นายกฯ แจงวุฒิสภา ย้ำ พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อความมั่นคงเศรษฐกิจ ไม่กระทบกรอบหนี้สาธารณะ
นายกฯ แถลง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านต่อวุฒิสภา ย้ำเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ-แก้วิกฤตพลังงาน-ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ไม่กระทบกรอบบริหารหนี้สาธารณะไม่เกิน 70%
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานกาประชุม เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงเหตุผลต่อที่ประชุม ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 เห็นชอบให้มีการตรา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง ซึ่ง พ.ร.ก.ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค. 2569 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1 ที่กำหนดให้การตรา พ.ร.ก.กระทำได้เฉพาะ ครม.เห็นว่าเพื่อประโยชน์ที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ขอย้ำถึงความจำเป็นต่อการกู้เงินเนื่องจากวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นและงบประมาณปี 2569 มีไม่เพียงพอต่อขนาดของผลกระทบ และภาระค่าใช้จ่ายต่อการแก้ไขวิกฤตพลังงาน รวมถึงการใช้มาตรการทางการคลังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทัน หากไม่ทำจะทำให้วิกฤตยืดเยื้อ เพิ่มความเสี่ยงเชิงระบบเศรษฐกิจ จึงต้องตรา พ.ร.ก.
นอกจากนั้นต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก สำหรับการตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อเป้าหมายรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจฉุกเฉิน หลีกเลี่ยงไม่ได้ และช่วยเหลือประชาชนเกษตรกร ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ลดการใช้พลังงงานฟอสซิลให้เร็วที่สุด รวมถึงส่งเสริมใช้พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกในประเทศ
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ภาพรวมการกู้เงินของรัฐบาล เกิดสถานการณ์วิกฤต รัฐบาลพยายามบริหารจัดการแหล่งเงิน แต่มีไม่เพียงพอ ไม่ทันสถานการณ์ และเป็นวิกฤตใช้ ต้องใช้เงินแก้ปัญหาผลกระทบ 4 แสนล้านบาท ใช้วิธีงบประมาณปกติ หรือกู้เงินตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสุดท้าย
ทั้งนี้การกู้เงินดังกล่าวและกู้เงินกรณีดังกล่าวไม่กระทบต่อการบริหารหนี้สาธารณะที่กฎหมายวางกรอบไว้ไม่เกิน 70% ขณะที่การใช้เงินกู้ให้คุ้มค่า จำเป็นเร่งด่วน ไม่ซ้ำซ้อน กำหนดให้ต้องผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการและเป็นไปตามบัญชีแนบท้าย
“สัปดาห์ที่ผ่านการเห็นชอบจากสภาตามขั้นตอนกฎหมาย รัฐบาลจึงเสนอต่อวุฒิสภาให้พิจารณา และหากไม่มีปัญหาใด ๆ ขอความกรุณาลงมติให้มีผลบังคับใช้ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลในแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พลังงาน สร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯ แถลงต่อวุฒิสภา นายกฯ ได้อ่านเหตุผลด้วยเสียงแหบแห้ง และมีอาการไอเป็นระยะ ซึ่งนายกฯ กล่าวต่อที่ประชุมว่า กราบขออภัยจริง ๆ ผมพยายามรักษาอาการป่วยของหลอดลม ไปให้หมอดริปยาแล้ว ก็ดีขึ้น แต่เนื่องจากผมเห็นว่าเรื่องนี้มีความจำเป็น และเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ต้องให้เกียรติต่อวุฒิสภา จึงตัดสินใจที่จะมาขอแถลงยืนยัน พ.ร.ก.ด้วยตัวเอง