สมาคมกุ้งไทยพบ “ยศชนัน” วอน อว.เร่งแก้โรค-ลดต้นทุน ฟื้นกุ้งไทยหลังหล่นอันดับ 7 โลก
สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งเข้าพบ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” สะท้อนปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งที่เรื้อรังกว่า 10 ปี โดยเฉพาะโรคระบาดที่ฉุดผลผลิตและดันต้นทุน จนไทยจากเคยเป็นผู้ผลิต-ส่งออกอันดับหนึ่ง ลดลงมาอยู่อันดับ 7 ของโลก ปัจจุบันผลผลิตเหลือราว 270,000-280,000 ตันต่อปี เสนอ อว.ดึงองค์ความรู้ด้านสายพันธุ์ อาหารกุ้ง โรค การจัดการ และพลังงาน พร้อมหนุน “Hub of Knowledge” เพื่อถ่ายทอดงานวิจัยถึงบ่อเลี้ยงและฟื้นขีดแข่งขันระยะยาว
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เข้าพบ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะทำงาน
การเข้าพบครั้งนี้มีขึ้น ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา ก่อนการประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 เพื่อชี้แจงปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยที่เรื้อรังมากว่า 10 ปี และเสนอแนวทางฟื้นฟูอุตสาหกรรม
นายเอกพจน์กล่าวว่า ปัจจุบันกุ้งไทยกำลังเผชิญปัญหาผลผลิตไม่เพียงพอ ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง ส่วนแบ่งตลาดโลกลดลง จากที่ไทยเคยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกกุ้งอันดับหนึ่งของโลก ปัจจุบันลดลงมาอยู่ในอันดับ 7 ของห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งโลก
ขณะที่ผลผลิตกุ้งไทยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 270,000-280,000 ตันต่อปี โดยปัญหาสำคัญคือโรคระบาด ซึ่งส่งผลทั้งต่อปริมาณผลผลิตและต้นทุนการเลี้ยง จนกระทบความสามารถในการแข่งขันของไทย
ขอ อว.ใช้วิทยาศาสตร์แก้ทั้งระบบ
นายเอกพจน์เสนอให้กระทรวง อว. และหน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีบทบาทหลักด้านการวิจัยและนวัตกรรม นำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาการผลิตกุ้งอย่างเป็นระบบ
ประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการครอบคลุมทั้งเรื่องสายพันธุ์ อาหารกุ้ง โรคและการจัดการ รวมถึงพลังงาน เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดความเสียหายจากโรค และลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร
สมาคมกุ้งไทยยังเสนอให้เร่งรวบรวมงานวิจัยที่มีอยู่ โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านโรคและการบริหารจัดการการเลี้ยง แล้วถ่ายทอดลงไปถึงระดับบ่อเลี้ยง เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง
หนุนตั้ง “Hub of Knowledge”
อีกข้อเสนอสำคัญคือการสนับสนุนโครงการศูนย์กลางองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งของประเทศไทย หรือ Hub of Knowledge ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สวทช. และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรม รวมถึงสร้างเครือข่ายทางวิชาการ เพื่อนำงานวิจัยมาบูรณาการและต่อยอดสู่การยกระดับการบริหารจัดการการเพาะเลี้ยงกุ้ง
เป้าหมายคือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว
“ขอขอบคุณ ดร.ยศชนันที่ให้โอกาสในการเข้าพบเพื่อสะท้อนปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรมกุ้งไทยที่เรื้อรังมากว่า 10 ปี และขอให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. เร่งเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการผลิตกุ้งทั้งระบบ โดยเฉพาะการรวบรวมงานวิจัยเรื่องโรค และการจัดการการเลี้ยง เพื่อนำองค์ความรู้ที่ประเทศไทยมีอยู่ส่งต่อถึงบ่อเลี้ยง เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตกุ้งได้มากขึ้น มีอัตรารอดสูงขึ้น ต้นทุนแข่งขันได้ และพาอุตสาหกรรมกุ้งไทยกลับมาเติบโตอีกครั้ง” นายเอกพจน์กล่าว