เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SAMTEL คว้างาน ERP สนง.สลากกินแบ่งฯ 695 ล้านบาท
Biz Movement SAMTEL คว้างาน ERP สนง.สลากกินแบ่งฯ 695 ล้านบาท
94 สถานประกอบ x บัญชี DPU เปิดตัว คลินิกบัญชี-ภาษี ฟรีแก่สังคม
Uncategorized 94 สถานประกอบ x บัญชี DPU เปิดตัว คลินิกบัญชี-ภาษี ฟรีแก่สังคม
ความหมายเพลง ‘Seven Nation Army’ ริฟฟ์ร็อคทรงพลังของ ‘เนเน่ รอยัล’
Biz Movement ความหมายเพลง ‘Seven Nation Army’ ริฟฟ์ร็อคทรงพลังของ ‘เนเน่ รอยัล’
รู้จัก “พลจักร นิ่มวัฒนา” ว่าที่ ผอ.สคร. ลูกหม้อคืนถิ่นคุมรัฐวิสาหกิจ-ดัน “อินฟราสตรักส์เจอร์ฟันด์”
Finance รู้จัก “พลจักร นิ่มวัฒนา” ว่าที่ ผอ.สคร. ลูกหม้อคืนถิ่นคุมรัฐวิสาหกิจ-ดัน “อินฟราสตรักส์เจอร์ฟันด์”
ถอดสูตรโตพันล้าน “มากุโระ กรุ๊ป” ชู Give More มัดใจลูกค้า ปักธงสร้าง Food Culture Platform
Business ถอดสูตรโตพันล้าน “มากุโระ กรุ๊ป” ชู Give More มัดใจลูกค้า ปักธงสร้าง Food Culture Platform
สยามพารากอน จัดงาน “SIAM PARAGON BANGKOK WATCH WEEK 2026: OPENING CEREMONY”
Biz Movement สยามพารากอน จัดงาน “SIAM PARAGON BANGKOK WATCH WEEK 2026: OPENING CEREMONY”
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เท ‘หมื่นล้าน’ ลุยผลิต ‘Torcal’ รถอีวีรุ่นแรก
EV เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เท ‘หมื่นล้าน’ ลุยผลิต ‘Torcal’ รถอีวีรุ่นแรก
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 68,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 68,400 บาท
GIZ ผนึก กนอ.-บีไอพี-บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดคาร์บอน
SD GIZ ผนึก กนอ.-บีไอพี-บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดคาร์บอน
โรดโชว์นิวยอร์กคึกคัก หุ้นไทยกลับเข้าเรดาร์ 25 กองทุนยักษ์ ลุ้นฟันด์โฟลว์หวนกลับ
Finance โรดโชว์นิวยอร์กคึกคัก หุ้นไทยกลับเข้าเรดาร์ 25 กองทุนยักษ์ ลุ้นฟันด์โฟลว์หวนกลับ
ดูทั้งหมด

โรดโชว์นิวยอร์กคึกคัก หุ้นไทยกลับเข้าเรดาร์ 25 กองทุนยักษ์ ลุ้นฟันด์โฟลว์หวนกลับ

24 ก.ย. 2569 | 16:14น.

“ไทยแลนด์ โรดโชว์” นิวยอร์กคึกคัก หลังผู้บริหารกองทุนชั้นนำราว 25 ราย สินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์ เข้าร่วมรับฟังทิศทางเศรษฐกิจไทย ด้าน FETCO ชี้ 3 ปีต่างชาติถอนเงินจากหุ้นไทยราว 5 แสนล้าน ปีนี้เริ่มไหลกลับแล้วราว 10% ยังมีพื้นที่ให้เม็ดเงินคืนตลาดอีกมาก ตลท. ชู JUMP+ และ BOI to IPO ดึงธุรกิจใหม่เข้าตลาดทุน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะ “ไทยแลนด์ โรดโชว์” พบปะนักลงทุนและผู้จัดการกองทุนในสหรัฐ โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันและผู้บริหารกองทุนขนาดใหญ่ รวมถึงธนาคารแห่งอเมริกา (BofA)

การโรดโชว์ครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม อาทิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

โดยคณะไทยได้นำเสนอทิศทางและโอกาสของเศรษฐกิจไทย โดยมีเป้าหมายผลักดันประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานหมุนเวียน และการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่

นายเอกภพกล่าวอีกว่า ผลตอบรับจากการโรดโชว์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เป้าหมายประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 รวมถึงเป็นโอกาสในการดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติให้ทยอยกลับเข้าสู่ตลาดทุนและระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่การลงทุนและการใช้จ่ายทั้งในระดับภาคอุตสาหกรรมและประชาชน

นายไพบูลย์กล่าวภายหลังการพบปะนักลงทุนว่า นิวยอร์กถือเป็นหนึ่งในตลาดที่จัดโรดโชว์เพื่อดึงดูดนักลงทุนได้ยาก เนื่องจากกองทุนส่วนใหญ่มองการลงทุนระยะยาว และจะเข้าร่วมพบปะเมื่อมีความสนใจอย่างจริงจัง ดังนั้น การที่ผู้บริหารระดับสูงของกองทุนชั้นนำเข้าร่วมจำนวนมากจึงถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดทุนไทย

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้น มองว่า “ความเป็นกลาง” ของประเทศไทยกำลังกลายเป็นจุดแข็งสำคัญ เพราะช่วยเปิดโอกาสให้ไทยสามารถดึงดูดการลงทุนจากหลายประเทศได้

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวมประมาณ 5 แสนล้านบาท ขณะที่ในปี 2569 เงินทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้ามาแล้วราว 10% ของจำนวนดังกล่าว จึงยังมีโอกาสที่เงินทุนต่างชาติจะทยอยกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่อยู่ในระดับที่นักลงทุนสถาบันสามารถเข้าลงทุนได้มากกว่า 65 บริษัท รวมถึงมีเครื่องมือการลงทุน เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน รองรับเงินลงทุนระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การดึงเงินต่างชาติเพียงด้านเดียวยังไม่เพียงพอ โดยตลาดทุนไทยจำเป็นต้องสร้างฐานนักลงทุนในประเทศให้แข็งแรงควบคู่กัน รวมถึงผลักดันบัญชีออมเพื่อการลงทุนรายบุคคล (TISA) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายอัสสเดชกล่าวว่า ก่อนที่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศจะตัดสินใจลงทุนในบริษัทจดทะเบียนของประเทศใด นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจทิศทางและนโยบายของประเทศนั้นก่อน การที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมานำเสนอทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยตนเอง จึงช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพของประเทศไทยชัดเจนขึ้น

ประเด็นที่นำเสนอครอบคลุมทั้งเป้าหมายการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน ตลอดจนแนวทางพัฒนาตลาดทุนไทย โดยเฉพาะโครงการ JUMP+ ที่มุ่งยกระดับศักยภาพและมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน และโครงการ BOI to IPO เพื่อเพิ่มจำนวนธุรกิจใหม่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างประเทศส่วนใหญ่มองความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันเป็นโอกาสของประเทศไทย หากไทยสามารถรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ ได้ ก็มีโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากหลายภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับหลักเกณฑ์เพื่อเปิดทางให้ธุรกิจใหม่ในกลุ่ม New Economy สามารถใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางระดมทุนได้สะดวกขึ้น พร้อมเดินหน้าเชิญชวนผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวเข้าจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง

นางสาวอรกัญญา พิบูลธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารแห่งอเมริกา เนชั่นแนล แอซโซซิเอชั่น กล่าวว่า กองทุนขนาดใหญ่ระดับโลกเกือบทั้งหมดที่ได้รับเชิญตอบรับเข้าร่วมโรดโชว์ประเทศไทยภายในระยะเวลาอันสั้น โดยมีกองทุนชั้นนำเข้าร่วมประมาณ 25 ราย ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมประมาณ 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หลายกองทุนยังแสดงความประสงค์ขอพบนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว ขณะที่ผู้แทนกองทุนที่เข้าร่วมล้วนเป็นผู้บริหารระดับสูง

คำถามจากนักลงทุนสะท้อนให้เห็นว่ากองทุนต่างประเทศติดตามประเทศไทยอยู่แล้ว โดยให้ความสนใจทั้งด้านโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล พลังงาน และโอกาสทางธุรกิจจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย

นอกจากนี้ นักลงทุนรายใหญ่บางส่วนยังมองว่าเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกปัจจุบันกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐในระดับสูง ทำให้ภูมิภาคเอเชียเป็นอีกตลาดที่ได้รับความสนใจสำหรับการกระจายการลงทุนในระยะยาว

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ในฐานะพันธมิตรธนาคารแห่งอเมริกา กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หลังผลตอบแทนของตลาดปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับปัจจัยด้านการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้นและมุมมองเชิงบวกจาก Moody’s ซึ่งช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่น

อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือบริษัทจดทะเบียนไทยต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของกำไร เพื่อทำให้ความสนใจจากนักลงทุนเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินลงทุนจริงและมีความต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สู่ระดับ 30% รวมถึงความพยายามปฏิรูปประเทศผ่านกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของประเทศไทย

ส่วนระดับอัตราดอกเบี้ยของไทยที่ต่ำกว่าหลายประเทศช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ แต่ประเทศไทยยังจำเป็นต้องรักษาวินัยทางการเงินการคลังและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นไทย