เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,100 บาท
บัตรบาร์โค้ด ‘ลับแบบมีเงื่อนไข’ เครือข่ายน้ำเงิน ชนะคูหาองค์กรอิสระ
Politics บัตรบาร์โค้ด ‘ลับแบบมีเงื่อนไข’ เครือข่ายน้ำเงิน ชนะคูหาองค์กรอิสระ
ปลอดประสพ เตือน “กรุงเทพจมแล้ว” จับตาน้ำแม่กลองสูงเกิน 1 เมตร
News ปลอดประสพ เตือน “กรุงเทพจมแล้ว” จับตาน้ำแม่กลองสูงเกิน 1 เมตร
ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง แนวทางปฏิบัติกับการเมือง
World ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง แนวทางปฏิบัติกับการเมือง
อดีตผู้พิพากษาชี้ “หมอสรณ” หมดอำนาจ จัดประชุม กสทช. 1–2 ต.ค. เสี่ยงคดีอาญา
Politics อดีตผู้พิพากษาชี้ “หมอสรณ” หมดอำนาจ จัดประชุม กสทช. 1–2 ต.ค. เสี่ยงคดีอาญา
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.56 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.56 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เฉลยแล้ว! fastwork ปิด ‘fastwork.co’ ย้ายสู่ fastwork.com ภายในต้นปีหน้า
Business เฉลยแล้ว! fastwork ปิด ‘fastwork.co’ ย้ายสู่ fastwork.com ภายในต้นปีหน้า
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (30 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.12% อยู่ที่ 83,393 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (30 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.12% อยู่ที่ 83,393 เหรียญสหรัฐ
ธุรกิจบันเทิงโตแรง FEE:D 2026 เอ็นเกจพุ่ง
Biz Movement ธุรกิจบันเทิงโตแรง FEE:D 2026 เอ็นเกจพุ่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (30 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (30 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

“ธปท.” หนุน “Digital Money” รื้อกฎเหล็กเอื้อนวัตกรรมใหม่

11 ส.ค. 2561 | 16:59น.
การผลักดันให้ไทยก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการเปิดรับนวัตกรรมการชำระเงิน-โอนเงินใหม่ ๆ ของผู้บริโภคในเวทีเสวนา “เปิดโลก Digital Money นวัตกรรมเปลี่ยนโลกการเงิน” โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ปี 2561ผู้บริหารจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ฉายภาพให้เห็นถึงการตื่นตัว

“ณพงศ์ธวัช โพธิกิจ” ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน มีผลบังคับใช้แล้วช่วยให้ภาคธุรกิจให้บริการได้สะดวกและตอบรับต่อเทคโนโลยีได้เร็วขึ้น โดย พ.ร.บ.นี้มี 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการคลังมีหน้าที่ออกใบอนุญาต ส่วน ธปท. จะกำกับดูแล เช่น กำหนดเกณฑ์ ติดตาม และลงโทษ

“เดิมมีกฎหมายเกี่ยวกับการชำระเงินหลายฉบับ อายุเป็น 10 ปี มีผู้ควบคุมดูแลหลายหน่วยงาน สร้างภาระแก่ภาคธุรกิจ ทำให้ต้องขอหลายใบอนุญาต และเวลาทำผิดก็โดนโทษหลายกฎหมาย จึงบูรณาการให้คล่องตัวขึ้น”

พ.ร.บ.ระบบการชำระเงินนี้ ได้แบ่ง 3 กลุ่มควบคุมดูแล ตามลักษณะบริการเพื่อให้ดูแลความเสี่ยงลูกค้าได้ดีขึ้น ได้แก่ 1.บริการการชำระเงินภายใต้กำกับ เช่น บริการโอนเงิน, บริการบัตรเครดิต, เดบิต, บัตรเอทีเอ็ม, บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ และบริการชำระเงิน 2.ระบบการชำระเงิน ที่เป็นตัวกลางที่ผู้ให้บริการอื่น ๆ มาเชื่อม เช่น การโอนเงินข้ามธนาคาร 3.ระบบการชำระเงินที่มีความสำคัญ ที่รองรับการโอนเงินมูลค่าสูง เช่น เงินที่ถูกโอนผ่านระบบ baht net ที่มีการโอนเงินมากกว่าจีดีพีของไทยทั้งปี 58 เท่า ขณะที่จีดีพีไทยมีมูลค่า 12 ล้านล้านบาท

สิ่งที่ต่างจากเดิมคือ เพิ่มระบบการขึ้นทะเบียน จากเดิมต้องขอใบอนุญาตเท่านั้น สำหรับบริการที่มีนวัตกรรมใหม่ที่ให้บริการในวงจำกัดหรือทดสอบบริการ

กรอบการดูแล จะเน้น 5 เรื่องหลัก 1.ระบบความปลอดภัย ต้องมีนโยบายจัดการความเสี่ยงที่ดี โดยเฉพาะข้อมูลลูกค้า 2.ความมั่นคงทางการเงิน ต้องมีเงินทุนเพียงพอ โดยจะมีกำหนดขั้นต่ำแต่ละประเภท 3.ธรรมาภิบาล โดยผู้บริหารต้องมีโปรไฟล์ที่ดี เพราะมีหน้าที่ดูแลความเสี่ยง 4.การคุ้มครองผู้ใช้บริการต้องมีช่องทางที่ใช้ร้องเรียน บอกเงื่อนไขบริการชัดเจน 5.ส่งเสริมประสิทธิภาพการแข่งขัน

ก้าวต่อไปของการกำกับดูแล

“สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา” ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีการเงิน กล่าวว่า จะเน้นที่ 5 ด้าน ได้แก่ 1.ทำให้ครอบคลุมประชาชนเพื่อให้เข้าถึงการทำธุรกรรมได้ง่าย 2.พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ 3.โครงสร้างพื้นฐานต้องมั่นคงเข้มแข็ง โดยเฉพาะระบบกลางที่ได้มาตรฐานสากล 4.การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบ เช่น กฎเกณฑ์ต่าง ๆ การยกระดับกฎหมาย เพราะปัจจุบันผลิตภัณฑ์มีมาก ซับซ้อนมากขึ้น และมองความเสี่ยงได้ชัดเจน 5.ใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ เพื่อช่วยในการให้สินเชื่อ ให้ข้อมูลอื่น ๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง เพื่อช่วย SMEs หรือคนที่ไม่มีแหล่งเงินทุน รวมทั้งประเมินภาวะเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมามีการนำข้อมูลมาใช้น้อย

“ดิจิทัลเพย์เมนต์ในช่วง 2 ปี เห็นพัฒนาการมากขึ้น ที่ผ่านมาเน้นที่ผู้บริโภคเป็นหลัก ต่อไปจะต้องนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจใหม่มากขึ้น”

ข้อมูล ณ 15 ก.ค. 2561 มียอดการลงทะเบียนใช้พร้อมเพย์ 43.6 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นการลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน 28.3 ล้านเลขหมาย ลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์ 15.2 ล้าน

เลขหมาย ลงทะเบียนในนามนิติบุคคล 5.9 ล้านเลขหมาย และอีวอลเลต 8.5 หมื่นเลขหมาย รวมจำนวนทรานแซ็กชั่น 450 ล้านรายการเฉลี่ยวันละ 2.4 ล้านรายการ รวมมูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท

เทคโนโลยีใหม่ไทยใช้ครบ

“บัญชา มนูญกุลชัย” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีทางการเงินกล่าวว่า ตอนนี้มี 6 เทคโนโลยีสำคัญในวงการการเงิน ซึ่งที่ไทยใช้แล้ว ได้แก่ 1.การชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด (QR code) 2.artificial intelligence และ machine leaning 3.บิ๊กดาต้า 4.บล็อกเชน 5.การยืนยันตัวตนโดยใช้ลักษณะทางชีวภาพ (biometrics) ปัจจุบันมีธนาคารไทยพาณิชย์นำระบบนี้มาใช้ในการเปิดบัญชีโดยไม่ต้องไปที่สาขา ซึ่งตอนนี้อยู่ใน regulatory sandbox และมีธนาคารพาณิชย์กำลังเข้าร่วมทดสอบเพิ่มเติมอีก 1 ราย

“คิวอาร์โค้ดมีร้านค้าใช้กว่า 2 ล้านราย เข้าถึงกลุ่มโรงเรียนซึ่งมองว่าอนาคตจะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ ซึ่งคิวอาร์โค้ดไม่เพียงสะดวกปลอดภัย แต่ช่วยให้แบงก์เข้าถึงตลาดกลุ่มล่าง, ร้านค้า สามารถให้สินเชื่อโดยใช้ข้อมูลทางเลือก ไม่ใช่เพียงข้อมูลการเงิน”

ตอนนี้จึงเหลือเพียงเทคโนโลยี standard/open APis หรือช่องทางการเชื่อมต่อจากระบบหนึ่งไปสู่ระบบอื่น ๆ โดยในต่างประเทศมีการใช้แล้ว นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาให้บัตรเครดิตเป็นรูปแบบเวอร์ชวลการ์ด ใช้ผ่านสมาร์ทโฟนเหมือนกับซัมซุงเพย์ และมองว่าจากเทคโนโลยีต่าง ๆ จะส่งผลให้ทรานแซ็กชั่นเพิ่มขึ้น จากการใช้ในชีวิตประจำวัน