท้องถิ่น 7,000 แห่ง และแต่ละแห่งก็มีค่าใช้จ่ายประจำต่าง ๆ ทำให้งบประมาณถูกนำไปใช้ในส่วนนี้ เหลือเงินไม่เท่าไหร่ที่จะนำไปปฏิบัติในพื้นที่และคุณภาพชีวิต
เมื่อมีจำนวนมากการจัดสรรบุคลากรก็ไม่มีประสิทธิภาพ เราจึงจำเป็นต้องสร้างสมดุล สำหรับเรื่องบุคลากรที่มีไม่เพียงพอ มีที่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มากเกินไป แต่ก็ยังมีปัญหาอีกอย่างคือการจัดสอบบุคลากร ก่อนหน้านี้ที่ท้องถิ่นเป็นผู้ตรวจสอบเอง แต่ตอนนี้ส่วนกลางดึงกลับมาเป็นคนจัดการเอง จุดเปลี่ยนเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยอ้างว่าหากท้องถิ่นจัดเองก็จะมีระบบอุปถัมภ์ เรียกรับผลประโยชน์ ส่วนกลางดึงกลับมาเพื่อปิดช่องของการโกง
“ความเชื่อแบบนี้เป็นวิธีคิดที่เริ่มต้นง่าย ๆ จากความเชื่อที่ว่ารัฐส่วนกลางเป็นคนดีและไม่โกง แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ตามหน้าข่าวรายวัน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นที่จัดโดยส่วนกลาง” น.ส.ภคมนกล่าว
น.ส.ภคมนกล่าวว่า ก่อนที่ คสช. จะมีคำสั่งดังกล่าว ท้องถิ่นมีการจัดสอบปีละ 4 ครั้ง แต่เมื่อส่วนกลางดึงกลับมา ส่วนกลางจัดสอบปีละ 2 ครั้ง หรือบางปีก็ไม่มีการสอบเลย ทำให้เกิดปัญหาการขาดบุคลากร หรือหาบุคลากรได้ไม่ทันการณ์
เพราะท้องถิ่นแต่ละที่หากขาดบุคลากรก็จะขาดไม่พร้อมกัน รอให้ส่วนกลางจัดสอบทีเดียวทำให้เกิดปัญหา ตนคิดว่าจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงกลับมาให้ท้องถิ่นจัดสอบเอง แต่หากมองว่าส่วนกลางจัดสอบน้อยเกินไปต้องเพิ่มการจัดสอบ ตนมองว่าคิดแบบนี้ก็ไม่ถูก เพราะส่วนกลางมีการดูแลพัฒนาประเทศอยู่แล้ว ไม่ควรมาเสียเวลาและใช้ทรัพยากรกับภารกิจที่ท้องถิ่นสามารถทำได้ด้วยตนเอง
ขณะเดียวกันท้องถิ่นขาดอะไรหรือต้องการอะไรจะเป็นผู้รู้ดีที่สุด ฉะนั้น ภารกิจนี้ควรให้ท้องถิ่นเป็นคนจัดทำ และอีกอย่างที่สำคัญที่ คสช.อ้างคือ ท้องถิ่นโกง แต่ส่วนกลางไม่โกง แต่วันนี้ประจักษ์ชัดทั้งประเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ท้องถิ่นจัดสอบจะไม่มีการโกง แต่เราควรมีการออกแบบให้เกิดการถ่วงดุลในการตรวจสอบ
การถ่วงดุลเริ่มจากโครงสร้างก่อน เมื่อส่วนกลางเป็นคนจัดสอบเอง ผู้ชนะการประมูลเพียง 1 รายจะสอบเองทั้งหมด ทั้งออกข้อสอบ จัดสถานที่ ตรวจข้อสอบ ไม่มีการถ่วงดุลอะไรเลย ถ้าไม่โกงก็โชคดีไป แต่หากโกงเหมือนรอบนี้ก็พังทั้งระบบ ตนจึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวนวิธีการที่ทำกันอยู่ หากเราไม่เริ่มต้นก็จะไปต่อไม่ได้ ตนจึงอยากเสนอว่าให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช.ฉบับนี้ เพื่อประสิทธิภาพในการจัดหาบุคลากรที่เหมาะสมกับอัตราที่ท้องถิ่นต้องการ และที่สำคัญคือรีเซตระบบทุจริต
น.ส.ภคมนยังเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ที่ตำรวจสอบสวนกลางบุกไปจับการทุจริตสอบท้องถิ่นในครั้งนี้
”ที่ตลกร้ายสำหรับการจัดสอบในครั้งนี้ คือโรงงานที่พิมพ์กระดาษคำตอบ เป็นโรงงานเดียวกันกับที่พิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มี QR Code แทนที่จะเป็นความลับที่สุด ดันมี QR Code แต่กระดาษคำตอบที่ควรจะตรวจสอบได้ว่าใครกาอะไรดันไม่มี QR Code เรื่องนี้ถ้า QR Code อยู่ถูกที่ถูกเวลาจะไม่บรรลัยขนาดนี้“ น.ส.ภคมนกล่าว
น.ส.ภคมนกล่าวว่า วันนี้ต่างฝ่ายต่างออกมายืนยันความบริสุทธิ์ แทบจะไม่มีใครเป็นผู้กระทำผิด วันนี้การพิจารณางบประมาณเรามองข้ามรายละเอียดของ TOR ไม่ได้ เพราะ TOR ที่ดีจะปิดช่องการทุจริต แต่ TOR นี้สะท้อนว่าไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เกิดจากการฮั้วกันระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง
วันนี้ TOR มีหลายจุดที่ถูกตั้งคำถาม ต้องบอกตรง ๆ ว่า TOR นี้ ไม่ได้ออกมาแบบลวก ๆ ไม่ได้เขียนกำกวม ออกมาอย่างละเอียดและรัดกุมมาก แต่เมื่ออ่านไปถึงจุดที่ไม่ละเอียดก็ไม่ละเอียดเลย จุดแรกสิ่งที่สังคมตั้งคำถาม คือการบุกจับแก๊งทุจริตที่นนทบุรีมีคำถามตามมาว่าพวกเขาเอาไฟล์สำเนาคำตอบชุดนี้มาได้อย่างไร ทั้งที่เอกสารสำคัญต้องถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย ทั้งที่ใน TOR ที่เขียนไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นความลับที่สุด แต่ในแฟลชไดรฟ์กระดาษคำตอบกลับไม่มีการใส่รหัสเพื่อป้องกันความปลอดภัย
น.ส.ภคมนกล่าวว่า ประเด็นต่อมาหลังจากการจัดทุจริตได้ก็มีผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ออกมาให้ความเห็น ว่าจุดสำคัญคืออยู่ที่การแก้ไฟล์ Excel ที่สรุปว่าใครจะได้คะแนนเท่าไหร่ หากใครเข้าถึงไฟล์นี้ก็สามารถแก้ได้ ทำให้ผู้รับเหมาการสอบถูกเพ่งเล็งเป็นอันดับหนึ่ง เพราะมีหน้าที่ตรวจข้อสอบและประมวลบัญชีคนสอบผ่าน
แต่ใน TOR ระบุเอาไว้ชัดว่าให้มีเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับตรวจข้อสอบเพื่อป้องกันการล็อกหรือระบุผู้สอบไว้ล่วงหน้า ก่อนตรวจกระดาษคำตอบ ซึ่งใน TOR ระบุไว้ชัดว่าในกระบวนการตอบข้อสอบและประมวลคะแนนต้องมีคนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ตรวจสอบแบบนี้ จะไม่ให้ประชาชนสงสัยได้อย่างไรว่าท่านฮั้วกัน
น.ส.ภคมนกล่าวว่า ขณะที่การบุกจับแก๊งโกงข้อสอบ ก็พบหลักฐานว่าแก๊งนี้ครอบครองใบเฉลยเอาไว้ด้วย คำถามคือใบเฉลยหลุดไปได้อย่างไร สมมุติฐานแรกคือเฉลยไม่ได้หลุดพร้อมกับไฟล์สำเนากระดาษคำตอบแน่ ๆ เพราะ TOR ไม่ได้เขียนว่าให้แนบใบเฉลยในแฟลชไดรฟ์กระดาษคำตอบด้วย แปลว่าต้องมีรอยรั่วอีก ซึ่งเป็นไปได้สองทางคือ หนึ่งเฉลยรั่วตั้งแต่ตอนเอาข้อสอบ
ซึ่งใน TOR ตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดกระบวนการ ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ภาคีเครือข่ายที่ประกอบด้วย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมสังเกตการณ์ คำถามของตนคือภาคีเครือข่ายเหล่านี้ได้เข้าไปสังเกตการณ์ในช่วงเวลานั้นหรือไม่ ซึ่งการสังเกตการณ์ครั้งนี้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นต้องควบคุมผู้เข้าออกปฏิบัติงานด้วยระบบการยืนยันตัวตน ไม่รู้ว่าใครจะเข้าไปดูเฉลยแล้วเอาออกมา แต่ไม่ว่าจะเข้าหรือจะออกเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นต้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้ทำให้มี สส.พรรคภูมิใจไทยประท้วงว่า ไม่มีเนื้อหาของการอภิปรายงบประมาณปี’70 แต่นายโสภณ ซารัมย์ ระบุว่าตนเพิ่งเข้ามาทำตำแหน่งประธานการประชุม ไม่ได้ติดตามเนื้อหาการอภิปรายของ น.ส.ภคมน อภิปรายตั้งแต่ต้น จึงอนุญาตให้อภิปรายต่อ
จากนั้น น.ส.ภคมนได้อภิปรายต่อถึงการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงอีกครั้ง ทำให้นายโสภณกล่าวว่าปัญหาเรื่องทุจริตก็สามารถพูดได้ในระดับหนึ่ง และ น.ส.ภคมนก็ไม่ได้มีการยกหลักฐานเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงให้ น.ส.ภคมนอภิปรายต่อ
ด้าน น.ส.ภคมนอภิปรายต่อว่า ตนคิดว่าตนก็เป็นคนที่รู้กาลเทศะ มีวุฒิภาวะพอสมควร เข้าใจว่าตนเองกำลังอภิปรายอยู่ในวาระไหน แต่ด้วยความเคารพนายร่มธรรม ไม่ต้องมารู้มากในสคริปต์ของตน ว่าจะพูดอะไร จะสรุปให้ฟังอยู่แล้ว ตนขอขอบคุณท่านประธานจริง ๆ อย่างที่ทราบกันว่าในการทุจริตสอบท้องถิ่นในครั้งนี้มีคนสอบได้ 0 คะแนน ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่เชื่อว่าจะสอบได้ 0 คะแนน จึงมีการขอตรวจสอบกระดาษคำตอบ ซึ่งกว่าที่จะขอได้ก็มีขั้นตอนยุ่งยาก
หากผู้ที่เขียนข้อสอบมีเจตนาให้มีความโปร่งใส เหตุใดไม่ประกาศคะแนนไปเลยว่าได้เท่าไหร่ ตนไม่ได้ตั้งสมมุติฐานเอง แต่ตนพยายามจะอธิบายให้เห็นว่า TOR เขียนไว้อย่างไร และมีช่องโหว่อะไรบ้าง สิ่งที่ตนพูดเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ที่เราจะมาช่วยจับตา วันนี้ผู้ว่าจ้างก็บอกว่าไม่ผิด มหาวิทยาลัยก็บอกว่าตัวเองบริสุทธิ์ ทำตาม TOR ทุกอย่าง ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เมื่อ TOR เปิดช่องใหญ่ขนาดนี้ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าการทุจริตในการสอบครั้งนี้ทำกันอย่างเป็นระบบ ไม่กี่วันต่อมาก็มีคลิปเสียงออกมาแฉพูดถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง
น.ส.ภคมนกล่าวว่า ตนจึงอยากให้มีการตรวจสอบก่อนที่จะมีการสรุป และย้ำว่าควรมีการทบทวนว่าใช้ระบบสอบแบบเดิมหรือไม่ และเรายังเชื่อหรือไม่ว่าระบบการสอบแบบส่วนกลาง มีการใช้งบประมาณจำนวนมาก หากเป็นแบบนี้ต่อไปงบประมาณที่ส่วนกลางตั้งขึ้นมาในการจัดสอบในแต่ละปีจะกลายเป็นเงินทุนเพื่อต่อยอดให้ระบบการทุจริต ทำกันแบบนี้ตนก็เป็นห่วงจริง ๆ ว่ารัฐส่วนกลางไม่มีทางมือสะอาดได้เลย หากไม่สามารถแก้ข้อครหานี้ได้
เพราะจะส่งผลให้ระบบราชการส่วนกลางไม่โปร่งใส ประชาชนไม่สามารถฝากความหวังอะไรไว้ได้เลย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้เกี่ยวข้องต่อเนื่องกันหลายมิติ หากจะแก้ได้ต้องแก้จากจุดเริ่มต้น คือกำจัดมรดก คสช. ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหากำลังพลในท้องถิ่นที่ขาดแคลน ปิดระบบอุปถัมภ์ของส่วนกลาง ปิดช่องทางการหาเงินจากคนตัวเล็กตัวน้อย ที่ไขว่คว้าซื้อความมั่นคง หางานให้ตนเอง และแก้ปัญหาคุณภาพของราชการ รวมถึงแก้ปัญหาการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใสสุจริต ซึ่งเราเริ่มต้นด้วยการกระจายอำนาจ และทำลายมายาคติว่าส่วนกลางไม่โกง
“วันนี้ดิฉันเชื่อมั่นว่าประชาชนรับรู้ว่าแกนนำพรรครัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับระบบราชการมาโดยตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ดังนั้นการกระจายอำนาจจึงเป็นบททดสอบที่สำคัญของพวกท่าน ว่าหากจากนี้ต่อไปรัฐบาลแสดงท่าทีที่อุ้มชูระบบราชการส่วนกลาง ท่านก็ไม่สามารถตอบคำถามและข้อครหาของประชาชนได้ สถานการณ์นี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะกอบกู้ภาพลักษณ์ของรัฐบาล และที่สำคัญจะสร้างประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน” น.ส.ภคมนกล่าว