‘สีหศักดิ์’ ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ กต. แจงต้องใช้เพื่อพัฒนาประเทศ
'สีหศักดิ์' ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ กต. แจงต้องใช้เพื่อพัฒนาประเทศ
สีหศักดิ์ ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ ก.ต่างประเทศ แจงต้องใช้หลายภารกิจเพื่อพัฒนาประเทศ มั่นใจการประนอมภาคบังคับ ปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลได้
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ชี้แจงว่า งบประมาณที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับจัดสรร ขอสภาฯ อย่าได้ปรับลด เพราะก่อนหน้านี้ถูกลดลงแล้ว 10% ซึ่งงบประมาณที่ได้จะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์การทูต 2.0 ที่ประสานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ ขับเคลื่อนประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจ หาตลาดใหม่
ส่วนประเด็นเรื่องการทูตกับประเทศกัมพูชา ขณะนี้ได้เข้าสู่การประนอมภาคบังคับภายใต้ อันครอส ซึ่งตนมั่นและพร้อมเต็มที่ที่จะปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลของไทย
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับงบประมาณส่วนของยุทธศาสตร์แก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนภาคใต้วงเงิน 8.4 พันล้านบาทนั้น ยอมรับว่าตนได้รับหน้าที่ประธานคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลเพื่อแก้สถานการณ์ชายแดนใต้ จึงต้องศึกษาให้ถ่องแท้และลงพื้นที่เพราะปัญหายืดเยื้อมากว่า 20 ปี ถูกทุ่มงบประมาณจำนวนมาก ประเด็นไม่ใช่งบประมาณเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้งบที่ได้รับจัดสรรอย่างไร
“ปีนี้ไม่มีงบบูรณาการ แต่การจัดสรรงบ ทุกหน่วยงานทำแบบบูรณาการไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดผลงานให้มากที่สุดว่าใครรับผิดชอบ โดยงบประมาณจัดทำภายใต้ยุทธศาสตร์ที่มีเอกภาพ ครอบคลุมทุกมิติปัญหาภาคใต้ กระบวนการพูดคุยและประชาชน รวมถึงการศึกษา สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดทำให้การจัดสรรงบประมาณที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประชาชนปลอดภัย กินดีอยู่ดี มีสิทธิและเสียงกำหนดอนาคตของตัวเอง”
จากนั้น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้ลุกขึ้นสอบถามถึงการเข้าร่วมประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาภาคีอันคลอส (UNCLOS) ที่อาจทำให้เกิดประเด็นเสียผลประโยชน์ โดยนายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่า การเจรจาภายใต้เอ็มโอยูที่ยกเลิกทั้งไทยและกัมพูชาร่วมเป็นภาคีอันคลอส โดยกัมพูชาเข้าร่วมเมื่อเดือนมีนาคม 2568
ดังนั้น จึงอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน โดยการยินยอมเข้าร่วมการประนอมภาคบังคับภายใต้อันคลอส เป็นเจตนารมณ์ที่ตกลงร่วมกันของผู้นำของประเทศไทยคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ที่ตกลงกันที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ช่วงประชุมสุดยอดอาเซียน ทั้งนี้ไม่ใช่กระบวนการทางศาล แต่คือการประนอมของทั้งสองฝ่าย
“หากไม่เข้ากระบวนการการเจรจาต่างๆ เช่น FTA จะไม่มีความเชื่อมั่นในข้อตกลงที่มีพันธกรณี ที่สำคัญกระบวนการไม่ใช่ศาล แต่คือการประนอม ที่ผ่านผู้เชี่ยวชาญไม่ได้เน้นต่อสู้ทางคดี แต่เป็นการหาทางออกของกติการะหว่างประเทศและความเที่ยงธรรมทุกฝ่าย ส่วนข้อเสนอนั้นไม่ใช่สุดท้าย เพราะต้องคุยกันสองฝ่ายระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่ามีอะไรที่รับกันได้หรือไม่” ฃ