ตีโจทย์ความพร้อมประเทศไทย ABB ชี้โอกาสสู่ฐานดึงดูดลงทุนอุตฯอนาคต
โอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นฐานลงทุนในภูมิภาคของ Data Center หรือ AI ไม่ได้ตัดสินกันเพียงเรื่องสิทธิประโยชน์หรือทำเล แต่กำลังถูกชี้ขาดด้วย “พลังงาน” ทั้งปริมาณ คุณภาพ ความมั่นคง และความสามารถในการรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว สำหรับ “นายแอนเดอร์ มัลทีเซ็น” ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของเอบีบี ประจำภูมิภาคเอเชีย (ABB) ได้เปิดเผยผ่านบทสัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ที่มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการรับการลงทุนใหม่ เพราะมีฐานอุตสาหกรรมแข็งแรง ทำเลเหมาะสม และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมพอสมควร แต่ความได้เปรียบดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนเร่งเตรียมระบบพลังงานให้ทันกับความเร็วของการลงทุน
โอกาสใหม่ของไทย
ABB เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่เติบโตมากับธุรกิจไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติมานานกว่า 140 ปี ปัจจุบันดำเนินธุรกิจหลักด้าน Electrification, Automation และ Motion รวมถึงซอฟต์แวร์ ดิจิทัล และ AI โดยนำความรู้ด้านวิศวกรรมมาเชื่อมกับเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรม ในประเทศไทย ABB เข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคมานานมากแล้ว เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ปี 2456 จนตอนนี้เรามีสำนักงานใหญ่ ศูนย์บริการ สาขา และฐานการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมบางปู
อย่างที่เรารู้กันว่าการเติบโตของ AI, Cloud, Data Center และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงกำลังเปลี่ยนรูปแบบความต้องการพลังงานของประเทศ วันนี้ธุรกิจไม่ได้ต้องการเพียงไฟฟ้า แต่มีความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ และพร้อมใช้งานตลอดเวลา เมื่อเรารู้ว่า Data Center แตกต่างจากโรงงานทั่วไป เพราะการหยุดทำงานแม้ช่วงเวลาสั้น ๆ สามารถสร้างความเสียหายอย่างมาก นักลงทุนจึงพิจารณาแผนการลงทุนที่ต้องหาทั้งความพร้อมของพื้นที่ก่อสร้าง แหล่งน้ำ ระบบทำความเย็น ระบบสื่อสาร และระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะระบบสำรองหลายชั้นที่จะต้องทำให้ศูนย์ข้อมูลเดินเครื่องต่อเนื่องแม้เกิดเหตุขัดข้อง
ความท้าทายไม่ได้อยู่เฉพาะประเทศไทย หลายประเทศกำลังแข่งขันกันเร่งพัฒนา Data Center เพื่อรองรับความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่บางตลาดอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพลังงานและทรัพยากรจนต้องชะลอการพัฒนาในบางพื้นที่ สะท้อนได้ว่าการประกาศแผนลงทุนจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการจะเกิดขึ้นจริง เพราะท้ายที่สุดต้องผ่านข้อจำกัดด้านไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน และโครงสร้างพื้นฐานก่อน ส่วนในเอเชีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ต่างเร่งพัฒนา Data Center เช่นกัน ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น ประเทศไทยจึงต้องทำให้โครงสร้างพื้นฐานพร้อมก่อนที่โอกาสการลงทุนจะเคลื่อนย้ายไปยังประเทศอื่น
ใช้ Data Science
แนวโน้มที่น่าสนใจ คือ การพัฒนา Data Center ควบคู่กับแหล่งผลิตไฟฟ้าในพื้นที่เดียวกัน เพื่อลดภาระระบบสายส่งและเพิ่มความมั่นคงของการจ่ายไฟ โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ไฟฟ้าไม่ใช่ทรัพยากรเดียวที่ต้องเตรียมพร้อม เพราะ Data Center ต้องใช้น้ำสำหรับระบบหล่อเย็นเซิร์ฟเวอร์ด้วย การวางแผนพื้นที่จึงต้องมองทั้งพลังงาน น้ำ ระบบส่งไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไปพร้อมกัน คำถามคือ แล้วประเทศไทยพร้อมไหม ผมมองว่าไทยมีความพร้อมในระดับหนึ่ง แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อภาครัฐ ผู้ผลิตไฟฟ้า ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และภาคเอกชนทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของนักลงทุนในตอนนี้ให้ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าวันใดคู่แข่งจะชิงตลาดนี้ไปได้ก่อน
ตอนนี้บทบาทของ ABB ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่เราทำหน้าที่เชื่อมระบบไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และดิจิทัลเข้าด้วยกัน สำหรับ Data Center ธุรกิจ Electrification จะเข้ามาดูแลระบบไฟฟ้าและสวิตช์เกียร์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ขณะที่ Automation และ Digital Solutions จะเข้ามาสนับสนุนระบบควบคุม การบริหารจัดการ และการวิเคราะห์ข้อมูล เพราะเราทำให้ผู้ประกอบการลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าขัดข้อง ลดเวลาหยุดระบบ และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดังนั้น เทคโนโลยี Data Science เป็นอีกเครื่องมือที่ ABB ให้ความสำคัญ โดยนำข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งกับอุปกรณ์มาศึกษาพฤติกรรมการทำงานและการเสื่อมสภาพตามปกติ เมื่อค่าที่วัดได้เบี่ยงเบนจากรูปแบบ ระบบสามารถแจ้งเตือนให้เข้าตรวจสอบหรือบำรุงรักษาก่อนเกิดความเสียหาย เทคโนโลยีเซ็นเซอร์เองก็พัฒนาอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟตลอดเวลา ตอนนี้สามารถใช้พลังงานที่เกิดขึ้นเอง เช่น ความร้อนหรือแรงสั่นสะเทือน ขณะที่เทคโนโลยี APL ช่วยให้เซ็นเซอร์เชื่อมต่อเครือข่ายเก็บข้อมูลได้มากขึ้น ปรับเทียบตัวเอง และวิเคราะห์หรือตัดสินใจเบื้องต้นได้ที่ตัวอุปกรณ์โดยไม่ต้องส่งข้อมูลกลับไปยังระบบควบคุมส่วนกลาง ทำให้ตอบสนองเร็วขึ้นและเพิ่มความน่าเชื่อถือ
ไฟฟ้าสะอาดต้องระวังผันผวน
สำหรับประเทศไทยการเตรียมรับ Data Center ไม่ควรมองเพียงการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เพราะไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ระบบพลังงานที่มีอยู่สามารถยกระดับประสิทธิภาพได้อีกมาก ทั้งระบบส่ง ระบบจำหน่าย ระบบควบคุม และการบริหารสินทรัพย์ หากทำให้สินทรัพย์เดิมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ใช้พลังงานน้อยลง ลดการสูญเสีย และตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว ผมมองว่า EEC จึงเป็นพื้นที่สำคัญ เพราะมีทั้งอุตสาหกรรมเดิมData Center อิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนเทคโนโลยีใหม่เข้ามาพร้อมกัน การเพิ่มหม้อแปลง จุดจ่ายไฟ และการยกระดับระบบส่งในพื้นที่จึงต้องวางแผนล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ข้อจำกัดของโครงข่ายกลายเป็นคอขวดของการลงทุน
อีกโจทย์คือ การเพิ่มพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าสะอาดและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน แต่การขยายตัวต้องเหมาะสมกับศักยภาพของระบบ เพราะพลังงานจากแสงอาทิตย์และลมมีความผันผวน ระบบไฟฟ้าในอนาคตจึงต้องยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถมองเห็นสถานะของระบบแบบเรียลไทม์ คาดการณ์ความต้องการ และบริหารความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนได้ โดยดิจิทัล AI และระบบอัตโนมัติจะมีบทบาทมากขึ้น ขณะเดียวกัน Cybersecurity ต้องถูกยกระดับควบคู่กัน เพราะเมื่อระบบพลังงานเชื่อมต่อกันมากขึ้นความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงด้านพลังงาน
ขยายคนไม่สร้างโรงงานใหม่
ในเชิงธุรกิจ ABB มอง Data Center เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง แต่บริษัทไม่มีแผนตั้งโรงงานผลิตแห่งใหม่ในประเทศไทย เนื่องจากอุปกรณ์หลักผลิตจากโรงงานเพียงไม่กี่แห่งทั่วโลก สิ่งที่จะขยายมากขึ้น คือ ทีมงานในประเทศ ทั้งวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล บุคลากรด้านเทคนิค และฝ่ายขาย เพื่อรองรับความต้องการของตลาด อีกทั้งการนำเสนอโซลูชั่นที่จะมอบให้ลูกค้าเพื่อเพิ่มความยั่งยืน ลูกค้าหลักของ ABB ยังคงครอบคลุมภาคอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้า และภาคพลังงาน โดยบริษัทจะติดตามทิศทางการลงทุนของลูกค้า ไม่ยึดติดกับอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่พร้อมสนับสนุนการผลิตที่ใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนซึ่งกำลังเป็นแนวโน้มสำคัญของโลก
ผมว่าประเทศไทยถึงจุดที่ต้องเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมแล้ว เรากำลังมีแผน PDP ฉบับใหม่ที่จะทำให้โครงสร้างพลังงานทุกรูปแบบของไทยมั่นคงขึ้น อยากให้ประเทศไทยคิดไกลกว่าโจทย์ว่ามีไฟฟ้าพอหรือไม่ แต่ต้องตอบให้ได้ว่าไฟฟ้ามีคุณภาพเพียงใด ระบบมีความยืดหยุ่นแค่ไหน และสามารถรองรับความต้องการใหม่ได้เร็วเพียงใด อย่าลืมว่าการแข่งขันเพื่อดึงดูด Data Center ไม่ได้วัดกันว่าใครมีไฟฟ้ามากที่สุด แต่คือใครสามารถสร้างระบบพลังงานที่เชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตในระยะยาวกว่ากัน โอกาสของไทยในการเป็นฐาน Data Center และ AI ของภูมิภาคก็จะไม่ใช่เพียงกระแสการลงทุนที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่สามารถต่อยอดเป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ในระยะยาวได้