เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มรดกแห่งความซื่อสัตย์ สิ่งที่ถูกต้องแม้ไม่มีใครเห็น
Columns มรดกแห่งความซื่อสัตย์ สิ่งที่ถูกต้องแม้ไม่มีใครเห็น
จับตาปรับแผนการคลังลุ้น ‘ขยับ VAT’ แก้ฐานะประเทศ ?
Finance จับตาปรับแผนการคลังลุ้น ‘ขยับ VAT’ แก้ฐานะประเทศ ?
SCB รุกตลาดมรดก Wealth ชูคุ้มครองยาวถึง 120 ปี ปักธงยอดขาย 2.8 พันล้าน
Finance SCB รุกตลาดมรดก Wealth ชูคุ้มครองยาวถึง 120 ปี ปักธงยอดขาย 2.8 พันล้าน
DSI สั่งฟ้อง ‘ป้อม-ฟิล์ม’ คดี Forex พร้อมพวก 34 ราย เสียหายพันล้าน
Politics DSI สั่งฟ้อง ‘ป้อม-ฟิล์ม’ คดี Forex พร้อมพวก 34 ราย เสียหายพันล้าน
BEM โผล่บิ๊กลอต 200 ล้านหุ้น มูลค่า 1.3 พันล้าน ราคาเฉลี่ย 6.50 บาท
Finance BEM โผล่บิ๊กลอต 200 ล้านหุ้น มูลค่า 1.3 พันล้าน ราคาเฉลี่ย 6.50 บาท
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 68,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 68,650 บาท
‘ชัชชาติ’ เปิดแผนรับมือฝนถล่ม 24-27 ก.ย.นี้ เพิ่มพื้นที่รับน้ำ ย้ำ ‘น้ำเหนือ’ ยังไม่วิกฤต
News ‘ชัชชาติ’ เปิดแผนรับมือฝนถล่ม 24-27 ก.ย.นี้ เพิ่มพื้นที่รับน้ำ ย้ำ ‘น้ำเหนือ’ ยังไม่วิกฤต
ค้านแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ชาวนาขอเงินเยียวยารอบใหม่ไร่ละ 2,000
Economic ค้านแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ชาวนาขอเงินเยียวยารอบใหม่ไร่ละ 2,000
สภารับหลักการ 4 กฎหมายตลาดทุน เพิ่มอำนาจ ก.ล.ต. สอบสวนคดีร้ายแรง
Finance สภารับหลักการ 4 กฎหมายตลาดทุน เพิ่มอำนาจ ก.ล.ต. สอบสวนคดีร้ายแรง
เนเน่ ชนะใจคนทั้งโลก คว้าแชมป์ AGT 2026
Biz Movement เนเน่ ชนะใจคนทั้งโลก คว้าแชมป์ AGT 2026
ดูทั้งหมด

ค้านแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ชาวนาขอเงินเยียวยารอบใหม่ไร่ละ 2,000

24 ก.ย. 2569 | 10:32น.

สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยค้านแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ห่วงกระทบสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ จี้รัฐตอบให้ชัด “ชาวนาได้อะไร-เสียอะไร” ท่ามกลางต้นทุนทำนาพุ่ง 6,000-6,500 บาทต่อไร่ ขณะที่เงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาทยังมีเกษตรกรตกค้างรอการช่วยเหลือ ส่วนข้อเสนอรอบใหม่ช่วยไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ ยังรอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา เรียกร้องรัฐเร่งตัดสินใจ พร้อมหันหนุนวิจัยพันธุ์ข้าวเพิ่มผลผลิต-รับตลาดโลก

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เนื่องจากยังมีข้อสงสัยหลายประเด็น โดยเฉพาะหลังแก้ไขกฎหมายแล้วเกษตรกรจะได้รับประโยชน์อย่างไร รวมไปถึงการใช้เมล็ดพันธุ์จะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด และเกษตรกรจะมีข้อจำกัดและทางเลือกในการใช้เมล็ดพันธุ์อย่างไร และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดรายละเอียดให้ชัดเจน โดยเฉพาะผลต่อสิทธิในการเก็บ ใช้ และเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ ตลอดจนมาตรการปกป้องพันธุ์ข้าวดั้งเดิมของประเทศ

ทั้งนี้  พันธุ์ข้าวดั้งเดิมที่ประเทศไทยมีอยู่ถือเป็นต้นทุนของชาวนาและเป็นสมบัติของชาติ จึงกังวลว่าหากนำพันธุ์เหล่านี้ไปวิจัยและปรับปรุงจนเกิดสิทธิในพันธุ์ใหม่ภายใต้บริษัทหรือผู้พัฒนาพันธุ์แล้ว จะเกิดข้อจำกัดต่อเกษตรกรและประเทศอย่างไร รวมถึงเกษตรกรจะยังสามารถใช้และเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้มากน้อยเพียงใด

ที่ผ่านมาวิถีของเกษตรกรมีทั้งการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง การแลกเปลี่ยนและจำหน่ายระหว่างเกษตรกร ขณะที่เมล็ดพันธุ์เมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งอาจเกิดพันธุ์ปนและสูญเสียความบริสุทธิ์ ทำให้สุดท้ายเกษตรกรจำเป็นต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ ดังนั้น ภาครัฐต้องตอบให้ได้ว่าจะรักษาและคุ้มครองพันธุ์ดั้งเดิม เพื่อให้เกษตรกรยังสามารถเข้าถึงและนำมาเพาะปลูกได้อย่างไร

ปัจจุบันเกษตรกรมีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 1-1.2 ล้านตันข้าวเปลือกต่อปี แต่หน่วยงานของรัฐยังไม่สามารถผลิตหรือจัดหาได้เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งนายปราโมทย์มองว่าเป็นจุดอ่อนที่อาจส่งผลทั้งต่อผลผลิตและคุณภาพของสายพันธุ์

“ต่อไปถ้าเราเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ทำเองไม่ได้ ทำหน้าหนึ่งแล้วจะเก็บไว้ทำอีกหน้าหนึ่งไม่ได้ มันจะเป็นภาระกับชาวนา อะไรก็แล้วแต่อย่าให้ยุ่งยากกับชาวนาเลย”

ขณะเดียวกันปัญหาที่ชาวนากำลังเผชิญไม่ได้มีเพียงเรื่องเมล็ดพันธุ์ แต่ยังรวมถึงต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง โดยนายปราโมทย์ประเมินว่าต้นทุนเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 6,000-6,500 บาทต่อไร่ จากค่าปุ๋ย น้ำมัน สารเคมีและต้นทุนการเพาะปลูก ขณะที่บางช่วงเกษตรกรขายข้าวได้เพียงประมาณ 4,500-6,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาสภาพอากาศ ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่นาปีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งปลูกข้าวหอมมะลิ 105 และต้องอาศัยน้ำฝน บางพื้นที่ต้องปลูกซ้ำ 2-3 ครั้ง หลังหว่านเมล็ดแล้วต้นข้าวแห้งตายจากภาวะฝนทิ้งช่วง หรือเมื่อฝนตกกลับประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้เกษตรกรสูญเสียต้นทุนและเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้น

สำหรับมาตรการช่วยเหลือชาวนา นายปราโมทย์กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีเงินช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ในส่วนที่ตกค้าง ซึ่งอยู่ระหว่างรอการดำเนินการ ซึ่งมีเกษตรกรตกค้างประมาณ 230,000 ครัวเรือน คาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,846 ล้านบาท และเรื่องได้ผ่านกระบวนการพิจารณาบางส่วนแล้ว แต่รอมาประมาณ 4 เดือน

นายปราโมทย์ระบุว่า ได้รับแจ้งว่าประเด็นเงินตกค้างดังกล่าวจะถูกนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหากผ่านขั้นตอนนี้จะสามารถเดินหน้าการช่วยเหลือเกษตรกรส่วนที่ยังไม่ได้รับเงินต่อไป

ส่วนข้อเสนอช่วยเหลือชาวนารอบใหม่ สมาคมเสนอให้ช่วยเหลือไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ต่อราย ซึ่งได้เสนอเรื่องเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) แล้ว และต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้านการผลิตก่อนดำเนินการในขั้นต่อไป

นายปราโมทย์กล่าวว่า การประชุมในส่วนดังกล่าวถูกเลื่อนมาแล้วหลายครั้งขณะที่เกษตรกรต้องการความชัดเจนว่ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการหรือไม่ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนและรายได้โดยตรง

“รัฐมนตรีก็บอกว่าอยากให้มันจบ ๆ ไป คือให้หรือไม่ให้ก็จะได้รู้กันเลย เพราะที่เราเสนอไปเขาก็รับฟัง แต่ทุกวันนี้ยังไม่ได้ประชุมสักที เลื่อนไปเลื่อนมาอยู่”

นายปราโมทย์กล่าวว่า สิ่งที่ชาวนาต้องการในระยะยาวไม่ใช่การรอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล หากสามารถทำให้ราคาข้าวที่เกษตรกรขายได้อยู่ในระดับเหมาะสมกับต้นทุน โดยยกตัวอย่างว่า หากข้าวสดขายได้ไม่ต่ำกว่าตันละ 8,000-8,500 บาท ขณะที่ราคาปุ๋ยลดลงเหลือประมาณกระสอบละ 700-800 บาท และต้นทุนน้ำมันลดลง เกษตรกรก็ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องความช่วยเหลือในลักษณะดังกล่าว

อีกทั้งเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงและตอบสนองความต้องการของตลาด โดยเฉพาะแนวโน้มตลาดต่างประเทศที่หันมาบริโภคข้าวนุ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ดีได้หารือกับอธิบดีกรมการข้าวและได้รับข้อมูลว่ากำลังมีการพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ ขณะที่ไทยมีพันธุ์ข้าวหลายสายพันธุ์ที่สามารถนำมาต่อยอด ทั้ง กข 113 กข 119 ข้าวหอมมะลิ 105 กข 15 กข 43 และ กข 79

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชาวนา เยียวยา