ขยายโควตาจับ “ทูน่าครีบน้ำเงิน” เพิ่มขึ้น 25%
10 ประเทศและเขตเศรษฐกิจบรรลุข้อตกลง เพิ่มโควตาการจับปลาขนาดใหญ่ 30 กิโลกรัมขึ้นไป เพิ่ม 25% เป็น 14,836 ตันต่อปี เนื่องจากจำนวนประชากรปลากำลังฟื้นตัว
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า สิบประเทศและเขตเศรษฐกิจในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันตก บรรลุข้อตกลงขยายโควตาการจับปลาทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin Tuna) ขนาดใหญ่ สำหรับปี 2027-2028 เนื่องจากจำนวนประชากรปลากำลังฟื้นตัว
ในการประชุมร่วมทางออนไลน์ ระหว่างคณะกรรมาธิการทูน่าระหว่างอเมริกาเขตร้อน (IATTC) และคณะกรรมการทางเหนือ ภายใต้คณะกรรมการประมงตะวันตกและแปซิฟิกกลาง (WCPFC) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา
ตัวแทนจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และอีก 7 ฝ่าย ตกลงเพิ่มโควตาปี 2027-2028 สำหรับการจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนัก 30 กิโลกรัมขึ้นไป ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันตก ประมาณ 25% เป็น 14,836 ตันต่อปี เมื่อเทียบกับโควตาเดิมปี 2026 ซึ่งอยู่ที่ 11,869 ตัน
ขณะเดียวกัน โควตาสำหรับปลาที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 30 กิโลกรัม จะลดลงประมาณ 6% เหลือ 4,823 ตัน จากเดิมที่ 5,125 ตัน เพื่อบริหารจัดการทรัพยากร
เมื่อรวมโควตาสำหรับปลาทุกขนาดในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก จะอยู่ที่ 7,740 ตัน จากเดิมที่ 7,581 ตัน โดยยังไม่ได้เคาะโควตาสัดส่วนที่จะจัดสรรให้ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ โควตาปัจจุบันของญี่ปุ่นอยู่ที่ 8,421 ตันสำหรับปลาขนาดใหญ่ และ 4,407 ตันสำหรับปลาขนาดเล็ก
การหารือในครั้งนี้ เป็นการหารือต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อกลางเดือน ก.ค. ที่เมืองนางาซากิ ซึ่งในครั้งนั้นเม็กซิโกเรียกร้องให้ปรับสมดุลโควตาระหว่างฝั่งตะวันออกและตะวันตกของมหาสมุทรอย่างกะทันหัน ทำให้การเจรจาต้องหยุดชะงักลง
ต่อมาช่วงปลายเดือน ก.ค. ญี่ปุ่นส่ง ยูเฮ ยามาชิตะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ไปเม็กซิโกเพื่อเจรจากับ โคลัมบา โลเปซ หัวหน้ากระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของเม็กซิโก ซึ่งโลเปซตกลงที่จะสนับสนุนข้อเสนอเดิมของญี่ปุ่นในการเพิ่มโควตาการจับปลา
ทั้งนี้ รายละเอียดการจับปลาสำหรับมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันตกจะสรุปอีกครั้ง ในการประชุมประจำปีของ WCPFC ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศวานูอาตู ช่วงปลายเดือน พ.ย. โดยประเทศและเขตเศรษฐกิจทั้ง 26 แห่งจะต้องเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้
หากได้รับความเห็นชอบ จะถือเป็นการเพิ่มโควตาครั้งแรกในรอบ 2 ปี เพื่อตอบรับการฟื้นตัวของประชากรปลาทูน่าครีบน้ำเงิน หลังจากที่มีจำนวนลดลงอย่างมากจนต้องจำกัดปริมาณการจับในปี 2015