วิธิตากรุ๊ป แนะสูตร แคแร็กเตอร์ไทยโกอินเตอร์
แคแร็กเตอร์หรือตัวการ์ตูนต่าง ๆ นับเป็นเทรนด์มาแรงของวงการธุรกิจทั่วโลก เห็นได้จากความสำเร็จของหมีเนย หมูเด้ง ฯลฯ ที่ได้รับความนิยมในระดับโลก แผ่อานิสงส์ให้แคแร็กเตอร์สัญชาติไทยตัวอื่น ๆ ได้แจ้งเกิด และได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความคึกคักของงานอีเวนต์ในไทย และการนำแคแร็กเตอร์มาใช้ในด้านต่าง ๆ
แต่การที่แคแร็กเตอร์สัญชาติไทยจะไปโลดแล่นในระดับโลกได้เหมือนรุ่นพี่แคแร็กเตอร์ญี่ปุ่น เกาหลี หรือสหรัฐอเมริกานั้นยังมีโจทย์ที่ต้องแก้อยู่ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “พิมพ์พิชา อุตสาหจิต” กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทวิธิตากรุ๊ป เจ้าของแบรนด์และแคแร็กเตอร์หลากหลายตัวจากขายหัวเราะ และมหาสนุก ถึงการผลักดันแคแร็กเตอร์ไทยสู่เวทีโลก
“พิมพ์พิชา” กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีผู้สร้างแคแร็กเตอร์ หรือ Character IP รุ่นใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนักวาดอิสระ สตูดิโอ ไปจนถึงครีเอเตอร์ที่สามารถต่อยอดผลงานของตัวเองมาร่วมงานกับแบรนด์ การผลิตสินค้า และการสร้างคอมมิวนิตี้ของแฟนคลับ สะท้อนให้เห็นว่าแคแร็กเตอร์กำลังเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ในฐานะซอฟต์พาวเวอร์
จากเดิมที่แคแร็กเตอร์ไทยอาจยังไม่ใช่ชื่อแรก ๆ ที่ชาวต่างชาตินึกถึงเมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างเกาหลี ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกา แต่ปัจจุบันตลาดแคแร็กเตอร์ไทยเติบโตขึ้นมากจนเริ่มมีแคแร็กเตอร์ไทยที่ก้าวขึ้นมาเป็น “Pop Star” ในตลาดโลก และมีฐานแฟนต่างชาติขนาดใหญ่ เช่น น้องหมีเนย หรือกลุ่มแคแร็กเตอร์จาก GMMTV ซึ่งได้รับความนิยมจากแฟนคลับชาวต่างชาติอย่างมาก โดยเฉพาะชาวจีนที่ชื่นชอบวัฒนธรรมไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เห็นได้จากผลงานของครีเอเตอร์ไทยหลายคน รวมถึง “ปังปอนด์” ของขายหัวเราะเอง ยังได้เดินทางไปออกงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง และลอนดอน ประเทศอังกฤษ
สอดคล้องกับตลาดโลก ซึ่งอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ทั่วโลกมีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มแคแร็กเตอร์ยังคงเป็นหนึ่งในหมวดธุรกิจที่มีสัดส่วนสูงที่สุด
อารมณ์ขัน-เข้าถึงง่าย
“พิมพ์พิชา” อธิบายว่า แคแร็กเตอร์ไทยมีจุดเด่นพิเศษในเรื่องอารมณ์ขันแบบไทย ๆ ที่สามารถเข้าได้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดราม่า หรืออื่น ๆ เห็นได้ชัดในคอมเมนต์บนโซเชียลที่คนไทยจะสามารถตลกได้เสมอโดยไม่ต้องพยายามเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับความคิดสร้างสรรค์สูง ซึ่งถือเป็นต้นทุนตามธรรมชาติที่ฝังอยู่ใน DNA ของคนไทย
นอกจากนี้ยังมีภาพลักษณ์ที่น่ารัก เข้าถึงง่าย ยืดหยุ่น และไม่ห่างเหินจากแฟนคลับ เมื่อเทียบกับแคแร็กเตอร์จากประเทศอย่างญี่ปุ่น ที่มีแบบแผนค่อนข้างตายตัว ความเข้าถึงง่ายนี้ช่วยให้แฟนคลับรู้สึกว่าได้มีส่วนร่วมในเส้นทางการเติบโตของแคแร็กเตอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนความรักของแฟน ๆ ให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจ
4 ความท้าทายแคแร็กเตอร์ไทย
อย่างไรก็ตาม การผลักดันซอฟต์พาวเวอร์แคแร็กเตอร์ไทยสู่เวทีโลกยังมีความท้าทาย 4 ด้าน คือ “ขาดแคลนอีโคซิสเต็มที่แข็งแรง” เนื่องจากไทยเพิ่งเริ่มตื่นตัวในเรื่องนี้ทำให้ระบบนิเวศยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร ต่างจากต่างประเทศที่มีอีโคซิสเต็มและกระแสวัฒนธรรมอื่น ๆ คอยเกื้อหนุนอย่างเป็นระบบ เช่น กระแส K-pop ของเกาหลีใต้ และการส่งออกวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ที่ช่วยให้คนต่างชาติเปิดใจยอมรับแคแร็กเตอร์ญี่ปุ่นและเกาหลีได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน “ระบบสนับสนุนและการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมยังไม่ทั่วถึง” โดยเฉพาะกลุ่มครีเอเตอร์รายย่อย ซึ่งปัจจุบันไทยขาดระบบที่ช่วยโปรโมตหรือนำแคแร็กเตอร์ไปต่อยอดในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพราะการนำแคแร็กเตอร์ไปเจาะตลาดต่างประเทศด้วยตัวเองนั้นทำได้ยาก จึงจำเป็นต้องอาศัยการร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น ความร่วมมือระหว่างสถานทูตหรือกระทรวงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศเพื่อช่วยเปิดโอกาสทางการตลาด
รวมถึงยังมี “ข้อจำกัดทางเทคนิคในการนำแคแร็กเตอร์มาต่อยอดเชิงพาณิชย์” โดยแคแร็กเตอร์ไทยดั้งเดิมหลายตัว เช่น ของขายหัวเราะ เติบโตมาอย่างออร์แกนิกจากลายเส้นการ์ตูนบนกระดาษ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็นสินค้าตั้งแต่แรก
การนำมาทำเป็นมาสคอตหรือจัดวางบนสินค้าจึงมีความท้าทายเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ เช่น สัดส่วน ซึ่งแคแร็กเตอร์ที่เดิมมีสัดส่วนสมจริงแบบมนุษย์จะจัดวางบนสินค้าได้ยาก ไปจนถึงสีสัน เรื่องราว บุคลิก ขอบเขตการใช้งาน ที่ต้องปรับให้เข้ากับการใช้ผลิตสินค้า และกำหนดชัดเจน เพื่อนำไปต่อยอดโดยไม่ให้แบรนด์เสียหาย
นอกจากนี้ “พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความเฉพาะกลุ่มมากขึ้น” หลังปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่ได้ชอบสิ่งเดียวกันเหมือนในอดีต แต่มีความชอบที่กระจัดกระจายและเป็นกลุ่มย่อยเฉพาะตัวสูงมาก แคแร็กเตอร์ใหม่ ๆ จึงต้องออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่เฉพาะกลุ่มนี้ กลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายในการสร้างสรรค์และการสื่อสาร
แนะปั้นอีโคซิสเต็มหนุน
จากความท้าทายเหล่านี้การจะผลักดันซอฟต์พาวเวอร์แคแร็กเตอร์ไทยสู่เวทีโลกให้ทัดเทียมกับเจ้าตลาดอย่างญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐ ต้องอาศัยการสนับสนุน เช่น อีโคซิสเต็มที่จะเข้ามาช่วยครีเอเตอร์ขนาดเล็กในการปั้น โปรโมต และต่อยอดแคแร็กเตอร์ให้เติบโต อย่างการเชื่อมโยงแคแร็กเตอร์เข้ากับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อนำผลงานไปต่อยอดเป็นสินค้า งานอีเวนต์ สื่อสร้างสรรค์ หรือกิจกรรมคอลแลบส์ โดยที่ครีเอเตอร์ไม่จำเป็นต้องรับความเสี่ยงด้วยตัวเองทั้งหมด
เช่นเดียวกับการผลักดันแคแร็กเตอร์ไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ต้องการกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น ความร่วมมือระหว่างสถานทูต หรือกระทรวงวัฒนธรรม ของทั้ง 2 ประเทศในการทำโปรเจ็กต์ ซึ่งจะช่วยเปิดตลาดต่างประเทศให้กว้างขึ้น และสร้างโอกาสให้แคแร็กเตอร์ไทยได้มากกว่าดำเนินการของเอกชนฝ่ายเดียวการเชื่อมโยงกระแสร่วมกับ Soft Power อื่น ๆ ในต่างประเทศจะมีระบบนิเวศที่เกื้อหนุนกันอย่างชัดเจน เช่น กระแสความนิยมในตัวศิลปิน K-pop ที่ช่วยเปิดใจให้คนหันมารักและเปิดใจยอมรับแคแร็กเตอร์เกาหลีได้ง่ายขึ้น สำหรับไทยจึงจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศและกระแสส่งเสริมในลักษณะเดียวกัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและส่งเสริมให้แคแร็กเตอร์ไทยก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งและรวดเร็วยิ่งขึ้น
“วันนี้อุตสาหกรรมแคแร็กเตอร์ไม่ได้แข่งขันกันที่การขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันที่ การสร้างเรื่องราว การสร้างแฟนด้อม และการทำให้แคแร็กเตอร์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานของการต่อยอดไปสู่ธุรกิจลิขสิทธิ์, สินค้าของสะสม, การคอลแล็บ และประสบการณ์รูปแบบใหม่ ๆ”