“เอกนิติ” ถก กกร. เร่งเครื่องดันประเทศรายได้สูง ชงแผน Quick Wins นายกฯ ใน 4 สัปดาห์
“เอกนิติ” ถก กกร. เร่งเครื่องดันประเทศรายได้สูง ชงแผน Quick Wins นายกฯ ใน 4 สัปดาห์ -กำหนดแผนดำเนินงาน 3 ระยะ ภายใน 3 สัปดาห์ หารืออนุฯ กรอ.
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับการหารือกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) รัฐบาลมุ่งมั่นยกระดับศักยภาพของประเทศเพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580
โดยคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ตั้งเป้าขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี ผ่านยุทธศาสตร์ Investment-led Growth พร้อมทั้งผลักดันสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ที่อย่างน้อย 30% ของจีดีพี และตั้งเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้ก้าวขึ้นสู่ 20 อันดับแรกของโลก ซึ่งขณะนี้ไทยอยู่อันดับที่ 26 ของโลก
“ภาคเอกชนถือเป็น ‘กองหน้า’ ของทีมเศรษฐกิจไทยที่มีบทบาทสำคัญในการลงทุน สร้างงาน และสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ระหว่างกองหน้าใน 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย และ ‘กองกลาง’ ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เอไอ พลังงาน และระบบการเงิน
ขณะที่ภาครัฐพร้อมทำหน้าที่สนับสนุน ปลดล็อกอุปสรรคทางกฎระเบียบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขัน โดยทุกภาคส่วนต้องทำงานเป็นทีมเดียวกันเพื่อเร่งแปลงข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติจริงให้เร็วที่สุด” ดร.เอกนิติ และว่า ‘กองหลัง’ คือกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยที่รักษาเสถียรภาพทางการคลังและการเงินให้ดีขึ้น โดยจะเห็นว่าบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือได้ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยเป็นมีเสถียรภาพ
การหารือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากงาน The Bangkok Business Summit 2026 ซึ่งนำมาพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายใน 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย หรือกองหน้า ได้แก่ 1) เกษตรและการแปรรูปอาหาร 2) ยานยนต์ 3) การค้าปลีกและการค้า 4) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 5) การแพทย์และเวลเนส 6) การท่องเที่ยว และ 7) เศรษฐกิจสร้างสรรค์
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ได้หารือและกำหนดแนวทางดำเนินงานร่วมกัน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1) Stabilize Today แก้ไขปัญหาเร่งด่วน ลดต้นทุน และปลดล็อกอุปสรรคที่กระทบต่อภาคธุรกิจ 2) Transition Now สนับสนุนผู้ประกอบการให้ปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยี พลังงาน รูปแบบธุรกิจ และมาตรฐานใหม่ และ 3) Invest for Tomorrow วางรากฐานการลงทุน อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว “รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่คนไทยแรงงานไทย ให้เก่งขึ้นและมีรายได้เพิ่มขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ดร.เอกนิติ กล่าวว่า ภายใน 3 สัปดาห์ หาข้อสรุปเพื่อหารือกับคณะอนุกรรมการกรอ. และภายใน 4 สัปดาห์ จะเสนอนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรอ.