‘NIA’ ลุยปั้น Climate Tech Ecosystem ดัน 14 นวัตกรรมไทยสู่ตลาดจริง สู้โจทย์คาร์บอนต่ำ
NIA เปิดเวที “Climate X 2026 Demo Day” ส่ง 14 สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนผลงานวิจัยสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ ชูโมเดล Groom–Grant–Growth–Global เปลี่ยนวิกฤต Climate Change เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ เชื่อมทุนภาคอุตสาหกรรมผลักดันไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเครือข่าย จัดกิจกรรม “Climate X 2026 Demo Day” ภายใต้โครงการเร่งรัดการเติบโตธุรกิจนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ (Climate X 2026) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ห้อง Amber Meeting Rooms ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการนวัตกรรมด้าน Climate Tech จำนวน 14 บริษัท ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาอย่างเข้มข้นตลอดโครงการ ทั้งด้านเทคโนโลยี กลยุทธ์และโมเดลธุรกิจ การเข้าถึงตลาด ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อขยายธุรกิจ พร้อมเปิดโอกาสในการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน แหล่งเงินทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้นวัตกรรมสามารถนำไปใช้ได้จริงและเติบโตเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นายปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายพันธมิตรเข้าร่วมงาน
Climate Change คือโจทย์เศรษฐกิจโลก
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังส่งผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม พลังงาน การเกษตร และการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero กำลังสร้างทั้งความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่
“ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้าน Climate Tech มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม”
NIA วางกลไก ปั้นนวัตกรรมสู่ตลาดจริง
ดร.กริชผกา กล่าวเพิ่มเติมว่า NIA ในฐานะ Focal Conductor หรือผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรมของประเทศ มุ่งขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมผ่านกลไก Groom – Grant – Growth – Global ตั้งแต่การบ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการ การสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรม การสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาด ไปจนถึงการผลักดันธุรกิจไทยให้สามารถเติบโตและขยายสู่ระดับสากล
สำหรับ Climate Tech นั้น NIA ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับภาคอุตสาหกรรม หหน่วยงานภาครัฐ นักลงทุน และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้นวัตกรรมไม่ได้หยุดอยู่เพียงขั้นการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องสามารถนำไปใช้ได้จริง มีตลาดรองรับ สร้างรายได้ และเติบโตเป็นธุรกิจอย่างยั่งยืน
Climate X 2026 จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าโครงการบ่มเพาะ แต่เป็นกลไกเร่งการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม โดยให้ผู้ประกอบการพัฒนา “เทคโนโลยี” ควบคู่กับ “ธุรกิจ” พร้อมสร้างโอกาสในการทดลองใช้เทคโนโลยีจริง การสร้างความร่วมมือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการขยายตลาด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันผู้ประกอบการจาก “นวัตกรรมที่ดี” ไปสู่ “ธุรกิจที่เติบโตได้จริง”

14 Climate Tech กับเทคโนโลยีเพื่อเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ผู้ประกอบการทั้ง 14 บริษัทที่เข้าร่วม Climate X 2026 ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ในหลากหลายสาขา อาทิ พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน การดักจับและใช้ประโยชน์จากคาร์บอน การเดินทางสีเขียวและเชื้อเพลิงแห่งอนาคต วัสดุยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน
ตลอดระยะเวลาของโครงการ ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยี การวางกลยุทธ์และโมเดลธุรกิจ การเข้าถึงตลาด และการเตรียมความพร้อมเพื่อขยายธุรกิจ พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน รวมถึงโอกาสเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อทดลองใช้เทคโนโลยีจริง สร้างความร่วมมือ เข้าถึงแหล่งเงินทุน และต่อยอดสู่ตลาดในอนาคต
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสินและให้คำแนะนำ ประกอบด้วย 1.ดร.เบญจวรรณ มุ่งรักษาธรรม Technology Evaluation Director บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด 2.นายจิรศักดิ์ คงสกุลทรัพย์ – ผู้จัดการทั่วไป บ่อพลอยเอนเนอร์จี 3.นายทวีศักดิ์ ศิริสืบ หัวหน้ากองวิจัยและนวัตกรรมธุรกิจใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 4.นายรัฐ เรืองโชติวิทย์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านการลดก๊าซเรือนกระจก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
5.นางสาวสุมน สุเมธเชิงปรัชญา ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนนโยบายคาร์บอนต่ำและวิชาการ (สนว.) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก 6.ดร.อำพล อาภาธนากร ผู้จัดการพัฒนานวัตกรรมอาวุโส สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และ 7.ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ ผู้จัดการฝ่าย Office of CEO บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (ร่วมผ่านระบบออนไลน์)

ประกาศผล 4 รางวัล Climate X 2026
- CLIMATE X GRAND PRIZE ได้แก่ บริษัท ชาลูพาส แอนด์โค จำกัด
มอบรางวัลโดย ดร.อำพล อาภาธนากร ผู้จัดการพัฒนานวัตกรรมอาวุโส สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ - CLIMATE X FIRST RUNNER-UP ได้แก่ บริษัท พีเจซี คอมโพสิตส์ จำกัด
มอบรางวัลโดย คุณทวีศักดิ์ ศิริสืบ หัวหน้ากองวิจัยและนวัตกรรมธุรกิจใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย - CLIMATE X SECOND RUNNER-UP ได้แก่ บริษัท ไททัม คอร์เปอร์เรท จำกัด
มอบรางวัลโดย ดร.เบญจวรรณ มุ่งรักษาธรรม Technology Evaluation Director บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด - CLIMATE X POPULAR CHOICE AWARD ได้แก่ บริษัท ชาลูพาส แอนด์โค จำกัด
มอบรางวัลโดย ผศ.ดร.หทัยทิพย์ สินธุยา คณบดีวิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแห่งเอเชีย (adiCET) บริษัท ชาลูพาส แอนด์โค จำกัด สามารถคว้ารางวัลใหญ่ได้ถึง 2 รางวัล ทั้ง CLIMATE X GRAND PRIZE และ CLIMATE X POPULAR CHOICE AWARD
จาก Demo Day สู่การสร้าง Climate Tech Ecosystem
ดร.กริชผกา กล่าวทิ้งท้ายว่า NIA คาดหวังว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วม Climate X 2026 จะสามารถนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายที่ได้รับจากโครงการไปต่อยอด เพื่อสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
พร้อมกันนี้ NIA จะเดินหน้าทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้ผู้ประกอบการ Climate Tech ไทย สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้จริง เข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุน และยกระดับศักยภาพการแข่งขัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) และการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการและกิจกรรมด้านนวัตกรรมของ NIA สามารถติดตามรายละเอียดโครงการในอนาคต ได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติและเครือข่ายพันธมิตร